Open mind ,open heart, open will

อัจฉริยะ คือ อะไร ?

ตามล่าแรงบันดาลใจที่ดี

                ในหนังสือ Presence ของ Peter Senge และคณะ     ได้นำเสนอ  เรื่องของ Open mind, open heart, open will     คือ  เปิดความคิด เปิดใจ และ เปิดพลังออกมา

                Will  จะแปลว่า จะ  ก็คงจะไม่น่าจะใช่     ผมแปลว่า แรงบันดาลใจ   พลังในการทำงาน  ความอยากที่ดี   เป็นประโยชน์  เป็นกุศล

                หนังเรื่อง Good will hunting  เป็นหนังแนว LO & KM  เรื่องสำคัญ ที่ ชาว Fa  (พี่เลี้ยง โค้ช คุณอำนวย)  และ คุณเอื้อ  เจ้านายทั้งหลาย  ไม่ควรพลาด

            หนังเรื่องนี้สามารถนำไปใช้ฝึก การคว้าจับ (capture) ความรู้ ได้เป็นอย่างดี  หากมีการทำ สุนทรียสนทนา   เอา Tacit Knowledge  มาแลกเปลี่ยนกับ Tacit Knowledge  กัน    ( เป็น หน้าต่างแรกของวงจรเรียนรู้  ของ โนนะค่ะ “Nonaka” )    แล้วตามด้วย การคิด  โยงกับความรู้เดิม โยงกับทฤษฎีที่มีคนค้นพบแล้ว   คิดเป็นระบบ  (หน้าต่างที่สอง)  และ หน้าต่างที่สาม คือ  ตกผลึก  ได้ สมมติฐานเบื้องต้น ทฤษฎีส่วนตัวที่รอพิสูจน์  และ หน้าต่างที่สี่ คือ เอาไปลองทำ เอาไปพิสูจน์

            ที่ผม เชื่อมโยงได้ คือ  open mind , open heart, open will    กับ พฤติกรรมของ ตัวเอก  คือ วิล  แสดงโดย สุดหล่อ Mat Damon   เขาเป็นเด็กกำพร้า  เติบโตที่บอสตันตอนใต้   ทำงานเป็นภารโรง  อายุ กำลังย่างเข้า ๒๑ ปี    ทำงานใน มหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของโลก คือ MIT   ในฐานะ คนติดโทษ ทำงานให้สังคม อยู่ภายใต้การดูแลของศาล เขาทำผิดกฎหมายมามากมาย  เช่น ขโมยรถ ฯลฯ   แต่ ก็แม่นยำกฎหมาย เถียงกับ อัยการได้สบายๆ

                วิล เก่งคณิตศาสตร์มากๆ  สามารถแก้โจทย์ยากๆ ที่ อาจารย์เขียนทิ้งไว้ในห้อง    ทั้งตัวอาจารย์และนักศึกษาระดับยอด ยังแก้สมการไม่ได้  แต่ วิลสามารถ

                ท่านศาสตรจารย์  เจอรี่   เป็นคนพบว่า วิลเก่งคณิตศาสตร์มากๆ   ก็เลย ขอคำสั่งศาลให้วิลมาเป็น ผู้ช่วย  มาแก้โจทย์  และ อยู่ภยใต้การบำบัดของจิตแพทย์ และ นักสังคมสงเคราะห์

                นักจิตวิทยา เจอ วิล ถึงกับ ช็อค  เพราะ วิล ก็เก่งจิตวิเคราะห์     เมื่อพวกเขามาเจอวิล  ก็ไม่รู้ใครวิเคราะห์ใคร    เพราะ วิลสวนกลับถึงความผิดปกติของนักจิตวิทยาได้เฉยเลย

                ฉากนี้  ถ้าเราดูไม่จบเรื่อง  เราจะ จับ ความรู้ไม่ได้ว่า   จริงๆแล้ว  วิลกำลัง  Close mind ปิดตนเอง  แต่  นักจิตวิทยาต่างๆ  มองไม่ออก

            เจอรี่  นึกได้ถึงเพื่อนร่วมชั้น คือ  ฌอน  (แสดงโดย โรบิน วิลเลี่ยม)   จึงชวน ฌอนมาจัดการเปลี่ยนพฤติกรรมของวิล

