เรื่องของภาษีสังคมโดยเฉพาะซองผ้าป่าหรือซองงานบุญต่าง ๆ ในบางเดือนหรือแม้แต่บางวัน บางทีมาพร้อม ๆ กันหลาย ๆ ซอง จนหลาย ๆ คนทำบุญไปด้วยความจำเป็น เหมือนกับว่าจำใจทำ จนเกิดความไม่สบายใจ พาลคิดไปว่าทำบุญอย่างนี้มันจะได้บุญมั้ยน้อ....
ที่นึกเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะวันก่อนเดินไปซื้อข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งข้างบ้าน พอดีหยิบจดหมายจากตู้จดหมายติดมือไปด้วย แม่ค้าร้านอาหารตามสั่งก็เลยแซวเรื่องซองผ้าป่า แล้วก็เล่าเรื่องการจัดการเงินในส่วนของเงินทำบุญให้ฟังว่า...
เวลาขายของได้แต่ละวันจะแยกเงินไว้กล่องนึงเลย วันละ 20 บาทบ้าง 50 บาทบ้าง แล้วแต่ว่าไปรับปากเป็นประธานหรือกรรมการใครไว้บ้าง เวลาเขามาเก็บจะได้เอาเงินส่วนนี้ให้เขา ตัวเราก็รู้สึกสบายใจเพราะเป็นเงินที่เราแบ่งไว้แล้ว...
หากเราไม่แบ่งไว้เวลาเขามาเก็บต้องควักเงินจากกระเป๋าให้ บางครั้งเรารู้สึกไม่สบายใจเพราะเป็นเงินที่เราต้องใช้จ่าย ก็จะพาลรู้สึกไม่สบายใจเดี๋ยวจะไม่ได้บุญซะปล่าว ๆ การทำบุญเราต้องทำด้วยความสบายใจเราถึงจะได้บุญ...
ได้ฟังที่แม่ค้าเล่า ก็ทำให้นึกถึงเรื่องเงินสี่ด้านที่ได้อ่านจากหนังสือ พ่อรวยสอนลูก ว่าเราต้องแบ่งเงินเป็นสี่กอง...
กองที่ 1 เงินค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เราต้องใช้ในชีวิตประจำวัน...
กองที่ 2 เงินเก็บเพื่อเก็บ เงินส่วนนี้ควรจะเก็บไว้ในรูปของเงินฝากประจำ พันธบัตรรัฐบาลหรือเงินฝากกับประกันชีวิต...
กองที่ 3 เงินเพื่อการลงทุน เรียกว่าเงินต่อเงินหรือใช้เงินทำงานแทนเรา...
กองที่ 4 ภาษีสังคม เช่น เงินทำบุญ เงินบริจาคต่าง ๆ ...
ที่นำมาฝากวันนี้เพราะเห็นที่ออฟฟิสหลาย ๆ คน กลัวกับซองผ้าป่า หรือจำใจต้องทำบุญด้วยความจำเป็น ทำให้ต้องทั้งลำบากกายและไม่สบายใจ ลองเอาเคล็ดลับของแม่ค้าอาหารตามสั่งไปใช้ดูนะครับ จะได้ทำบุญด้วยความสบายใจ ได้ทั้งความสบายใจและได้บุญแบบเต็ม ๆ ด้วยครับ...
แถมด้วยเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการบริหารการเงิน ลองนำไปใช้กันดูนะครับ...
ตัวอย่างการแบ่งเงินเป็นส่วนๆของแม่ค้า น่าสนใจมากคะ ยิ่งมาเทียบกับ หนังสือ พ่อรวยฯ ..ก็คิดว่า...แม่ค้า คนนี้เยี่ยมมากเลยคะ แนวคิด
ครับ...พี่หน่อย
...
หลายคนมีความรู้เยอะ แต่คิดอย่างที่แม่ค้าอาหารตามสั่งคิดไม่ได้ จัดสรรการเงินไม่เป็น ชีวิตก็ต้องลำบากครับ...
ขอบคุณมากครับ...
