วันนี้คงเป็นวันเริ่มต้นทำงานของใครหลายๆคน
เป็นยังไงกันบ้างคะ
สำหรับผู้วิจัยแล้วขอสารภาพเลยค่ะว่าวันนี้ยังอยู่ที่กรุงเทพฯอยู่เลย
จะกลับก็ตอนเย็นนี้ล่ะค่ะ (แต่ถึงจะยังไม่ถึงที่ทำ
งานก็ทำงานอยู่ตลอดเวลานะคะ) ตอนนี้บ่ายแล้ว (เวลาประมาณ 13.00
น.) ก็เลยเข้ามาเขียน Blog ซะหน่อย
ถ้าหากปล่อยเวลาออกไปคงไม่ได้เขียนแน่ (ในวันนี้)
เมื่อวานนี้ค้างเอาไว้ในส่วนของการพัฒนาคุณอำนวยที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันที่
22 มกราคม 2549 นี้ ที่กลุ่มแม่ทะป่าตัน
ความจริงแล้วในการพัฒนาทักษะต่างๆของคุณอำนวยนั้นผู้วิจัยนั่งคิดไปคิดมาเห็นว่าในการทำกิจกรรมหนึ่งๆนั้นสามารถพัฒนาทักษะของคุณอำนวยได้ในหลายด้าน
อย่างเช่น ในเรื่องของการนำเสนอการบริหารจัดการ
การขยายสมาชิก
และการเชื่อมโยงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
ถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นได้ว่า
เป็นการพัฒนาทักษะในเรื่องการสื่อสาร การเล่าเรื่อง การสังเกต
ให้กับผู้นำเสนอ ในขณะเดียวกันก็เป็นการพัฒนาทักษะในการ
ตั้งคำถาม การสื่อสาร การจดบันทึก/สรุปประเด็น
การสร้างคลังความรู้ ให้กับผู้ฟังไปพร้อมๆกัน
ขอเล่า (แผนการในสมองเล็กๆ) ต่อเลยนะคะว่า
ในระหว่างที่มีการนำเสนอของกลุ่ม แม่ทะป่าตัน
ผู้วิจัยจะอัดเทปพร้อมกับถ่ายวีดีโอเอาไว้ด้วย
เพื่ออะไรหรือคะ ก็เพื่อที่จะหาอาสามัครช่วยกันถอดเทป
ผู้วิจัยคิด (เอา) เองว่าถ้าจะฝึกทักษะการจดบันทึก/สรุปประเด็น
การสร้างคลังความรู้ให้กับคุณอำนวยก็ควรให้คุณอำนวยได้ปฏิบัติจริง
คิดว่าการให้ถอดเทปคงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้คุณอำนวยพัฒนาทักษะในด้านการฟังและจับประเด็นได้ค่ะ
เมื่อพูดถึงทักษะในด้านการฟังและการจับประเด็น
นอกจากจะให้ถอดเทปเพื่อนำมาเสนอในการประชุมครั้งต่อไป
(เป็นการทบทวนความจำ และเป็นการฝึกทักษะการฟัง
การจับประเด็น การสื่อสารไปในตัวด้วยค่ะ)
ในระหว่างที่กลุ่มแม่ทะนำเสนอผู้วิจัยจะประสานกับคุณอำนวยของทีม
(คุณสามารถ)
ให้ช่วยเขียนสรุปออกมาเป็นแผนภูมิความคิดเพื่อใช้ประกอบการนำเสนอด้วยค่ะ
(ครั้งแรกคงต้องให้คุณสามารถเป็นหลักก่อนค่ะ
ครั้งต่อๆไปควรจะเวียนให้คุณอำนวยคนอื่นขึ้นมาทำหน้าที่บ้าง)
ทักษะการสื่อสาร
ว่าด้วยเรื่องทักษะการสื่อสารนั้น
ผู้วิจัยก็มีเนื้อหาบางส่วนที่ได้ศึกษามาเล่าให้ฟังค่ะ
เพื่อเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ
(คงต้องศึกษาให้ละเอียดกว่านี้ค่ะ
ถ้าได้ข้อมูลเพิ่มจะมาเล่าให้ฟังค่ะ)
ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
ในเรื่องของการสื่อสารนั้นมีองค์ประกอบที่สำคัญอยู่ 3 อย่าง