                วิล ปราบนักจิตวิทยามามากแล้ว   คราวนี้  ฌอน จะทำได้หรือเปล่า

                เจอกัน ครั้งแรก   วิล  อ่านนิสัยฌอน ได้ก่อน   เป็นไง   เก่งไหมครับ    วิลมองไปรอบๆห้องของฌอน  สำรวจและวิเคราะห์เชิงจิตวิทยา   และแล้วแค่มอง ภาพวาดของฌอนบนกำแพง   เป็นภาพคล้ายของ โฮเมอร์  (พายเรือ กลางทะเล  ..... คลื่นใหญ่)    วิลก็สามารถกระแทกจุดอ่อนของฌอน คือ ความรู้สึกสูญเสียของฌฮน ที่คนรักตายไป      เอาละสิ ใครบำบัดใครกันแน่

                ทำเอา ฌอน โกรธ จน บีบคอวิล  และ ไล่ออกจาห้องไป

                ฌอน กลับไปคิด  ไปบ่มควาคิด    และ ก็ตัดสินใจ จะ รักษาวิลให้ได้

                มีการนัดพบ กันอีก หลายครั้ง   ฌอนใช้หลัก ธรรมชาติ   ในขณะที่ เจอรี่  ใจร้อน ต้องการ ผล    เจอรี่ต้องการให้ วิล ไปทำงานกับทหาร  เพราะ วิลเป็นอัจฉริยะ     เจอรี่ อยากให้ฌอนเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้

                ฌอน กับ เจอรี่ ทะเลาะกัน   ทำให้ผมนึกถึง  เมื่อ เจ้านาย คุณเอื้อ เอาแต่ใจตนเอง ใจร้อน อยากได้ผล  แต่ คุณอำนวย (ฌอน) ให้ รอ    ฌอนอยากให้ ทุกอย่างเป็นไปตาม ความปรารถนา (will) ของ วิลเอง    ไม่อยากให้เจอรี่ ตีกรอบให้

                วิล ไปพบรัก กับ นักศึกษาแพทย์สาว     และ  เมื่อสาวถามหาความรัก    วิลกลับเลือกที่จะทิ้งเธอก่อน  ทำเอาสาวเจ้า   งง  เป็นไก่ตาแตก   อะไรกันเนี่ย 

                ถ้าเราเรียนจิตวิทยามา  (ผมอ่านเอง)   ก็จะ ร้องอ๋อ ทันที  ตอนที่ ฌอน  ค้นพบ Key word ที่จะใช้  จัดการ วิล  (เอาอีกแล้ว key word    ในบันทึกเรื่อง Hero ผมก็ เอาคำ key word “ใต้หล้า มาใช้) 

                ฌอน อ่าน พฤติกรรมของวิลออกแล้วครับ    ในฐานะ Fa  คงต้องร้อง เย้    เจอแล้ว  แกะได้แล้ว  เจอปมแล้ว   เจอ key word แล้ว

                Key word คือ อะไร  คงต้องไปหาดูเองนะครับ

                สุดท้าย  วิล ก็ค้นพบ แรงปรารถนาที่พึงประสงค์  ด้วยตนเอง   ไม่มีใครบังคับ

                วิลผ่าน วงจร โนนะค่ะ    ตั้งแต่  ออกไปเจอที่จริง ของจริง หาตนเองเจอ   ผ่าน ทุกข์   ผ่านการคิด  ผ่านการตกผลึก  ปิ๊งครับ  

                น่าจะใช้เพลงประกอบ ที่ ชื่อว่า ทะเลใจ  ท่อนที่ว่า หาหัวใจเจอ ก็เป็นสุข

                หนังน่ารักมาก

                ใครที่ชอบดูนักกำลังภายใน ฟาดฟันกันด้วยกระบวนท่า   มาดูเรื่องนี้ เปลี่ยนจาก กระบี่ มาเป็น วาจาและความคิด     มาดูการดวลกระบี่ความคิด     ระหว่าง วิล กับ คนต่างๆ    ระหว่างยอดฝีมือ คือ วิล vs ฌอน 

                คนที่สามารถดูหนัง Drama แล้ว   สนุกสนาน ได้สาระ   หายากนะครับ   หวังว่า บันทึกนี้ คงจุดประกายให้ท่านผู้อ่านได้ครับ   อยากดู drama ยังล่ะ

