ข่าวลือสิ้นพระชนม์
วังวนอันหยาบคาย
สงครามข่าวลือ ล้วนบัดซบและหยาบกระด้าง
เมื่อผู้ก่อการต่อสู้เริ่มต้นด้วยความไม่จริง
แต่ทำไมความไม่จริง จึงมีประสิทธิภาพ
หรือเพราะมีหน่ออ่อนแห่งความหวาดหวั่นอยู่ในใจผู้คน
จึงพัดโบกให้ข่าวลือ กลายเป็นหอกดาบที่คมลึก

ตลอดระยะเวลา 2 – 3 วันที่ผ่านมา ท่ามกลางการโทรสอบถาม โทรสัมภาษณ์และไล่เรียงหาต้นตอ หาผู้มีแหล่งข่าวที่พอมีเชื่อถือได้ การถามไถ่ทางโทรศัพท์จากสุโขทัย เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช แพร่กระจายมาพร้อมกับการตรวจสอบข่าวของมิตรสหาย
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เพื่อนหลายคนที่ยังคงอยู่ในแวดวงข่าว เริ่มต้นถาม และอธิบายคำตอบ จากข่าวลือซึ่งอ้างว่าลอยมาจากแดนไกล ถึงการเปลี่ยนถ่ายเลือด ทั้งที่ความจริงคือการเดินทางตามพระราชภารกิจ หากแต่ข่าวดังกล่าวก็ยังไม่หยุด มีการอ้างอิงว่า รายงานข่าวและลำดับข่าวที่ได้รับจาก CNN</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">สงครามอันน่ารังเกียจจากข่าวลืออัปมงคล ยังคงเดินทางอย่างต่อเนื่อง นับไปนับมา เล่าซ้ำไปซ้ำมา ตลอดเวลาหลายชั่วโมงของวัน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ความน่ารังเกียจของสังคมไทย ที่เรามักจะพยายามก้าวให้พ้น ในท่ามกลางคำถามว่า ทำไมคนไทยจึงไม่ใช้เหตุผล หูเบา เชื่อคนง่าย พูดมาก ลืมง่าย ปากต่อปาก และตามกระแส กลายเป็นหนึ่งในตัวตั้ง ที่ผู้คนมากมายพยายามจะสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลง จากจุดเปลี่ยนอันเปราะบาง สู่ความเข้มแข็งของการคิดและรับฟัง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> สงครามข่าวลือ และวัฒนธรรมข่าวลือ ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นเกิดขึ้นในสังคมไทย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แต่กลับกลายเป็นรากที่ต่อสายยาวยืด ทำร้ายทำลายผู้คนมากมาย ให้ตายไปพร้อมกับความไม่จริง เจ็บปวดไปพร้อมกับมายาแห่งปากคำ และตอกย้ำรอยด่างทางประวัติศาสตร์ ฆ่าคนทั้งเป็นด้วยปากคำที่พ่นเพียงลมอันเป็นเท็จ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ไม่ใช่เพราะข่าวลือเหล่านี้หรือ ที่ฆ่าคนดีของสังคมไทยอย่างเลือดเย็น หรือถูกนำเป็นเครื่องมือในการบันทึกความอันเป็นเท็จ ให้กลายเป็นรอยเปื้อนในหน้ากระดาษ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">วันนี้ผมเพียงรับรู้ถึงรอยด่าง ที่หวนกลับคืนมาอีกครั้ง พร้อมกับการรับโทรศัพท์สอบถามของเพื่อนฝูง ว่ารับรู้ข่าวเพียงใด ข่าวเดินหน้าไปมากแค่ไหน และต้องคอยติดตามอย่างไร ในท่ามกลางคำถามที่พุดขึ้นกลางหัวผมว่า ทำไมยังมีเรื่องราวบัดซบเช่นนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ไม่เพียงแต่จะสร้างความเท็จ ให้กลายเป็นยักษ์ตัวโต