วันนี้ได้ไปเยี่ยมเยียนสำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย กับคณะทีมนิเทศงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร (หน.สายัณห์ เกียรติกำแหง และคุณสายัณห์  ปิกวงศ์) ติดตามประเด็นการปฏิบัติงานของปี 2549 และได้พูดคุยกับนักส่งเสริมฯ ของอำเภอพรานกระต่าย เพื่อหาแนวทางการทำงานร่วมกันทั้งในระหว่างพวกเราชาวส่งเสริมการเกษตร และกับทุกหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่

          โดยสรุปแล้วในวันนี้ เป็นการสร้างความเข้าใจและเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานร่วมกัน  ซึ่งมีรายละเอียดในหลายๆ เรื่องที่พวกเราร่วมกันจูนคลื่นความเข้าใจระหว่างเพื่อนนักส่งเสริมของอำเภอพรานกระต่ายและทีมจากสำนักงานเกษตรจังหวัด  เช่น..

  • นักส่งเสริมการเกษตร ควรทำงานในพื้นทีอย่างต่อเนื่องตามศักยภาพ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ไม่ต้องรอโครงการหรือรอสั่ง  เพราะหากทำงานโดยรอทำเฉพาะตามสั่ง กิจกรรมมักไม่ยั่งยืน(เป็นวัฒนธรรมใหม่ที่เราต้องค่อยๆ ปรับเปลี่ยน)
  • การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักส่งเสริมการเกษตรด้วยกัน ทั้งที่อยู่ต่างอำเภอ/ต่างกิจกรรม
  • การเขียนรายงานการปฏิบัติงาน ในลักษณะของการวิจัยในงานประจำ การเขียนรายงานซึ่งทุกคนต่างยอมรับว่าเป็นจุดอ่อนของเรา ดังนั้น พวกเราต้องเรียนรู้ สะสมข้อมูลและเขียนทุกเรื่องที่ได้ทำในพื้นที่ ค่อยๆ พัฒนาทักษะการเขียน
  • การจัดทำแผนที่ความรู้/กิจกรรม  ที่เป็น Bese Practice ในพื้นที่ที่เกี่ยวกับเกษตรปลอดภัยตามภารกิจ และยุทธศาสตร์ของทุกระดับ เพราะทุกพื้นที่จะมีองค์ความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้และถือปฏิบัติกันในแต่ละกิจกรรม  เพื่อที่จะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือจัดการถ่ายทอดความรู้กันในพื้นที่/ต่างพื้นที่ต่อไป
  • เปิดโอกาสให้พื้นที่ (แต่ละตำบล) หากจะดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับการผลิตพืชปลอดภัย ควรมีการประสานแผนการปฏิบัติงานร่วมกันกับทางสำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อที่จะได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนากระบวนการแลกเปลียนเรียนรู้ร่วมกัน
  • ฯลฯ

         วันนี้  ที่สำนักงานเกษตรอำเภอพรานกระต่าย นักส่งเสริมการเกษตรของที่นี่ทุกคนเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่นี้มานาน และมีความสามารถในการทำงานส่งเสริมเก่งๆ กันทุกคน 

          เราเริ่มที่การสร้างความเข้าใจร่วมกันก่อนครับ  เพื่อหา/สร้างทีมทำงาน ทำในเรื่องที่ง่ายๆ อยู่ภายใต้งานประจำของเราอยู่แล้ว งานส่งเสริมการเกษตรหากเป็นเรื่องที่คนที่อยู่ในพื้นที่ได้มีโอกาสคิด ได้ตัดสินใจร่วมกัน (ไม่ใช่เขาสั่ง)  จะเกิดงานใหม่ๆ คือจะได้ทั้งงานและการเรียนรู้ของทุกฝ่ายควบคู่กันไปเป็นอย่างมากมาย  และทุกกิจกรรมจะมีความยั่งยืนเพราะทุกกิจกรรม ทุกฝ่ายโดยเฉพาะชุมชนได้ร่วมกันคิดและร่วมลงมือทำ และเป็นเจ้าของที่แท้จริง

เป็นอีกเรื่องหนึ่งทีเขียนมาเพื่อ ลปรร. และเล่าสู่กันอ่านครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก 

4/01/49