********

 Coaching # 1 :    วิล แหย่ จน ฌอนโกรธ  เรื่อง ภาพวาด และ เมียตาย

Coaching # 2 :  ฌอน เรื่องสนามคุย  ที่ นอกสถานที่   ในบรรยากาศ ชิลๆ   สบายๆ

วิล  ติด อยู่ใน  หน้าต่าง 2 ของ Nonaka  คือ  เอา ตำรา เอาทฤษฎีคนอื่นมาใช้   

และ มีหน้าต่าง 3 บ้าง     ขาด หน้าต่าง 4 และ 1 มากๆ     วิล หา "ตัวตนและหัวใจ" ไม่เจอ

แต่  ฌอน  กระชาก ด้วยคำถาม "เธอ เคยออกจากบอสตันไหม"

ฌอน เล่าเรื่อง ความรัก    เป็นอะไร ที่ วิล ไม่รู้จัก

ความรู้สึก ที่ ต้องไปเฝ้าคนรักก่อนตาย   ความสูญเสีย

"เธอ กล้ารักใคร ขนาดนั้นไหม"

"เด็กหนุ่ม ที่กลัวไปทุกอย่าง"

ฌอน  ใช้  Leading with question

เป็น Dialogue = คำพูดทะลวงใจ

ฌอนถาม "เธอ  เป็นใคร" "เธอกลัวในสิ่งทีเธอ อาจพูดออกมา"

ฌอน ทะลวงด้วย คำพูด แล้ว ทิ้งช่วงให้ วิล "บ่ม"  ตามหลัก ของ สุนทรียสนทนา

Coaching # 3 :  เป็นการปะทะ  แบบซามูไร 

ฌอน ใช้วิธีการ "เงียบ"   สงบสยบเคลื่อนไหว     มองหน้า เงียบ หลบตา  นั่งตรงข้าม  สบายๆในห้องของฌอน 

ในที่สุด วิล อดไม่ได้  จึงพูดก่อน

การเปิด Open mind เริ่มหรือยังเนี่ย ......  ทั้งสอง คุยเรื่อง สาวๆ   เป็นหัวข้อร่วมที่ดี

ฌอน เล่าเรื่อง การที่เราต้องไว้ใจ (Trust) ใครสักคน  คนที่ยอมรับใน "ตำหนิ" เรา   เมียฌฮนเคยตด  ฌอนมองว่า อย่าไปดูว่าเป็นตำหนิ (Defect) ของเธอ  ให้ยอมรับ    แล้ว เราจะเป็นคนที่รู้ความลับของเธอ  เราอยู่ในโลกส่วนตัวของเธอ   เราไม่Perfect    .....  ยอมรับสะ

วิล เอาไป คิด  เอาไป บ่ม   จาก คำพูดทะลวงใจ (Dialogue) ของฌอน

สุดท้าย วิล ก็ บุกหนัก ไปเรื่องส่วนตัวของฌอน  จนฌอนโกรธ (ไม่รู้แกล้งโกรธ หรือเปล่านะ  เพราะ ผมเอง ก็เล่น แบบนี้บ่อยๆ  เพื่อสอนแบบ  กระชากอารมณ์) ฃ

Coaching # 4 :   คุยกันเรื่องที่ชอบตรงกัน  คือ  หญิง  และ เบสบอล  (วิลชอบเบสบอลมากๆ  ตาม แบบชาวบอสตันทั้งหลาย)

ความใกล้ชิด สนิท ก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ หัวเราะร่วมกัน

วิลออกไปเจอ  แฟนสาว    และ  สาวก็คุยเรื่องส่วนตัว เช่น ชอบเล่นบาส  อยากเล่น NBA  (บาสอาชีพ) 

สาว เริ่มบุกไปในโลกส่วนตัวของวิลมากขึ้น  เช่น อยากไปเจอพี่น้องของวิล

วิล รู้สึก "ไม่ปลอดภัย" กับ การบุกของแฟนสาว  .....  การโกหก การหลีกเลี่ยงย่อมเกิดขึ้น

 

ศาสตราจารย์เจอรี่   ไปคุยกับ ฌอน ที่ ร้านเหล้า     เจอรี่ นึกว่า ตนเองดัง  เป็นอาจารย์คนเก่ง  แต่  ก็พบว่า  คนขายเหล้า คนที่โต๊ะสนุกเกอร์  ไม่รู้จัก     พวกเขารู้จักแต่ ดาราเบสบอล

