เช้านี้ได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวคนโต (ผู้ที่ดูแลบ้านให้ดิฉันเอง)
ถาม ว่าจะกลับไปที่บ้านหรือเปล่า ฟังน้ำเสียงเบาๆ เป็นน้ำเสียงแห่งการรอคอยน้องสาวในการกลับบ้าน ถึงแม้ว่าที่บ้านจะไม่มีสมาชิกอยู่ที่บ้านมากนัก แต่การที่ได้กลับไปบ้าน เพื่อที่จะได้พูดคุยกัน เห้นหน้ากันก็มีความสุขแล้ว แต่ตัวดิฉันอธิบายว่า มีบางอย่างที่จะต้องทำให้เรียบร้อย และอยากจะกลับช่วงวันเขาพรรษาจะได้หยุดหลายวัน ฟังดังนั้นก็เข้าใจว่า ช่วงนี้ที่บ้านก็ไม่มีธุระจำเป็นอะไรเร่งด่วนอะไรหรอก แต่แค่คิดถึงเท่านั้นเอง
ตามที่เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนจะทำงานที่ไหนไกลๆ ไม่ได้กลับบ้านยังรู้สึกเฉยๆ จะกลับบ้านปีละหนึ่งครั้งเท่านั้นเอง สมัยก่อนได้หายไปจากเมื่องไทยเดือนกว่า พ่อแม่ยังไม่รู้เลยว่าลูกสาวหายไปไหน ช่วงนั้น เจ้านายส่งไปท่องเที่ยว ณ ประเทศสหรัสอเมริกา และไปพักอยู่กับครอบครัวต่างชาติ ที่ เมืองลองบีส เมื่อกลับมาจึงได้มารายงานตัวให้พ่อแม่ทราบ ครอบครัวงงมาก
แต่ขณะนี้เมื่อมาทำงานในจังหวัดบ้านเกิดของตนเอง ในวันหยุดสัปดาห์ไหน ที่ไม่มีกิจกรรมในมหาวิทยาลัย จะต้องกลับบ้านทุกสัปดาห์ ถ้าสัปดาห์ไหนไม่ได้กลับบ้าน ราวกับว่าชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง เพราะความเคยชิน
ถ้าช่วงเวลาไหนที่กลับบ้านจะได้พักผ่อนจริงๆ ในวันหยุดไม่เอางานเอกสารกลับไปด้วย แต่สำหรับการให้บริการปรึกษาปัญหาทางโทรศัพท์ ยังให้บริการปรึกษาเหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าผู้ที่ประสบปัญหาต้องการรับคำปรึกษาจริงๆ
ถ้ายังพักอาศัยอยู่ในระแวกมหาวิทยาลัยฯ ตัวดิฉันเองจะอยู่นิ่งๆ เฉยๆไม่ได้ จะต้องเข้ามาที่ทำงานอยู่ดี เพราะไม่ชอบอยู่เฉยๆ