คือ ต้องมีผู้ส่งสาร ผู้รับสาร และข่าวสาร
(ขอเพิ่มเติมอีกนิดนะคะว่าถ้าจะสื่อสารให้ได้ผลต้องสื่อสารแบบ 2
ทาง คือ
มีการสะท้อนข่าวสารที่สื่อสารถึงกันระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร
ทั้งนี้เพื่อเป็นการสะท้อนความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย)
หากจะเอามาประยุกต์ใช้กับกิจกรรมการพัฒนาคุณอำนวยในครั้งนี้
การเขียนแผนภูมิประกอบคงจะเป็นการตรวจเช็คความเข้าใจระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสาร
นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังเห็นว่าการเขียนแผนภูมิออกมาจะเป็นตัวที่ช่วยสรุปย่อข่าวสารที่ผู้ส่งข่าวส่งมาให้กระชับขึ้น
ทั้งนี้อาจส่งผลให้ผู้รับสารคนอื่นๆเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วย
ทักษะการฟัง
ต่อเนื่องมาจากทักษะการสื่อสารก็คือ ทักษะการฟัง
ได้มีผู้กล่าวไว้ว่า “ทักษะการฟัง คือ
หัวใจของการสื่อสาร” ผู้วิจัยลองคิด (เล่นๆ)
ดูนะคะว่าถ้า
|
ผู้ฟัง |
|
ไม่เข้าใจ
|
|
ผู้สื่อสาร
|
จะเกิดอะไรขึ้น?
ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟัง
1.คนส่วนใหญ่ฟังมากกว่าพูด
2.ผู้ฟังที่ดีไม่กล่าวโต้ตอบระหว่างการฟัง
3.ผู้ฟังที่ดีมองตาผู้พูด
4.ผู้ฟังที่ดีได้รับอิทธิพลจากประเด็นที่พูดมากกว่าวิธีการนำเสนอ
5.คนเรารับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์
อุปสรรคของการฟังที่ดี
1.ความคิดไม่ตรงกับผู้พูด
2.อคติ , เบื่อหน่าย
3.ต้องการเป็นผู้พูด
ในส่วนของอุปสรรคของการฟังนี้ผู้วิจัยเห็นว่าจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้
โดยต้องพยายามสร้างทัศนคติที่ดีต่อการฟังค่ะ
แต่ตอนนี้ก็ยอมรับความจริงอีกนั่นแหละค่ะว่ายังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะปรับทัศนคติอย่างไร
(เป็นสิ่งที่ยากมากค่ะ
แต่ถ้าเรามีฐานคิดและเชื่อมั่นว่าคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงได้
เชื่อว่าเราจะสามารถปรับทัศนคติได้ค่ะ)
สำหรับอุปสรรคในข้อที่ต้องการเป็น ผู้พูดนั้น
ผู้วิจัยคิดว่าแก้ไม่ยากค่ะ ใช้วิธีการเวียนกันพูด
เวียนกันนำเสนอน่าจะแก้ไขได้ค่ะ
(แต่ก็ต้องดูด้วยค่ะว่าคุณอำนวยที่เข้าร่วมนั้นอยากพูดหรือไม่
บางคนอาจไม่อยากพูด เพราะ ไม่ถนัด ไม่ชอบ
หรือสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้พูด
เงื่อนไขเหล่านี้ต้องนำมาพิจารณาด้วยค่ะ)
กลยุทธ์การฟังที่ดีมีประสิทธิผล
1.มองด้วยความสนใจ
- ผู้ฟังควรมองผู้พูดด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ
- ไม่ใช้สายตาที่อวดเก่งและเบื่อหน่าย
2.จับประเด็น
พยายามจับเนื้อหาสาระที่ผู้พูดต้องการสื่อสารเป็นระยะๆ