ฌอน กำลัง แอบสอน เจอรี่   ให้  ลดอัตตา   แบบ เนียนๆ  เอามือที่สามชน (คนขายเหล้า)

เจอรี่  อยากให้ วิล ทำงานดีๆ วางทิศทาง   แต่  ฌอนบอกว่า  นี้คือ   "บงการ"  ไม่ใช่ ทิศทาง

ฌอนบอก เจอรี่ "เราต้องให้เวลาเขาคิด ว่าเขาต้องการอะไร"  แต่ เจอรี่ ไม่เข้าใจ กลับดูถูก ในทำนองที่ว่า ทฤษฎีของฌอน  ไม่ได้ทำให้ฌอน ประสบความเร็จ  ...  ดูถูก แบบสุภาพ ตามสไตล์นักวิชาการ หลายคน  

ฉากนี้     อาจารย์มหา ฯ จะ เฉลียวใจไหมหนอ ? 

  ศาสตราจารย์ = อัจฉริยะ    จริงหรือ ?

 

แฟนสาว  งงมาก  ที่ วิลบอกว่า การเรียน Organic chem เป็นเรื่องสนุกๆ   

วิลสอนว่า  บีโธเฟ่น  มองเห็น เปียโน  เป็นความสนุก  

  วิล แก้ สมการเคมียากๆ ได้ภายใน 1 ชั่วโมง  เพราะ วิลเห็นว่ามันสนุก

แฟนสาว  เจาะ ลึกโลกของวิล    

แฟนสาว ชวนไป california  เพื่อเรียนต่อแพทย์     แต่  วิลกลัว  ( ที่ USA  ต้องจบวิทยาศาสตร์สี่ปีก่อน  ค่อยไปสอบเข้าเรียนแพทย์      ไม่ใช่แบบไทย จบ มอหก แล้วเข้าแพทย์) 

วิล  ปกป้องตนเองมากๆๆ        วิลกลัวจะบอกว่า โดนบุหรี่จี้ โดนแทง  กลัว สกายย่าจะทิ้ง ถ้ารู้ว่าวิลจน มาจาก สลัม ......    

วิล  ใช้ defense mechanism   เขาขอเลิก กับ สกายย่า      

วิลทะเลาะกับเจอรี่    เจอรี่ทวงบุญคุณ

วิลบอกว่า คณิตศาสตร์  ที่ เจอรี่แก้ไม่ได้ มันง่ายมากๆ    วิลเผาเฉลยโจทย์คณิตศาสตร์ทิ้ง

เจอรี่  เมาวิชาการมากๆ 

วิล ไปสัมภาษณ์กับ ทหารหน่วยข่าวกรอง  ปกป้องชาติ     วิลไม่อยากทำ   วิลให้เหตุผลที่ คิดเป็นระบบ System thinking มากๆ   คือ  วิล คิดว่า สุดท้าย  แนวคิดของพวกนักการเมืองและทหาร ทำให้ คนตาย    เอาเปรียบ โกงประชาชน  ปั่นราคาน้ำมัน   ฯลฯ  ตอนนี้ น่าสนใจมากๆ   .......  วิลบอกว่า มีอย่างอื่นที่ดี กว่าการเป็นทหาร 

coaching # 5 :    ฌอนบอกว่า เธอกลัว   ทั้งที่เธอทำอะไรก็ได้

เธอมีโอกาส( ฉลาด) แต่ ละทิ้งมัน

วิลบอกว่า  ทำภารโรง  เป็นงานมีเกียรติ 

ฌอนถามว่า ในเมื่ออยากเป็นภารโรง  แล้ว ทำไมมาอยู่ที่ MIT  ทำไม มาแก้โจทย์ยากๆ   เธออยากทำอะไรกันแน่     

วิล ไม่ตอบคำถาม   ฌอนไล่วิลออกไป   "หมดเวลาเล่น..... ไป " ....  วิลมีแต่คำตอบเพ้อเจ้อ  ไม่ตอบตรง  ๆ    วิล เจาะ ปัญหาเมียตายของฌอน    ฌอนโกรธ  ก็ด่าวิลว่า "อย่างน้อย ฉันก็ลงเล่น"  "เด็กเพ้อเจ้อ"  "มีแต่คำตอบของตนเอง" "เด็กเลี้ยงแกะ"   "โกหกตนเอง"

