หลายท่านอ่านบันทึกผู้เขียนแล้วอาจจะนึกว่า อีตานี่ โบร๊าณ โบราณ พูดถึงแต่อดีต ฟูมฟายกับสิ่งที่ผ่านมา ชื่นชมกับสิ่งที่กำลังไม่หวนคืนกลับ พวก GODG (Good Old Day Group) ก็อาจจะใช่มั๊ง.. แต่อีกมุมหนึ่งผู้บันทึกก็ชื่นชมกับเทคโนโลยี่ต่างๆที่สามารถนำมาใช้ในหน้าที่การงานได้ เช่น แผนที่จาก Point Asia หรือของ Google Earth plus ที่มีประโยชน์มาก และผู้บันทึกก็ติดตาม และนำมาใช้ประโยชน์นานมาแล้ว

แผนที่หมู่บ้านหนึ่งในพื้นที่ดงหลวง
อาจเป็นเพราะว่าผู้บันทึกมีประสบการณ์ จากสมัยที่ทำงานกับทีมงาน ดร.เทอด เจริญวัฒนา อดีตท่านเป็นคณะบดีคณะเกษตรศาสตร์ มข. และหัวหน้าทีมงาน Farming Research System and Extension ซึ่งมี ดร.ณรงค์ หุตานุวัตร ดร.อรรถชัย จินตเวช และอีกหลายท่านที่อยู่คณะเกษตรศาสตร์ มข. ในสมัยปี 2534 โดยประมาณนั้น เราเป็นทีมงานทำเรื่อง การวิเคราะห์พื้นที่ ( Agro-ecosystem Analysis = AEA) ภาคอีสานทุกจังหวัด เราใช้แผนที่เป็นหลัก

อีกมุมหนึ่งของหมู่บ้าน ได้นำแผนที่นี้มาใช้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ
สมัยนั้นไม่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์แผนที่เช่นปัจจุบัน จึงใช้วิธีวาดด้วยมือลงบนแผ่นใส ซึ่งเราใช้จำนวนมากมาย สู้ต้นทุนไม่ไหวจึงซื้อแผ่นใสแบบเป็นม้วนมาตัดขนาด A4 แล้ววาดแผนที่ ทุกจังหวัดลงไป เอาถนนใส่เข้าไป เอาแหล่งน้ำใส่ไป เอาป่า ภูเขาใส่ไป เอาชนิดดินใส่ลงไป ฯลฯ แล้วก็มาซ้อนทับกันบนเครื่องฉายข้ามศีรษะ (Over Head Projector) อาจารย์ทั้งสองท่านก็อ่านค่าต่างๆออกมาตามหลักวิชาการ แล้วก็บันทึกทำต้นฉบับ ก่อนออกไปทำ Field spot survey
ที่กล่าวมาเป็นเพียงข้อมูลทางกายภาพเท่านั้น ยังมีข้อมูลทางสังคม เศรษฐกิจ และอื่นๆอีกซึ่งนำมาวิเคราะห์ร่วมกันจนเกิดภาพรวมของศักยภาพของแต่ละอำเภอ จังหวัด ปรากฏว่าแนวทางนี้กรมส่งเสริมการเกษตรรับเอาไปเต็มๆ โดยเป็นแผนงานของกรมในการให้นักวิชาการเกษตรทุกอำเภอทำการวิเคราะห์พื้นที่รายตำบล ที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ และทำเป็นเอกสารออกมาเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้หน่วยงานต่างๆนำไปใช้ประกอบการวางแผนงานด้านต่างๆอย่างสอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพ ชีวภาพ เศรษฐกิจและสังคม ผู้บันทึกไม่แน่ใจว่าปัจจุบันยังมีการทำการปรับปรุงฐานข้อมูลนี้บ้างหรือเปล่า