ที่คอยสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แต่ข่าวลือยังเป็นสิ่งตอกย้ำจิตเจตนาของผู้ที่กระทำ ในท่ามกลางความไม่เห็นด้วยทางสังคมการเมือง อาวุธแห่งปัญญาซึ่งเรามีไว้เพื่อก่อร่างสร้างความงอกเงยของสังคม กลับกลายเป็นเพียงเศษเถ้าที่เราพร้อมจะเผาบ้านเผาเมือง และปล่อยให้ลมปากเผาใจผู้คนในแผ่นดิน เพื่อให้ย่อยยับคาตาหรืออย่างไร</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">วันนี้ผมเพียงต้องการ อยากแช่งชักหักกระดูก กับผู้ก่อสงครามข่าวลือให้กับแผ่นดินแม่ และแผ่นดินเกิดแห่งนี้ในท่ามกลางความวิบัติของข่าวลือ ยังคงมีผู้คนที่ตกตายไปเพราะการก่อกระแสมวลชน คลื่นฝูงชนที่บ้าคลั่งถาโถม และเหี้ยมเกรียมไปกับข่าวอันวิบัติเหล่านี้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">วันนี้จึงเป็นเพียงแค่ความปรารถนา ที่อยากแช่งชักให้ตกตาย ในท่ามกลางความร้ายกาจ ที่ยังบังอาจจะเผาบ้านเผาเมือง ด้วยคำอันวิบัติเหล่านี้ ในท่ามกลางความวาดหวังถึงผลแห่งข่าวลือ ว่าชัยชนะจะกลับมาท่ามกลางซากอันล่มสลาย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>
ทำไมวันนี้บ้านเมืองไทยยังเสพวิบัติแห่งข่าวลือ และเสพวังวนแห่งความลือที่พร้อมจะทำร้ายทำลายเราได้มากมายถึงเพียงนี้ ทำไม?
สังคมไทยเป็นโรคภูมิคุ้มกันทางปัญญาบกพร่องครับ แค่พูดกันต่อๆ มาก็เชื่อ แค่คำพูดก็ทำให้ปั่นป่วนไปหมด ยิ่งมีเหตุผลโดยพิสดาร ก็ยิ่งเม้าท์กันสนุกปาก
แต่เรื่องนี้เห็นความจริงอยู่อย่างหนึ่งคือ คนไม่มีปัญญา ถูกหลอกง่ายที่สุด
สวดสีครับ
อ่านเสร็จแล้วรู้สึกว่า จี๊ดๆ*** มากครับ....
สังคมไทย....ผู้คนในสังคม.... 60 กว่าล้านคนนั้น เราคงต้องมองและวิเคราะห์กันอย่างหนักแน่นครับว่า จะมีเหลือสักเท่าใหร่ที่เป็นกลุ่ม New age กลุ่มที่เราต่างก็คาดหวังแฝ่ฝัน ต้องการให้มีมากๆ ในสังคมของเรา
ขบวนการสร้างข่าวลือ - - วิทยากรแม่ไก่ กับ ไข่ลม โดย “เซี่ยงเส้าหลง” และทีมข่าวการเมือง 22 กรกฎาคม 2550 15:39 น.
การเมืองทำให้คนหูหนาตาบอด ไม่รู้สึกรู้สา เพียงเพื่อให้ตนได้เปรียบก็ทำได้ทุกอย่างโดยไม่รู้ผิดชอบเหมาะควรไปแล้วจริง ๆ …
“ข่าวลือในทางอัปมงคล” ที่เผยแพร่อยู่เวลานี้ เกิดขึ้นอย่างเป็นขบวนการ หาใช่ข่าวลอย ๆ แบบที่ชาวบ้านว่ากันอย่างแน่นอน
ตลอดวันพุธ-พฤหัสฯ 19 ก.ค.-ช่วงหว่านเมล็ด- เริ่มมีกระแสข่าวแต่ก็แค่โทรฯ คุยไถ่ถามกันในเมืองหลวง ….ตกเย็นเริ่มมีการโพสต์ตั้งกระทู้ไถ่ถามกัน ในเว็บไซต์พันทิป
ศุกร์ 20 – เมล็ดงอกงาม- ข่าวลือดังกล่าว เผยแพร่ต่อในเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งมั่วสุมของเครือข่ายอำนาจเก่า รวมทั้งสำนักข่าวออนไลน์บางแห่ง ไปไกลถึงขั้นชี้ชวนทำลิงค์ให้ไปดูต่อในเว็บไซต์ซึ่งอ้างว่าอยู่ที่สวีเดน บางถ้อยความพยายามเขียนเป็นรหัสให้ตีความเป็นนัยพาดพิงถึง “ชื่อบุคคลชั้นสูง”ให้ตรงตัวขึ้น