สกายย่า ไปเรียนต่อ california   

Chuck  คุยกับ วิล   ตอนที่ หนีไปทำงานทุบตึกด้วยกัน

เจอรี่โกรธมากที่ วิลหนีไป    เพราะ เขาจะรายงานให้ศาลจับเข้าคุก  เขาจะทิ้งวิลแล้ว

Chuck  ที่ดูโง่ๆ  สอนวิลแบบ น่ารักมาก   

วิล อยากอยู่บอสตันตลอดไป

Chuck กลับบอกว่า อีก ยี่สิบปี   แกอยู่แถวนี้ ฉันจะฆ่าแก    แกต้องไปจากที่นี่    แกมีดีที่ต้องไป      แกมี "ลอตเตอรี่ (อัชฉริยะ) รางวัลที่๑ แต่นายไม่ไปขึ้นเงิน"

Chuck พูดว่า  "ถึงฉันจะโง่ แต่ ฉันก็รู้ดี"

เจอรี่ ไปด่า ฌอน   หาว่า ทำลายวิล  ......   เจอรี่ จะให้ วิลทำงาน

ฌอนบอกว่า  คนที่รักวิลที่สุดทิ้งไป    วิลอยู่คนเดียวมา ๒๐ ปี  เพราะ เหตุนี้ 

เจอรี่  อ้างว่า ฌอน อิจฉาเจอรี่   

ฌอนบอกว่า  เจอรี่  เข้าใจผิด   หลงตนเอง   แต่ ฌอนไม่คิดว่า ตนเองล้มเหลว  และ ชีวิตวิบัติ ไม่ดังเท่าเจอรี่ 

เจอรี่ ผลักดันวิล เพราะ เจอรี่ก็ผลักตันตนเอง   ฌอนบอกว่า " วิลไม่ใช่แก"  

โอ้ ....  ครู  อาจารย์ พ่อแม่ .....   เข้าใจคำนี้ไหม  " เขาไม่ใช่ แก"

วิล  เอาภาพ สมัยที่เขาเด็กๆ ที่เขาเคยโดนตี มาให้ฌอนดู

ฌอนก็โดนพ่อ อัดเหมือนกัน   พ่อฌอนใช้เข็มขัดฟาด

วิล ก็บอกว่า พ่อวิลใช้ คีมบีบ   

วิลเลิก สกายล่า เพราะ กลัวโดนทิ้ง  .... เลยทิ้งสะก่อนไง

ฌอนบอก "ไม่ใช่ ความผิดเธอ"    วิลบอก "ผมรู้"

ฌอนพูดอีก "ไม่ใช่ ความผิดเธอ"    วิลบอก "ผมรู้"   ซ้ำๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

วิล ร้องไห้ "อย่าแหย่ผม"     ฌอนพูดอีก "ไม่ใช่ ความผิดเธอ" ๆๆๆๆๆๆ

วิลร้องไห้ลั่น กอดฌอน "ผม ขอโทษ"     ---->  Open  heart  ในที่สุด

วิลเสียใจ และ  นั่งรถไฟเล่นๆ  ไปทั่วเมือง คิดคนเดียว  นอนคิด  "ตกผลึก"  เข้าสู่ หน้าต่างที่ ๓     

ช่วงนี้  ผู้ชม ต้องรอว่า เมื่อไร จะ open will ครับ

 

วิล ไปเล่าให้ฌอนฟังว่า  วิลจะไปทำงาน ที่ บริษัท แห่งหนึ่ง     

ฌอนบอกว่า  หมดเวลาแล้ว เธอเป็นอิสระ  ..... วิลลังเล

ตอนนี้ วิลกลัวฌอนทิ้ง   แต่ เขาเข้มแข็งขึ้น   อย่าไปกลัวว่าฌอนจะทิ้งนะ

ฌอน บอกว่า ฌอนจะไปแสวงโชค ทำตามใจปรารถนา   

 

