คุณจำเป็นที่จะต้องมีสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายที่พร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานๆ หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์
คุุณอยากมีสภาพร่างกายที่ฟิตเหมือนนักกีฬาที่พร้อมลงแข่งขันมั้ย แม้คุณจะไม่ได้เป็นนักกีฬา แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องมีสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายที่พร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานๆ หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์
ลองนำวิธีการทั้ง 9 วิธีเหล่านี้ไปใช้ดูสิครับ เพื่อสร้างความฟิตสำหรับนักกีฬาหน้าคีย์บอร์ดอย่างเราๆ ท่านๆ
1. ทานอาหารเช้าที่มีประโยชน์
มื้อเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน เพราะระยะเวลา 6 ถึง 11 ชั่วโมงที่คุณไม่ได้ทานอะไรเลยหลังจากที่คุณทานมื้อเย็นไปเมื่อวานนี้ ร่างกายของคุณย่อมต้องการสารอาหารเพื่อไปสร้างพลังงานสำหรับวันใหม่ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการทานอาหารเช้าหรือที่ฝรั่งเรียกว่า breakfast เพื่อไป break the fast จากคืนที่แล้ว (ตรงนี้ต้องขออธิบายนิดนึงนะครับว่า fast ในที่นี้แปลว่า การอดอาหารครับ เช่นการถือศีลอดของคนมุสลิมในเดือนรอมฎอน เพราะฉะนั้นช่วงที่ท้องเราว่าง ร่างกายเราก็อยู่ในช่วงอดอาหารนั่นเอง) ถ้าคุณออกไปทำงานโดยไม่ได้ทานอาหารเช้า ร่างกายก็จะยังคงอยู่ในสภาพขาดอาหาร ซึ่งจะไปลดประสิทธิภาพการทำงานของคุณ เช่นขาดสมาธิในการทำงาน ไม่สามารถใช้สมองได้อย่างเต็มที่ และบ่อยครั้งที่คุณจะรู้สึกหงุดหงิด และอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการที่คุณไม่สามารถทำงานที่สำคัญๆ ได้ในช่วงเช้า เพราะคุณรู้สึกไม่พร้อม จึงบ่อยครั้งที่คุณมักจะเอางานง่ายๆ ไม่ต้องใช้ความคิดมากนัก มาทำในช่วงเช้า ทั้งๆ ที่เวลาเช้าควรเป็นเวลาที่คุณสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพที่สุด
2. มีช่วงพักมือเล็กๆ น้อยๆ เป็นระยะ
ในขณะที่กำลังทำงานหน้าคีย์บอร์ด ควรมีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อบ้าง โดยการผละมือจากคีย์บอร์ด แล้วปล่อยแขนลงข้างตัว พร้อมทั้งสูดลมหายใจลึกๆ พัก 1-2 วินาที จากนั้นค่อยกลับไปทำงานกับคีย์บอร์ดใหม่
3. ดี่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 6 ถึง 8 แก้ว
เพราะร่างกายเราต้องสูญเสียน้ำไปกับเหงื่อ กับการปัสสาวะ การหายออก เป็นปริมาณมากในแต่ละวัน เมื่อร่างกายขาดน้ำแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ เช่นจะรู้สึกไม่มีสมาธิ หงุดหงิด ปวดศีรษะ และอิดโรย เพราะสมองของเราประกอบไปด้วยน้ำถึง 85% จึงต้องการน้ำอย่างเพียงพอเพื่อการทำหน้าที่อย่างเหมาะสม คุณพ่อคุณแม่ก็ควรหัดนิสัยนี้ให้บุตรหลานของท่านด้วยนะครับ เพื่ออนาคตของชาติเรา
4. หายใจให้เป็น
เมื่อเรานั่งพิมพ์งานเรามักจะหายใจสั้นๆ กระชากๆ เป็นการหายใจโดยใช้ทรวงอกด้านบน ซึ่งการหายใจแบบนี้จะทำให้เกิดความเครียดที่คอและช่วงไหล่ เราควรเปลี่ยนการหายใจเสียใหม่ด้วยการหายใจเบาๆ ช้าๆ ลึกๆ ควรหมั่นสังเกตรูปแบบการหายใจของเราและพยายามปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ วิธีนี้จะเป็นการช่วยเพิ่มพลังสติให้เราทางอ้อมได้อีกด้วย และจะทำให้เรามีสมาธิกับการทำงานเพิ่มขึ้นครับ
5. เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
ประมาณทุกๆ 15 นาที ไม่ควรนั่งอิริยาบถเดียวติดต่อกันเกินหนึ่งชั่วโมง ควรได้มีการเปลี่ยนอิริยาบถเช่นลุกขึ้นยืน หรือเดินยืดเส้นยิดสาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
6. ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละสามครั้ง
การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันมักทำให้เรารู้สึกว่าเหนื่อย พาลทำให้เราไม่ค่อยอยากออกกำลังกาย แต่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้น จะทำให้รู้สึกสดชื่น มีพลัง และทำให้เราทำงานได้ทนขึ้นมากกว่าคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย และการออกกำลังกายยังสามารถช่วยขับเอาความรู้สึกแย่ๆ ของวันนั้นออกไปได้ด้วย
7. นั่งยืดหลังให้ตรงขณะทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
เพราะเมื่อเรานั่งทำงานไปนานๆ ร่างกายเราจะค่อยๆ โน้มลงๆ (ใครจมูกโด่งหน่อย ก็อาจชนจอมอนิเตอร์ได้ครับ HA-HA) ทำให้เกิดความเครียดที่คอ หลัง และไหล่ได้
8. นอนหลับให้เพียงพอ
เพื่อให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จะทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิมากขึ้น ช่วยให้เราสามารถคิดสร้างสรรค์ หรือแก้ปัญหาได้ดี
9. มีอารมณ์ขัน
แต่ละวันควรให้ได้หัวเราะบ้าง คนมีอารมณ์ขันมักจะเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี นอกจากนี้การหัวเราะสามารถผ่อนคลายความตึงเครียดของคอและไหล่ ช่วยลดระดับความดันเลือด และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ด้วย (เคยมีการศึกษาแต่ผมหาที่มาไม่ได้แล้วครับ)
ลองนำไปปฏิบัติดูนะครับ ใครมีเทคนิคอื่นๆ ก็แนะนำกันบ้างนะครับ
แล้วพบกันใหม่ครับ