สวัสดีค่ะ
sasinanda
เปลี่ยนรูปแล้ว เท่จังเลย
การทำบุญ ถ้าจำใจ และไม่สะดวกเราก็ขอเป็นครั้งหน้า ได้ เราจำใจทำ ได้บุญน้อยค่ะ อยู่ที่เจตนาเรา ถ้าตั้งใจทำ ทำน้อยเหมือนทำมากค่ะ
แต่อยู่ที่ทำงานร่วมกัน เรื่องภาษีสังคม ต้องมี ทีเขา ทีเรา แต่ก็ต้องจัดสรรแบบแม่ค้าน่ะค่ะ
ครับ...คุณ sasinanda
...
เห็นหน้าเวปเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ก็เลยเปลี่ยนรูปตัวเองบ้าง เป็นการอัปเดตไปพร้อม ๆ กับเวปครับ...
เห็นด้วยครับ การทำบุญขึ้นอยู่ที่เจตนาครับ ทำแค่พอตัวเราไม่เดือดร้อน แล้วสบายใจที่จะทำน่าจะโอเคกว่าครับ...
ขอบคุณมากครับ...
โห เป็นแม่ค้าที่น่าทึ่งมากเลยนะคะ ขอชื่นชมด้วยความจริงใจค่ะ
ส่วนพี่หนิงเอง ก็แบ่งค่ะ ต้องกั๊กไว้เหมือนกันเลย อิอิ ไม่งั้นฉุกเฉินจะลำบากอ่ะ
ครับ...พี่หนิง
...
เป็นแม่ค้าที่น่าทึ่งจริง ๆ ผมมักจะได้รับข้อคิดดี ๆ จากการพูดคุยกับแม่ค้าท่านนี้เสมอ ๆ ครับ...
ขอบคุณมากครับ...
มาแวะเยี่ยมเพื่อนครับ
ผมคิดว่า การจัดการการเงินแบบรัดกุมแบบนี้เหมาะกับสภาวการณ์ปัจจุบันมาก ทำให้ผมนึกถึงบัญชีครัวเรือนครับ เป็นกิจกรรมที่ทำให้ครัวเรือนรู้ระบบการใช้จ่ายตนเอง ป้องกันความเสี่ยงได้ดีมาก
น่าเสียดายว่า บัญชีครัวเรือน ที่ทำกันช่วงก่อน เริ่มหายๆไปแล้วครับ
ครับ...เพื่อน
...
เห็นด้วยครับเรื่องการทำบัญชี โดยเฉพาะบัญชีครัวเรือน ผมเห็นด้วยกับคำขวัญที่เขารณรงค์กันครับ "จดไม่มีจน" ใช้ได้ผลจริง ๆ ครับ...
ขอบคุณมากครับ...
เปิดแพลนเน็ตของตัวผมเองแล้วงงว่า มี blog ของใครปะปนอยู่ พอดูชื่อก็ร้องอ๋อครับ ครั้งก่อนครึ่งหน้า ครั้งนี้เต็มหน้าแล้ว เท่ครับ
เรื่องนี้สอนผม 2 สิ่งครับ
1 การให้และแบ่งปัน
2 การบริหารการเงินอย่างง่ายๆ
ดีครับ
ครับ...คุณหมอธนพันธ์...
เปลี่ยนรูปบ้างจะได้ไม่จำเจครับ...
ข้อคิด 2 เรื่องที่ได้ คือเรื่องการทำบุญกับการจัดสรรเงิน เป็นข้อคิดที่สำคัญและจำเป็นทั้ง 2 เรื่องครับ...
ขอบคุณมากครับ...
เคยอ่านหนังสือ ชื่อ เงินเรื่องใหญ่ที่ไม่เคยมีใครสอน ค่ะ ใกล้เคียง
ครับ...คุณ ทรายชล
เล่มนี้ก็คุ้น ๆ ว่าจะเคยอ่านนะครับ...
เรียนรู้วิธีคิดต่าง ๆ จากคนรอบ ๆ ตัวเราครับ...
ขอบคุณครับผม...