Chuck และเพื่อนๆ ให้ รถเก่าๆ เป็นของขวัญวันเกิด บรรลุนิติภาวะ ให้วิล

ฉากจบ     วิลเอารถเก่ารี้  ขับไป california    ไปตามหา ศรัทธารัก  หรือ ไปตามหาอะไร หรือ open will    ทำตามใจปรารถนา  

เจอรี่  คงคิดได้   เลยมาหา ฌอน   และ ฌอน จะเดินไปเที่ยวต่างประเทศ 

เจอรี่ ชวนไปงานเลี้ยงรุ่น ( ที่ฌอนไม่อยากไป )  

Chuck มีความสุข  ที่เห็นวิล จากไป    เพื่อนแท้ ได้ใช้ ศักยภาพที่มี    ไม่ใช่มาจมอยู่ในสลัม ตอนใต้ของบอสตัน    นี่แหละ "มุทิตา"  

  จบ   

คำคมในหนัง  คือ  "เราหมดเงินไปหลายแสนเหรียญ  ในความรู้ที่อ่านเองก็ได้ในห้องสมุด     

 

ตอนประหลาด คือ  .....

ตอนที่ เจอรี่ และ ผู้ช่วย   เดินไปตามหา  คนลึกลับที่แก้โจทย์ได้   ที่  ห้องทำงานของภารโรง   ผู้ช่วยของ ศาสตราจารย์เจอรี่   แนะนำตัวกับภารโรงว่า  "นี่ศาสตราจารย์  แลมเบอร์"    ภารโรงคนแรกมองหน้า ภารโรงสูงอายุ มองหน้ากัน หัวเราะ แล้วชี้ไปที่  ภารโรงสูงอายุ    พูดว่า "   นี่ ศาสตราจารย์ เฮก"       แล้ว ฮาลั่น .........  พอ พวกศาสตราจารย์ เดินจากไป  ภารโรงก็ แซวลับหลังว่า  "ไอ้บ้า"  

ทำให้น่าคิดว่า   "ภารโรง คิดไง กับ พวกอาจารย์มหาวิทยาลัย  ......    พวกเราเป็นอาจารย์ .. เราเคยไป show & share กับ พวกภารโรงเขาไหม"

ที่น่าสนใจ คือ  เรื่องนี้ Matt   Damon  และ เพื่อน คือ Chuck ช่วยกันเขียน   ค่อนข้างจะเป็น ชีวิตจริง ของ พวกเขาเอง  

Chuck เป็นเพื่อน ที่เที่ยว และ ทำงาน เก็บอิฐ ทุบตึก ด้วยกัน

*******  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Living company



ความเห็น (18)

เขียนเมื่อ 
เรียน ท่านไร้กรอบ ต้องไปหามา เรียนรู้ บ้างแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
เขียนเมื่อ 

นางเอก  เป็น นศ แพทย์  

JJ เป็น อาจารย์แพทย์

ว้าว ....   น่าสนใจนะเนี่ย

เขียนเมื่อ 

http://en.wikipedia.org/wiki/Fourier_transform

ในเรื่องนี้ จะมีการแก้ โจทย์  Fourier  ครับ

sasinanda
IP: xxx.8.79.91
เขียนเมื่อ 


Psasinanda

สวัสดีค่ะ

เรื่องนี้ ดิฉันดูแล้ว ดีมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบอกครับ หนังเรื่อง Good will hunting เพิ่งได้นำออกมาขายใหม่ หาซื้อได้ตามร้านขาย VCD หนังแผ่นทั่วๆไปได้ครับ

(หนังแผ่น คือ หนังที่ทำออกมาขายใหม่ ถือว่ามีลิขสิทธิ์ ถูกต้องตามกฎหมาย ราคาก็จะถูกด้วยอีกต่างหาก งานนี้ไม่ต้องCopy ก็ได้ครับ)

งานนี้ต้องขอเชื่อมต่อความรู้หน่อยครับ (สร้างให้เห็นประโยชน์การใช้Blog)

หากผู้ใดสนใจ Edutainment ทั้ง หนัง เพลง หนังสือ และGame เข้าไปเชื่อมต่อความรู้ได้ที่บันทึกนี้นะครับ

บันทึก i-Edutainment

เขียนเมื่อ 
สุดยอดจริง ๆ ครับขอคารวะ สำหรับทุก ๆท่าน คม ชัด ลึก ดีมากสำหรับท่านคนไร้กรอบอ่านแล้ว Open mind,open heart,open will จริง ๆ
เขียนเมื่อ 

หนังเรื่อง Good will hunting อยากเชิญชวนให้ดูกัน หนังจะสะท้อนเรื่องระหว่าง IQ และ EQ ของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน

ทุกคนมีปมในชีวิต

เทคนิคในการทำ Dialogue

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อ.