เสาร์-อาทิตย์ – แตกหน่อ/แพร่พันธุ์ - ข่าวลือแตกออกเป็นหลายเวอร์ชั่น เป็นนิยายการเมืองที่พาดพิงถึง ป๋าเปรม และ อดีตนายกฯ พลัดถิ่น บ้างก็อ้างว่าที่ตนได้ยินมานั้นมาจากเจ้าหน้าที่ในสังกัดใกล้ชิดโดยตรงก็มี บ้างก็ให้สังเกตชุดแต่งกายพิธีกรโทรทัศน์ ฯลฯ
ลือจากเรื่องแรกไม่ประสบความสำเร็จ ก็ยกระดับขึ้นมาเป็นเรื่องสอง-สาม พอมีการปฏิเสธข่าวแรกไปแล้ว ก็มีคำถามย้อนต่อทำนองว่า
“แล้วเรื่องทะเลาะกัน กับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นั้นจริงใช่ไหม ? ”
นี่เป็นแผนชั่วไร้คุณธรรม ของผู้คิดทำอย่างไม่รู้จะใช้คำพูดใดให้สาสม
ในแนวรบข้อมูลข่าวสารนั้น ข่าวลือ เป็นอาวุธที่ทรงพลานุภาพที่สุด
แต่จะใต้ดินอย่างไรก็ต้องมีขอบเขตของมันอยู่ … การหวังผลเลิศบั่นทอนความรู้สึกร่วมของประชาชนที่ผูกพันเหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่คำนึงถึงวิธีการแบบนี้…อย่าเรียกตัวเองว่า คนไทยอีกต่อไปเลย
ห้วงเวลานี้นี้เป็นบรรยากาศโหมโรง …ใกล้จะสู่ขอบเขตปริมณฑลของความเป็นสิริมงคล ก็น่าจะละเว้นเพื่อให้สังคมไทยทั้งมวลเข้าสู่บรรยากาศของความปิติยินดี เกิดความผูกพันยึดเหนี่ยวเป็นหนึ่งเดียวของประชาชนโดยสมบูรณ์เถิด..
อย่าขัดขวาง บั่นทอน เพื่อหวังผลลม ๆ แล้ง ๆ ของขบวนแห่งตนอีกเลย
ที่สำคัญ บรรดา เว็บไซต์ เว็บบอร์ดทั้งหลายที่อ้างว่าตนเองถือหลักเสรีภาพ รับได้ทั้งซ้าย-ขวา แถมก้าวหน้าทางอุดมการณ์เหนือสื่ออื่นใดนั้น ให้ทบทวนตัวเองโดยไว ว่า ที่ปล่อยให้ขบวนการเหล่านี้มาใช้พื้นที่ปล่อยข่าวนั้น เหมาะสม-ผิด-ถูก เช่นไร ?
ผู้ไม่จงรักภักดีคงเป็นลูกหลานพระยาจักรีกลับชาติมาเกิด จึงส่งกระแสความชั่วร้ายมาได้ถึงเพียงนี้ พสกนิกรที่เป็นไทยทั้งตัวและหัวใจ ทุกหยดหยาดเลือด บรรพบุรุษพลีมาแล้วเพื่อรักษาแผ่นดินและเทิดทูนองค์พระเจ้าอยู่หัวฯ พระบรมมวงศานุวงศ์ไว้เหนือเกล้า ปกป้องหวงแหนแผ่นดินด้วยเหล่าหทาร ผู้กล้า จึงเกิดบิดามารดาของพวกมันมาแพร่พันธุ์อันชั่วร้าย ข้าพเจ้าขอสาปแช่งให้พวกมันพินาศฉิบหาย และได้แต่หวังว่าเลือดไทยทุกหยดในตัวคนไทยทั้งตัวและหัวใจซึ่งมีบรรพบุรุษผู้กล้าหาญคงจะมีมากมายทั่วดินแดนเขตแคว้นไทย
งงมาก ๆ กับข่าวลือนี้ เพราะได้ยินมาทั้งวันเช่นกัน ก็ได้แต่เที่ยวบอกว่า เป็นพวกบอนทำลายสถาบัน..... ทำไมคนไทยจึงหูเบากันเช่นนี้ อยากให้คนไทยนึกถึงพระองค์ท่าน พ่อหลวงของแผ่นดิน ท่านจะทรงรู้สึกเช่นไร ทำไมมีแต่คนทำให้พระองค์ท่านระคายเบื้องพระยุคลบาทอยู่ตลอดเวลา
เป็นห่วงเหลือเกิน หากคนไทยหลงเชื่อข่าวลือกันมากเช่นนี้ ใครพูดอะไรก็เชื่อหมด ทำไมนะ...ปัจจุบันนี้คนก็มีการศึกษาสูงขึ้น แต่กลับใช้เหตุผลกันน้อยลง
หากหลังวันที่ 26 นี้ ประชาชนรู้ความจริงกันทั่วคงจะช่วยกันสาปแช่ง ไอ้พวกบอนทำลายสถาบัน.........
