บันทึกนี้เป็นบันทึกหนึ่งที่เราตั้งใจจะเขียนมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้เริ่มสักที ตัวเองไม่ใช่หมอไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก (ลึกๆ แอบหวังว่าจะมีผู้รู้มาช่วย ลปรร. ประสบการณ์ต่างๆ ให้ฟังบ้างค่ะ)
เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยที่ตัวเองไม่ได้ตั้งตัว หรือเตรียมใจมาก่อน (ประมาณ ต้นเดือนมิถุนายนนี่เอง) อยู่ๆ วันหนึ่งแม่ก็มาบอกว่าไม่ค่อยสบาย เหนื่อยง่าย ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร ได้แต่เพียงให้แม่พักผ่อนมากๆ (จะพาแกไปหาหมอก็ไม่ไป) จนกระทั่งที่ตัวแม่เริ่มพบว่าเป็นจุดจ้ำเลือดตามตัว แรกๆ เกิดขึ้นเองและก็หายเอง แต่ต่อมาเริ่มมีจุดมากขึ้น จนแกแอบไปหาหมอที่คลีนิคเอง จึงได้พบว่า แม่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว แรกๆ ก็ไม่เชื่อ จึงไมเช็คดูตามโรงพยาบาลแถวบ้านเค้าก็ลงความเห็นอย่างนั้นจริงๆ ตอนนี้สภาพจิตใจแม่เริ่มแย่ลง เพราะตกใจกลัว กับโรคและสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น จึงเริ่มมาเล่าให้ครอบครัวฟัง ซึ่งตัวเองได้เอาผลเลือด (CBC) ไปให้คลีนิคหมอชื่อดังในจังหวัดดู ประกอบกับจ้ำเลือดที่เกิดขึ้น หมอลงความเห็นว่า น่าจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลในกรุงเทพ (หมอแนะนำว่าให้ไป รพ.ที่มีนักศึกษาแพทย์) ถ้าไปช้าจำนวนเกล็ดเลือดที่แม่มีอยู่น้อย อาจทำให้เลือดออกเองได้ เราตกใจมากแต่พยายามคุมสติเอาไว้เพราะต้องเป็นหลักให้แม่ คืนนั้นเป็นคืนที่เรารู้สึกแย่มากๆ นั่ง search หา รพ.ที่จะพาแม่ไป ลักษณะอาการของโรค การรักษา ต่างๆ นานา ทั้งคืน และต้องเตรียมของเพื่อจะพาแม่ไปตรวจที่ รพ. ตั้งแต่เช้าด้วย จิตใจสับสนวุ่นวาย แต่เตี่ยและน้องๆ ช่วยกันทุกอย่าง ถึงแม้น้องจะไม่ได้อยู่ที่บ้านก็ตาม ในบรรยากาศนั้น ทุกคนมองตากัน รู้ว่าแต่ละคนคิดและรู้สึกอย่างไร แต่ก็พยายามปลอบกัน "ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะผ่านพ้นไปได้ด้วยกำลังใจดีๆ ที่มีให้แก่กัน"
สุดท้ายเราก็ลงความเห็นว่าจะพาแม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ในเช้าวันถัดมา โดยคิดว่าสิ่งที่เราตัดสินใจดีที่สุดแล้ว
ส่วนเรื่องราวที่แม่เริ่มเข้าไปรักษาที่ รพ. จะเล่าให้ฟังในบันทึกต่อจากนี้นะคะ ขณะนี้ก็พยายามศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค การดูแลรักษา การปฏิบัติตัวของญาติและคนไข้อยู่ค่ะ
ณ ปัจจุบันแม่ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรามา ฯ ค่ะ ร่างกายแข็งแรงดี รอทำการปลูกถ่ายไขกระดูกอยู่ ขอให้สิ่งดีๆ บังเกิดกับครอบครัวเราด้วยเถิด
คุณพ่อเคยเป็นโรคนี้ (ตอนเรียนอยู่ม.2) แต่ว่าเสียไปแล้ว ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ และให้กำลังใจคุณแม่ให้ถึงที่สุดนะคะ เพราะว่ากำลังใจถือเป็นสิ่งสำคัญของโรคนี้ ต้องใช้กำลังใจในการรักษาจริงๆ ค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ
ขอบคุณ คุณนู๋แพรนะคะ สำหรับกำลังใจที่มีให้กัน ยังไงก็จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และเต็มที่ที่สุดค่ะ
พี่ตู่เข้มแข็งไว้นะคะ
น้องจากนราธิวาสคนนี้จะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
เรารุ่นส่งเสริม '848 ด้วยกัน
ไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว
"ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจะผ่านพ้นไปได้ด้วยกำลังใจดีๆ ที่มีให้แก่กัน"
จำไว้นะคะ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันทำงานอยู่ตึกผู้ป่วยมะเร็งที่มารับยาเคมีบำบัด
รพ ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มีผู้ป่วยโรคเลือดมากมาย มารักษาที่นี่
พวกเราดุแลผู้ป่วย จนฝ่าฟันโรครายไปด้วยกัน
เห็นหลายคนก็ผ่านไปได้
ขอให้ผู้ป่วยและญาติมีจิตใจที่เข้มแข็งค่ะ
สู้ สู้ค่ะ
สวัสดีคะ
มาเป็นกำลังใจให้อีกแรงคะ
กำลังใจคือสิ่งสำคัญที่จะต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ อย่าท้อนะคะ
ขอขอบคุณ คุณอุบล จ๋วงพานิช และ คุณกมลนารี มากๆ ค่ะที่ให้กำลังใจ และนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกัน ตอนนี้แม่ดีขึ้นมากแล้วค่ะ รอปลูกถ่ายไขกระดูกอยู่ค่ะ
ขอบคุณนะคะ พี่ทานตะวัน สำหรับกำลังใจดีๆ จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดค่ะ และเหมาะสมที่สุดค่ะ
ตอนนี้ทราย (อายุ 26 ปี) นอนอยู่ รพ.พญาไท 2 เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันเหมือนกัน มีพี่น้อง 2 คน แต่ตรวจเนื้อเยื่อแล้วเข้ากันไม่ได้ จึงเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกไม่ได้ หมอจึงให้ยาต่อเนื่องเพื่อให้เชลล์มะเร็งเป็น 0% และมีแผนว่าจะใช้ Stem cell ของตัวเองในการเปลี่ยน แต่ตอนนี้ให้ยาเคมีมา 9 ครั้งแล้ว โรคยังกลับมาเป็นใหม่ทุก 4-6 เดือน (โรคยังไม่สงบ) ล่าสุดครั้งนี้ครั้งที่ 9 ซึ่งเป็นครั้งที่โรคเวียนกลับมาอีก ทรมานมากอยู่โรงพยาบาลประมาณ 48 วันแล้ว ยังไม่ได้กลับบ้านเลย คิดถึงลูก 2 ขวบที่สุด เป็นมาปีกว่าแล้ว แต่ก็จะสู้เพื่อลูก และคนที่เรารัก (เขียนมาเล่าสู่กันฟังนะ ว่าโรคนี้ต้องมีกำลังใจที่ดีนะ อย่าท้อเลย คนเราเกิด แก่เจ็บตายเป็นเรื่องปกติ อย่าไปคิดมากคะ)
ลูกหมีรักษามา5ปีแล้วไม่หายเลยเริ่มรักษาใหม่อีก3ปีรักษาโรงพยาบาลเด็กข้างราชวิถี
เจ๊ทมีเพื่อนเป็นโรคนี้ค่ะ ทุกเป็นกำลังใจให้เธอมาตลอด แต่กำลังใจที่เธอต้องการคือสามีคนเดียวของเธอ ซึ่งอยากบอกให้เค้ากลับมาให้กำลังใจเธอบ้างเธอกำลังแย่ เธอชื่อ ริน เป็นคนดีมาก พวกเรารักเธอทุกคน ยกเว้นสามีที่เธอรัก
พี่ชายก้อป่วยเปนโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน แต่ตอนนี้เค้าเสียแล้ว !!! วันที่ 6 พ.ย. 52 ครบ 1 ปี ที่เค้าเสียพอดี
พี่ชายเรารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี ช่วงที่ให้ยาเคมีบำบัดพี่ชายเราแพ้ยา พี่ชายเราชักจนหมอต้องหยุดให้ยาก่อน
ทุกวันนี้ก้อยังทำใจไม่ได้ที่เค้าได้จากไป เพราะช่วงเวลาที่เค้านอนอยู่ที่โรงพยาบาลเรากับแม่ไปเยี่ยมพี่ชายทุกวันไม่เคยขาดแม้แต่
วันเดียว
ขอเปนกำลังใจให้ทุกคนที่ป่วยเปนโรคนี้ด้วยทุกคนนะคะ ขอให้หาย