มี อาจารย์ที่คณะจิตวิทยา ฝากซื้อหนังเรื่องนี้ ก็เลยซื้อมา แต่ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ เห็นเขาบอกว่า จะเอาไปใช้สอนหนังสือได้

อาจารย์อย่าลืมอ่าน e-mail (หนู) ด้วยนะคะ มีข้อเสนอค่ะ อยากให้ อ.ช่วยเขียนบันทึก หลักการดูหนังเพื่อหาความหมาย หรือการ capture knowledge จากหนัง จะได้ดูสนุก ได้ข้อคิดมากขึ้นค่ะ

พลอยยินดี
IP: xxx.120.145.95
เขียนเมื่อ 

ไปหามาดูแล้วค่ะ อจ.

สะท้อนใจว่า

แล้ว key word สำหรับตัวเองอะไร ??? 

คนไร้กรอบ
IP: xxx.146.63.189
เขียนเมื่อ 

P  ผม ไม่เจอ e mail ที่ส่งมาครับ

หลักการดูหนัง  ไม่มีอะไรมาก

เป็นไปตาม วงจร ของ โนนะค่ะ

talk ---> think ---> tok plaluak ---> Toad long

ช่วงคิดเนี่ย   เราควรมี ทฤษฎีอยู่ในใจบ้าง

คนวิจารณ์หนัง  จะสะท้อน  สิ่งที่เป็น Tacit K ของตนออกมา

เอา นักวิทยาฯ  จิตวิทยาฯ  ย่อมมองไม่เหมือน นักวาดภาพ

บังเอิญ  ผมเป็นคนมีความสนใจหลากหลาย  ก็เลย พอแจะมั่วๆได้หลายอย่าง

อย่างไรก็ตาม พื้นฐานที่สำคัญ  ในการดูหนังคือ

  • เข้าใจหลักการทำหนังก่อน  เช่น  การใช้สีแสดงอารมณ์  (สีฟ้า  ส้ม ดำ ขาว ฯลฯ  เราต้องเรียนเรื่อง สี ศิลป์  องค์ประกอบภาพ ฯลน)  การจัดคำพูด การเขียนบท (ลองหัด เอา นิยายสักบท มา เขียน บทภาพยนต์   ผมเคยช่วย ทีวีช่องหนึ่ง  เป็นที่ปรึกษา script ครับ)   การวางมุมกล้อง  
  • ที่ผมอยากฝึก น้องส้ม คือ  การดู "สายตา" ของดาราครับ
  • ถ้าผู้กำกับเก่ง  อ่านจากแววตา ครับ
  • อ่านจาก ภาษากาย

ดาราดังๆ   ต่างจากดาราไม่ดัง  ก็ตรง "แววตา"   มันทิ้งอารมณ์ได้ จริงๆ   เช่น  แจ็ค นิโคสัน  โรบิน วิลเลี่ยม ฯลฯ

 ผมอยากให้พวกเรา ดูหนังบ่อยๆ และ หัดทำหนังเอง (ใช้มือถือ ก็ได้)

การทำหนัง  เป็นการ  ดึง Tacit K  ได้ดีมากๆ

 

 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อาจารย์

ได้อ่านบันทึกฉบับวันเสาร์ที่ 4 ส.ค. แล้ว ดีใจมากๆ ค่ะ  ซึ่งมีรายละเอียด

 ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ สำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จะฝึกฝนให้มากขึ้นค่ะ

เรื่องฝึกอ่านสายตาจากดาราในหนัง คิดว่าจะช่วยทำให้เราเข้าใจ อารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด ของคน ซึ่งน่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง คงทำให้เราเข้าใจความคิดของคนอื่นได้ง่ายขึ้น เรียกว่าได้ยินคำพูดที่เขาไม่ได้พูด หรือเปล่าคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อาจารย์

ได้อ่านบันทึกฉบับวันเสาร์ที่ 4 ส.ค. แล้ว ดีใจมากๆ ค่ะ  ซึ่งมีรายละเอียด

 ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ สำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จะฝึกฝนให้มากขึ้นค่ะ