เพราะอย่างไรเสียความจริงก็คือความจริง ขอให้พวกเด็กเลี้ยงแกะจงพบแต่ความพ่ายแพ้ไปตลอดกาล
และขอให้คนไทยอย่าหลงเชื่อ "ข่าวลือ" อีกต่อไป
ไม่สนข่าวลือ แต่ชอบความจริง ก็เป็นคนไทยคนหนึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรหรึอไม่เกิด ก็ควรใด้รับความจริงยิ่งปกปิด ข่าวก็เหมือนแบ่งชนชั้น ความจริงก็คือความ จริง ปิดอะไรได้ไม่นานหรอกถ้ามีมูล
เพิ่งได้ยินจากคุณ Kati นี่แหละ ดังนั้น คุณจึงเป็นคนหนึ่งที่ช่วยแพร่ข่าวนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม
ไอ้หรืออีผู้ใดเป็นผู้สร้างข่าวลืออันอัปมงคลนี้ขึ้นมา ข้าฯขอให้มันหรืออีผู้นั้นจงประสบแต่ภัยพิบัติตแก่วงศ์ตระกูลของมัน ขอให้มันหรืออีผู้นั้นจงอย่าได้เจริญ ขอให้ตายด้วยคมหอกคมดาบ ฉิบหายด้วยอุบัติภัยต่างๆเทอญ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
กูก้อไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นจริงเท็จยังงัย ข่าวลือหรือข่าวจริง สับสนไปหมด ข่าววังก้อไม่มีเป็นอาทิตย์ละ งงว่ะ ใครช่วยบอกความจริงให้รู้ที
วันนี้เพิ่งเปิดมาเจอกระทู้นี้ เวลาผ่านไป 2 ปีแล้ว แต่ขอทวนความหลังด้วยนะคะ
ใช่ข่าวเดียวกับที่ว่า ฟ้าชายไม่สบายหรือเปล่า เพราะตอนนั้นมีข่าวนี้ลือมากจนไม่ค่อยชอบเลย
ดิฉันเป็นคนชอบติดตามข่าวสาร (ที่อ้างอิงได้ เช่นจาก นสพ. ซื้อหลายฉบับด้วย)
ข่าวพระราชสำนักก็ดูทุกวัน
เวลานั้น นสพ.ลงข่าว เครื่องบินกองทัพอากาศตก มีนายทหารเสียชีวิต (จำไม่ได้ว่า 1หรือ 2 นาย)
ต่อมามีข่าวเล็กๆ ว่าสมเด็จพระบรมเสด็จจะเสด็จ พระราชทานเพลิงศพ นายทหาร ที่เครื่องบินตก ที่วัดสัตหีบ
วันนั้นดิฉันและครอบครัว เดินทางไปสัตหีบ ผ่านวัดสัตหีบ หน้าวัดเขียนป้ายตัวใหญ่ สมเด็จพระบรมฯ
เสด็จพระราชทานเพลิงศพ นายทหาร..
