ลูกสาวเมืองใต้เธอเรียกว่ากระบวนการนี้ว่า.. “ฟ้าลิขิตใจ” วันดีเดย์จึงถูกกำหนดขึ้น 28-29-30 เดือนนี้ ถนนทุกสาย ใจทุกดวง ทั้งที่มาได้และมาไม่ได้ จะมาหลอมรวมกันเป็นครั้งที่2

 

มีคนบอกว่าไม่รู้จะเขียนอะไร บันทึกอะไรลงบล็อก ผมก็ชวนคุยว่าแล้ววันหนึ่งๆเธอคิดอะไรทำอะไรบ้างละ ไหนลองเล่าให้ฟังสิ โอ้โฮเยอะแยะไปหมด วันๆทำสารพัดสารพันเรื่อง ทำไมถึงยังคิดว่าไม่รู้จะเขียนอะไร ผมก็แนะนำให้ไปอ่านข้อเขียนของคุณเมตตา (คุณจิ๊บ)แห่งสงขลานัครินทร์ เดี่ยวมือหนึ่งด้านการเขียนเรื่องใกล้ตัว บันทึกเรื่องราวที่พูดคุยกับคุณลูกสาวอย่างมีชีวิตชีวา อย่างเช่น คุณลูกเห็นภาพถ่ายวันแต่งงาน แล้วบอกว่าคุณแม่ใจร้ายหนีไปเที่ยวงานสองคนไม่ยอมชวนลูกไปด้วย ใครอ่านไม่ ก๊ากส์ๆๆ ก็แย่แล้ว หรือคุณรัตติยา(คุณแป๊ด) เขียนเรื่องลืมกินยาคุม ได้คุณลูกออกมาให้เราฮาจนเหนื่อย เป็นเรื่องหักมุมใกล้ตัวใกล้ใจ อ่านแล้วแทบกลิ้งตกเก้าอี้

บันทึกของท่านHandy ท่านท่าทราย ท่านไร้กรอบ คุณทวีสิน น้าอึ่งอ๊อบ อาจาย์Paew อาจารย์ส้ม อาจารย์กฤษณา สำเร็จ อาจารย์จันทรัตน์ เม้ง เยอรมัน ครูอ้อยฯลฯ บันทึกของท่านเหล่านี้ผมชี้ชวนให้มือใหม่หัดเขียนไปอ่าน

ถ้าลองพิจารณาให้ดีจะเห็นการเกาะกลุ่มลางๆ ที่กำหนดด้วยความชอบความพอใจนิสัยใจคอซึ่งกันและกัน การรวมตัวกันตามธรรมชาติเช่นนี้เป็นเสน่ห์ที่งดงามของชาวบล็อก ถ้อยทีถ้อยอาศัย แบ่งปันน้ำใจ เอื้ออาทรทั้งความรู้ความเมตตาฉันท์เครือญาติ เคารพรักใคร่นับถือโดยสุจริตใจ เพียงในระยะเวลาสั้นๆเรายังเกาะเกี่ยวไมตรีได้แน่นแฟ้นขนาดนี้  

ในช่วงที่สังคมไทยกำลังเผชิญมรสุมประชาธิปไตย อยู่ในท่ามกระแสความไม่ปกติทั้งหลาย ..ใครก็ไม่รู้บอกว่า ดวงตา เป็นหน้าต่างหัวใจ ผมกลับรู้สึกว่า การได้อ่านความคิดที่มวลมิตรเขียนมา เป็นยิ่งกว่าหน้าต่าง เราแทบจะเข้าไปนั่งอยู่ในใจของกันและกัน วางใจ สนิทใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาเหยียบหัวแม้เท้า หรือถือฉมวกมาแทงข้างหลัง หนักนิดเบาหน่อยไม่ถือโทษโกรธอะไรกัน คำว่าอภัยมีไว้ให้เสมอ บางทีสังคมที่สิ้นหวัง สังคมที่แห่งผาก สังคมที่ใส่หน้ากากเข้าหากัน อาจจะพบทางออกด้วยการเข้ามาเลือกขั้วสัมพันธภาพ ด้วยสายใยไอซีทีผ่านบล็อกแบบของเรานี้ก็ได้  