เรื่องฝึกอ่านสายตาจากดาราในหนัง คิดว่าจะช่วยทำให้เราเข้าใจ อารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด ของคน ซึ่งน่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง คงทำให้เราเข้าใจความคิดของคนอื่นได้ง่ายขึ้น เรียกว่าได้ยินคำพูดของเขาในใจ หรือเปล่าคะ

เขียนเมื่อ 

วันนี้ระบบรวน ใส่ความคิดเห็น error ค่ะ  

สวัสดีค่ะ อาจารย์

ได้อ่านบันทึกฉบับวันเสาร์ที่ 4 ส.ค. แล้ว ดีใจมากๆ ค่ะ  ซึ่งมีรายละเอียด

 ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ สำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จะฝึกฝนให้มากขึ้นค่ะ

เรื่องฝึกอ่านสายตาจากดาราในหนัง คิดว่าจะช่วยทำให้เราเข้าใจ อารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด ของคน ซึ่งน่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง คงทำให้เราเข้าใจความคิดของคนอื่นได้ง่ายขึ้น เรียกว่าได้ยินคำพูดของเขาในใจ หรือเปล่าคะ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีค่ะ อาจารย์ได้อ่านบันทึกฉบับวันเสาร์ที่ 4 ส.ค. แล้ว ดีใจมากๆ ค่ะ  ซึ่งมีรายละเอียด  ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ สำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จะฝึกฝนให้มากขึ้นค่ะเรื่องฝึกอ่านสายตาจากดาราในหนัง คิดว่าจะช่วยทำให้เราเข้าใจ อารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด ของคน ซึ่งน่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง คงทำให้เราเข้าใจความคิดของคนอื่นได้ง่ายขึ้น เรียกว่าได้ยินคำพูดที่เขาไม่ได้พูด หรือเปล่าคะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อาจารย์

  • ได้อ่านบันทึกฉบับวันเสาร์ที่ 4 ส.ค. แล้ว ดีใจมากๆ ค่ะ  ซึ่งมีรายละเอียด

  •  ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ สำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จะฝึกฝนให้มากขึ้นค่ะ

  • รื่องฝึกอ่านสายตาจากดาราในหนัง คิดว่าจะช่วยทำให้เราเข้าใจ อารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด ของคน ซึ่งน่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง คงทำให้เราเข้าใจความคิดของคนอื่นได้ง่ายขึ้น เรียกว่าได้ยินคำพูดที่เขาไม่ได้พูด หรือเปล่าคะ
เขียนเมื่อ 
สวัสดีค่ะ อาจารย์
  • ได้อ่านบันทึกฉบับวันเสาร์ที่ 4 ส.ค. แล้ว ดีใจมากๆ ค่ะ  ซึ่งมีรายละเอียดสาระที่เป็นประโยชน์
  •  ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ สำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ จะฝึกฝนให้มากขึ้นค่ะ
  • เรื่องฝึกอ่านสายตาจากดาราในหนัง คิดว่าจะช่วยทำให้เราเข้าใจ อารมณ์ ความรู้สึก นึกคิด ของคน ซึ่งน่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริง คงทำให้เราเข้าใจความคิดของคนอื่นได้ง่ายขึ้น เรียกว่าได้ยินคำพูดที่เขาไม่ได้พูด หรือเปล่าคะ
เขียนเมื่อ 

ชอบครับ เรื่องนี้ บทสนธนาดีๆ เยอะเลยครับ

ผมดูแล้วพบว่า ที่สำคัญเราต้องทำให้เขาไว้ใจเรา เท่านั้นเรื่องทุกอย่างจะมีทางออก

ที่ผมดูแล้วได้ตามนี้ครับ

http://gotoknow.org/blog/preephati/78008

ชอบหนังดรามาครับ ดูหนังแล้วไม่ได้อะไร ผมถือว่าเสยเวลาครับ ตั้งสองชั่วโมง ผมจึงอ่านบทวิจารณ์ก่อนเสมอ ถึงจะไปดูหนัง  

 

 

gump
IP: xxx.173.3.121
เขียนเมื่อ 

chuck เป็นเพื่อนในอุดมคติ