ตรงกับที่ ลงข่าว
แต่ไม่มีใครสนใจดู สนใจติดตามข่าว ซึ่งมีภาพและเสียงจริง
กลับหลับหู หลับตา ลือ กันต่อไป
ดิฉันพาครอบครัวไปเที่ยว เล่นกีฬาทางน้ำ คือ เรือใบ
เย็นวันนั้น ขึ้นจากเรือเพื่้อข้ามถนนหน้ากองเรือยุทธการ รถพระองค์ท่านขับผ่าน
เห็นใกล้ๆ เพราะเป็นถนนเล็กๆในฐานทัพเรือสัตหีบ ดีใจอย่างที่สุด มาคุยกันในกลุ่มอยู่หลายวันเลย
เวลาท่านเสด็จ ทหารเรือจะไม่ให้เข้าเขตพระราชฐาน และ ในทะเลจะมีเรือตรวจการ จอดรักษาความปลอดภัย
ท่านอยู่คราวละหลายๆวัน ช่วงนั้นเราไปแล่นเรือ ทุกอาทิตย์ ทหารเรือบอกว่า ท่านมาฝึกบิน
ข้อสำคัญคือ ถามเพื่อนที่สัตหีบ และ ที่ศรีราชา ปรากฎว่า ไม่มีใครได้ข่าวลือนี้เลย
พวกเสือแดงคอมมิวนิสต์ปล่อยข่าวบัดสบ พวกแดงน่าโง่สมควรไปอยู่รัฐไทยใหม่ของพวกมืงเถอะ อย่าได้มาอยู่ใต้พระบารมีท่าน คุณทองแดงยังมีความจงรักฯมากกว่าพวกแดงทรราชอีก
ข่าวลือไม่มีสัญชาติครับ
ปรกติผมชอบฟังข่าวลือนะ ... เออ เออ อือ อือ ไปเรื่อย
ปล่อยให้ผู้ได้เสียเค้าคิดกันต่อ
และในกองเรือยุทธการที่สัตหีบ จะมีสวนพักผ่อน ชื่อ สวนแฮบปี้ เปิดให้ข้าราชการทหารเรือ
และประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้ได้ ยกเว้น เวลาสมเด็จพระบรมฯเสด็จ จะปิด เพราะเป็นเขตพระราชฐาน
ดิฉันเห็นมีทางวิ่งสีแดง สำหรับวิ่งถนอมเท้า กันกระแทกเท้าและหัวเข่า
ถามเพื่อนที่เป็นทหารเรือ เขาว่า ทางวิ่งนี้ สมเด็จพระบรมฯใช้วิ่ง แต่ท่านอนุญาตให้ประชาชนทั่่วไปใช้ด้วย
เพราะเห็นมี ใครๆ วิ่งบ้าง เดินบ้าง เยอะแยะ ดิฉันลองวิ่งดูก็สบายขาดี ซอฟๆ ไปเยอะ
รู้สึกดีใจ ที่ท่านให้ประฃาชนใช้ด้วยค่ะ
ทำไมคนชอบไปลือว่าท่านได้มากมายนัก ไม่คิดถึงหลักความเป็นจริงเลย
อีกเรื่องประทับใจกับ สมเด็จพระบรมฯ ค่ะ
ดิฉันได้คุยกับช่างทาสิข้างบ้าน
เขาเล่าว่า เมื่อสิบกว่าปีก่อน เขารับงานทาสีที่พระที่นั่งวิมาณเมฆ
ตอนเย็นเสร็จงานเขามาล้างตัวที่สนามหญ้ากับเพื่อน ล้างน้ำจากสายยาง
สักพักเขาได้ยินเสียงทหารยืนตรงกันพรึบ เขาหันไปดูุ ตกใจมาก เห็นว่าเป็นสมเด็จพระบรมฯ
ท่านวิ่งออกกำลังกายผ่านมาทางที่เขา เขารีบก้มลงกราบไม่กล้าเงยหน้า
ได้ยินท่านบอกว่า "ไม่เป็นไรนะ ตามสบาย"
จึงกล้าเงยหน้ามองท่าน ท่านยิ้มให้เขา และท่านก็วิ่งต่อไป
วันนั้นเขากับเพื่อนกลับบ้านด้วยความสุขใจ ประทับใจ
เมื่อกลับบ้านที่สุพรรณ เขาเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ดีใจด้วย ว่าเขานี่ก็มีบุญเหมือนกันที่ได้กราบพระองค์ท่านใกล้ๆ
ช่างผิดกับข่าวลือ ที่พวกบ่อนทำลายชาติปล่อยมาเป็นเวลานานจริงๆ
เห็นด้วยอย่างแรงกับทุกท่าน