ระบบของ Point Asia สามารถวัดระยะทางและขนาดพื้นที่เป้าหมายได้ แผนที่นี้เป็นเส้นทางและระยะทางไป อาศรมครูบาสุทธินันท์ครับ
ปัจจุบันมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปดังกล่าว ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงขึ้นในการวิเคราะห์พื้นที่ เพราะได้ให้ภาพเสมือนจริงของพื้นที่ที่ทำงานอยู่ในมุมมองสูงที่ได้มิติทางกายภาพเกือบครบถ้วน หากเราใช้ภาพสามมิติของ Google Earth Plus ก็ยิ่งได้ภาพเสมือนจริงมากขึ้น เกิดความเข้าใจลักษณะพื้นที่ง่ายขึ้น และสามารถใช้ประกอบกับข้อมูลสนามจะทำให้เกิดความสมบูรณ์มากขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาและต่อไปอีก 3 สัปดาห์ผู้บันทึกกำลังทำการเก็บข้อมูลสนามแบบ PRA แผนที่ชุมชนในแบบมุมสูง ช่วยให้เข้าใจพื้นที่ชุมชนเมื่อประกอบข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้รู้ในชุมชนยิ่งทำให้เกิดจินตนาการย้อนอดีตได้อย่างดียิ่งถึงการเคลื่อนย้ายชุมชน เหตุการณ์น้ำท่วม สภาพและขอบเขตป่าสมัยก่อนเมื่อเทียบกับปัจจุบัน เข้าใจที่ตั้งของแหล่งน้ำธรรมชาติและที่สร้างขึ้นใหม่ ป่าชุมชน ป่าอุทยานแห่งชาติ ที่ดินทำกิน สภาพที่ลุ่มที่ดอน แหล่งปลูกข้าว พืชไร่ สวน แหล่งอาหารชุมชน ความสัมพันธ์กับชุมชนข้างเคียง ฯลฯ
ข้อมูลจากแผนที่นี้ เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากการสัมภาษณ์ Key Informant ทั้งแบบ group และ Individual หรือแบบ Focus group เราซึ่งถือว่าเป็นคนนอกก็เข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง
แล้วข้อมูลเหล่านี้ก็นำไปสู่การสรุปสิ่งที่ค้นพบ (Finding) และ การเสนอแนะ (Recommendations)
แผนที่จาก Point Asia และ Google Earth Plus ช่วยได้มากในการใช้วิเคราะห์ชุมชนและเข้าใจชุมชน นอกจากนี้แผนที่ยังนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการวิเคราะห์ชุมชนอีกมาก เช่น การทำแผนที่ทรัพยากรธรรมชาติ การทำแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน การทำ Mobility map ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน และแผนที่เฉพาะเรื่องอีกหลายชนิด
เทคโนโลยี่ หากนำมาใช้ประโยชน์ทางสร้างสรรค์ ก็จะเกิดทวีคุณค่าตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ดังที่ผู้บันทึกได้รับในปัจจุบันนี้..
โห...สมัยนั้นไม่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์แผนที่เช่นปัจจุบัน
แล้วก็มาซ้อนทับกันบนเครื่องฉายข้ามศีรษะ (Over Head Projector) อาจารย์ทั้งสองท่านก็อ่านค่าต่างๆออกมาตามหลักวิชาการ แล้วก็บันทึกทำต้นฉบับ ก่อนออกไปทำ Field spot survey กว่าจะได้สักพื้นที่นะคะพี่บู๊ท แต่ที่ทำแบบนั้น ทำให้เกิดการเรียนรู้ทุกขั้นตอน ค้นพบอุปสรรคและได้ฝึกแก้ปัญหาค่ะ
ในขณะที่เด็กสมัยนี้ อะไรๆก็สำเร็จรูป แม้แต่บวกเลขคิดเลข ยังไม่คล่องกันเลยอ่ะค่ะ เลขไม่กี่หลัก เขาก็จิ้มเครื่องคิดเลขแล้ว
ทุกวันนี้เราพึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกกันมากเกินไปนะคะ จนหนิงกลัวว่าเราจะเป็นทาสมัน เกิดวันนึง ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้น ชีวิตของเราจะเป็นเช่นไรหนอ
ลองคิดเล่นๆอ่ะค่ะ ว่า ถ้าน้ำท่วมโลก ( จากภาวะโลกร้อน) ไม่เหลือเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก คนที่จะรักษาชีวิตอยู่รอด ดำรงเผ่าพันธุ์ นั้นจะเป็นคนแบบไหนนะ
สวัสดีครับพี่บางทราย
ขอบคุณมากๆ เลยครับ สำหรับบันทึกดีๆ การนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ครับ เราใช้เป็นใช้ถูกก็ถึงเป้าหมายเร็วครับ การอธิบายชุมชนจะเข้าใจง่ายเพราะเหมือนคนนั่งมองจากด้านบน หรือบินมองอยู่อย่างนกครับ
ผมถึงชอบการบริหารงานแบบนกคืออยู่ข้างบนมองเห็นภาพรวมขององค์กร จะเห็นว่าตรงไหนอย่างไร คล้ายๆ การบริหารมหาวิทยาลัยแบบวิทยาเขตนะครับ ผมมองว่าอธิการบดีควรจะนั่งเฮลิคอปเตอร์อยู่แล้วมองทุกๆ วิทยาเขตจะทำให้เห็นภาพรวมในการบริหารชัดครับ
หรือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดก็เช่นกัน จะเห็นทุกๆ อำเภอในส่วนที่รับผิดชอบและเห็นจังหวัดข้างเคียงด้วย และในระดับใหญ่หรือเล็กกว่านี้ก็เช่นกันครับ
คือไม่ว่าจะบนลงล่างและล่างขึ้นบน ก็เกื้อกูลกัน จะทำให้เห็นอะไรเหมือนๆ กันครับ ที่สำคัญคือการเปิดใจ เปิดตา เปิดสมอง เพื่อให้ตรงกับคำกล่าวของในหลวงนะครับ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับน้อง
สวัสดีครับน้อง
น่าสนใจมาก เราจะทำอะไรได้อีกจากแผนที่ มีเรื่องต้องเรียนอีกแล้ว
สวัสดีครับคุณ สุทธินันทฺ
เป็น GODG ที่ ทันสมัยจริง ๆ ครับ ผมขออยู่กลุ่มนี้ด้วยคนครับ
ผมยังไม่เคยนำมาใช้เลย แต่ก็ติดตามอยู่เหมือนกัน
สวัสดีครับ