พร้อมเชื่อมโยงความสัมพันธ์ข้อความต่างๆ
3.อย่าด่วนสรุป สังเกตท่าทางตนเอง เช่น
ขมวดคิ้ว วางมือทาบแก้ม
ท่าทางเหล่านี้นำไปสู่การด่วนสรุปวัตถุประสงค์ของผู้พูด
อาจทำให้เกิดการมองข้ามประเด็นสำคัญ
4.ไม่ใช้อารมณ์
5.ทดสอบความเข้าใจ ข้อความที่ผู้พูดกำลังสื่อสาร
เช่น ถามคำถามผู้พูดว่า “คุณ
หมายถึง...........................ใช่ไหม”
6.จดบันทึก ส่งเสียงตอบรับและภาษาท่าทาง
- ประโยชน์ของการจดบันทึก คือ ช่วยเตือนความจำ
- ส่งเสียงตอบรับ เช่น “อืม” , “ครับ/ค่ะ”
- ภาษาท่าทาง อ่านความรู้สึกของผู้สื่อและผู้ฟัง
ในส่วนของกลยุทธ์การฟังที่ดีนั้น
ผู้วิจัยเห็นว่าถ้าเอาเนื้อหาอย่างนี้ไปสรุปให้คุณอำนวยฟังในตอนนี้คงจะไม่เหมาะ
แต่ควรที่จะพูดแทรกหรือพูดให้คุณอำนวยคิดจะดีกว่า
ที่ผู้วิจัยมีความเห็นอย่างนี้ก็เพราะว่า
จำได้ดีช่วงที่ไปลงพื้นที่ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ผู้วิจัยจะมีสมุดอยู่เล่มหนึ่งเอาไว้คอยจดบันทึก
(ความจริงก็ไม่ค่อยได้จดหรอกค่ะ เพราะ จดไม่ทัน
ครั้นจะไม่ถืออะไรเลยก็ดูแปลกๆค่ะ) แต่ก็ไม่ใช่จดอย่างเดียวนะคะ
เวลากลุ่มหรือคนอื่นๆพูด ผู้วิจัยก็จะฟังอย่างตั้งใจด้วย
พยักหน้าเป็นระยะค่ะ เพื่อให้กำลังใจผู้พูด
(ความจริงแล้วก็ยอมรับอีกครั้งค่ะว่าหลายๆครั้งก็ฟังไม่ค่อยเข้าใจค่ะ
เพราะ ส่วนใหญ่จะสื่อสารภาษาเหนือ
บางทีคนพูดก็พูดเร็วมาก แต่สมัยเรียนมัธยม
อาจารย์ของผู้วิจัยเคยบอกว่าอาจารย์จะไม่ถามคนที่นั่งข้างหน้ากับคนที่สบตาอาจารย์เวลาอาจารย์พูด
เพราะ แสดงว่าคนคนนั้นเข้าใจว่าอาจารย์พูดอะไร
อาจารย์จะถามเฉพาะคนที่ไม่ตั้งใจเรียน คุย
ไม่สบตาอาจารย์
ผู้วิจัยได้ยินอย่างนั้นเชื่อไหมค่ะชั่วโมงต่อๆมาผู้วิจัยมานั่งข้างหน้า
และสบตาอาจารย์ตลอด แถมพยักหน้าด้วย
ทั้งๆที่ในหลายๆครั้งไม่เข้าใจที่อาจารย์สอนหรอกค่ะ เพราะ
แม้ดวงตาที่สดใสจะมองอาจารย์ แต่ใจนั้นหลับไปแล้ว)
คุณสามารถบอกว่าการจดบันทึกของผู้วิจัยนั้นทำให้ชาวบ้านพอใจและสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆกับเรามากขึ้น
เพราะ ชาวบ้านมองว่าคนบันทึกคือคนที่สนใจ
ผู้วิจัยได้ข้อคิดจาก
คุณสามารถในตรงนี้ก็เลยคิดต่อไปว่าเวลาพัฒนาคุณอำนวยนั้น
ไม่ต้องมานั่งพูดให้คุณอำนวยฟังเหมือนกับที่สอนนักศึกษาก็ได้
แต่ควรที่จะหาวิธีการให้คุณอำนวยรับเทคนิคเหล่านี้เข้าไปโดยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับหรือมีคนจับตามองอยู่
โอ๊ย! เขียน (ไปเรื่อย) มาตั้งเยอะแล้ว
ยังไงก็ช่วยแนะนำด้วยนะคะ แต่เนื้อหายังไม่จบนะคะ
วันนี้นั่งคิดได้แค่นี้ค่ะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่นะคะ
แล้วพบกันที่ลำปางค่ะ
|
|
|
|
|
|