ผมเริ่มต้นที่ความชอบในน้ำใจไมตรีของมิตรสหายชาวบล็อก ในช่วงที่เดินเด๋อด๋าเข้ามาใหม่ๆ มีพรรคพวกเราแนะนำวิธีเขียนวิธีแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงได้ด้วยความกุลีกุจอ อย่างเช่น กามมิตหนุ่ม จะคอยติดตามแนะนำจนเราทำอะไรได้เอง หรือบางคนก็เป็นอีแอบปิดทองหลังพระ ช่วยแต่งหน้าตาบล็อกใส่ภาพใส่เสียงเพลงให้จนแจ๋วแหวว ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดนึกว่าอีตาครูคนนี้มันเก่งน่าดู ที่แท้ก็แป๊ะเอี๊ยไม่มีอะไรเลย เพียงแต่เป็นคนวาสนาดีมีคนคอยประคับประคองช่วยเหลือ ก็เท่านั้น!! ต่อมาผมได้คุยกับครูSu คนที่เป็นอีแอบ กลับไปเจอคนที่มีโลกของตัวเองอย่างน่าอัศจรรย์ นึกไม่ถึงว่าในเขตภาคเหนือตอนล่างจะมีคนพิเศษที่ทำตัวธรรมดาๆ ขอบคุณสวรรค์ที่มีตา จูงมือเรามาพบลานสมานฉันท์ G2K.แห่งนี้ 

สัมพันธภาพแตกตัวไปเหมือนไวรัส บัดเดี๋ยวนี้ผมมีหลานๆให้คิดถึง แล้วปลื้มในเด็กวัยใสหลายสิบคน มีคุณลูกๆที่แสนดีอีกนับสิบคน มีคุณพี่ คุณป้า น้า อา ครูบาอาจารย์อีกหลายตู้โบกี้ คิดดูสิครับ เราจะเอาความรัก ความกรุณา ความรู้เมื่อไหร่ได้ไม่อั้นนั้นจะมีความสุขสมหวังสักเพียงไหน 

เรื่องที่ผมเล่ามาทั้งหมดข้างบนนั้น คือที่ไปที่มาของคำตอบที่ว่า ทำไมถึงมีวันเฮฮาศาสตร์ ครั้งที่2” ถามว่าใครเป็นคนกำหนดรึ เปล่าเลย ไม่มีใครบอกว่าจะต้องจัดงานยังงั้นยังงี้ มันเปรียบเสมือนผลจำปาดะ เมื่อแก่จัดก็จะส่งกลิ่นตระหลบอบอวลออกมาเอง ถึงใครไม่สอยก็จะหล่นจากขั้วอยู่ดี ความรักความผูกพันก็เช่นกัน ถึงเวลาสุกงอมมันก็เกิดกระแสเรียกร้องให้เกิดสิ่งนี้โดยอัตโนมัติ ลูกสาวเมืองใต้เธอเรียกว่ากระบวนการนี้ว่า..“ฟ้าลิขิตใจ วันดีเดย์จึงถูกกำหนดขึ้น 28-30 เดือนนี้ ถนนทุกสาย ใจทุกดวง ทั้งที่มาได้และมาไม่ได้จะมาหลอมรวมกันเป็นครั้งที่2  อานุภาพแห่งพลังความดี จะทำให้ก๊วนเฮฮาศาสตร์เข้มแข็งและแกร่งขึ้นตามลำดับ ผมเข้าใจว่านี่คือการวางรากฐานสังคมสมานฉันท์และการก้าวเดินไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาตามสไตล์ของพวกเรา  

ตรวจดูรายชื่อสมาชิกก๊วนที่เตรียมเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าสิครับ ธรรมดาที่ไหน ผมนี่นะแทบใจจะขาดรอนๆในระหว่างรอคอย นาฬิกาก็ช่างเดินช้าเหลือเกิน ติ๊กต๊อกๆๆ อยู่นั่นแล้ว!! ท่านบางทรายมาเป็นคู่ คุณสายสมมากับคุณสายใจ หลายกลุ่มยกกันมาเป็นทีม เช่น ทีมเม็กดำมากับพร้อมเห็ดตีนแรด ทีมมหาสารคามอาจารย์เสือมายกชุดทั้งครอบครัว มีหนูหนิงเป็นฝ่ายรั้งขบวน ทีมขอนแก่นจะตามอาจารย์แป๋วมาหลายชีวิต ทีมกรุงเทพมากันหลายสาย อาจารย์อ้อยหนีบพ่อครัวหัวป่าก์มาด้วย หลายครอบครัวทยอยรับบัตรคิวจาก อ.ขจิต อีก2-3 วัน ก็จะรู้แล้วละครับว่าสวนป่ามหาชีวาลัยจะแตกหรือป่าจะโป่ง