ขอขอบคุณคณะนักวิจัยที่แนะนำให้ครูรัชนีลงข้อความในบล็อกอีกครั้งนะคะ นิทานของครูรัชนีจะเป็นนิทานที่เกี่ยวกับตัวเด็ก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ครูสังเกตพฤติกรรมประจำวันของเด็กๆ

ขอขอบคุณคณะนักวิจัยที่แนะนำให้ครูรัชนีลงข้อความในบล็อกอีกครั้งนะคะ  นิทานของครูรัชนีจะเป็นนิทานที่เกี่ยวกับตัวเด็ก  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ครูสังเกตพฤติกรรมประจำวันของเด็กๆ  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

     "วันหนึ่ง  พระอินทร์ที่อยู่บนสวรรค์ได้มองผ่านก้อนเมฆลงมายังโลกมนุษย์  ก็พบโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีขยะมากมายเหลือเกิน  พระอินทร์จึงบอกกับเทวดาว่า "ให้พวกเจ้าลงไปดูซิ  ว่าทำไมโรงเรียนแห่งนี้จึงมีแต่ขยะเกะกะมากมายจังเลย"  แล้วเทวดาก็เหาะลงมายังโลกมนุษย์  ขณะที่ท่านเทวดากำลังเดินดูบริเวณโรงเรียนอยู่นั้น  ท่านเทวดาก็เห็นเด็กชายธนภูมิและเด็กชายนนทวัฒน์ (นักเรียนชั้นอนุบาล2)  กำลังทิ้งถุงขนมและแก้วน้ำแข็งลงบนพื้น  ท่านเทวดาก็บอกให้เด็กทั้ง 2 คนเก็บถุงขนมกับแก้วน้ำนั้นไปทิ้งลงถังขยะ  แต่เด็กทั้งสองกลับวิ่งหนี  ท่านเทวดาจึงรีบกลับขึ้นไปรายงานพระอินทร์ที่อยู่บนสวรรค์ทันที

      ในคืนนั้น เด็กทั้ง 2 คน ก็ฝันว่า ตามตัวของเขามีแต่ขยะเต็มไปหมด  ภายในบ้านและในที่นอนก็มีแต่ขยะ  เวลารับประทานอาหารก็เห็นแต่ขยะอยู่เต็มจานอาหาร  ในความฝันเด็กทั้ง 2 คน  นั่งร้องไห้อย่างน่าสงสารมาก

      ตื่นขึ้นมาตอนเช้า  เด็กทั้ง 2 คนก็อาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน  แล้วก็แต่งตัวไปโรงเรียน  พอมาถึงโรงเรียนพวกเขาก็นำเรื่องราวในความฝันมาเล่าให้คุณครูฟัง  ครูจึงบอกเด็กทั้ง 2 คนว่า  "ถ้าหนูทิ้งขยะลงในถังขยะ ตามตัวของหนูก็จะไม่มีขยะ ทั้งในบ้านและในที่นอนก็ไม่มีขยะ   ถ้าหนูอยากให้บ้านและโรงเรียนของหนูสะอาด  หนูจะต้องทิ้งขยะลงถังขยะให้เรียบร้อย  แล้วหนูก็จะเป็นที่รักของคุณพ่อคุณแม่ คุณครู และเพื่อนๆ เพราะหนูเป็นเด็กดี  และหนูก็จะมีเพื่อนเล่นมากมายเลยนะจ๊ะ"

      ตั้งแต่นั้นมา  เด็กชายธนภูมิ  และเด็กชายนนทวัฒน์  นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1  ก็ทิ้งขยะลงในถังขยะทุกครั้ง

      หลังจากที่ครูเล่านิทานที่เกี่ยวกับพฤติกรรมที่พบเห็นในแต่ละวันของเด็กๆ  ทำให้พฤติกรรมต่างๆ  เหล่านี้ลดลง  เพราะเด็กๆ  จะช่วยเตือนเพื่อนๆ  และเด็กก็สามารถเล่าเรื่องสั้นๆ  ของตนเอง  จากจินตนาการของเขาเองได้

     สำหรับในปีการศึกษา 2550  ครูรัชนีได้ประจำชั้นอนุบาลปีที่ 1  ก็นำนิทานมาเล่าให้เด็กฟังอีก  จากการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก  เด็กอายุ 4 ปี  ไม่ค่อยอยู่นิ่ง  และไม่ให้ความสนใจในนิทานมากนัก  ครูจึงเปลี่ยนวิธีโดยการนำเพลงมาพัฒนาความคิดของเด็ก  และส่งเสริมเรื่องเล่าของเด็กอายุ 4 ปี  โดยการเล่านิทานสลับกับเพลง  จากการสังเกต 2 สัปดาห์  เด็กจะชอบเพลงมากกว่า  แต่การฟังนิทานของเด็กก็ยังมีความสุข  สนุกสนานอยู่