เมื่อเช้าวันที่ 12 กรกฎาคม 2550 ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมภาคีการจัดการความรู้ภาคราชการ ณ กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งวันนี้มีการ ลป.ประสบการณ์การนำ KM ไปปรับใช้ในการทำงานหลายๆ หน่วยงาน ภาคราชการคือกรมอนามัย และกรมส่งเสริมการเกษตร ส่วนภาคเอกชนก็คือการนำKMไปใช้ในบริษัท ไทย เยอรมัน สเปเชียลตี้ กลาส จำกัด
สำหรับผม ได้ไปร่วม ลป.ประสบการณ์ต่อจากพี่สรณพงษ์ บัวโรย จาก สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งบันทึกนี้ ผมขอสรุปสิ่งที่ผมได้เล่า (สดๆ) เพราะไม่ได้รู้ตัว/เตรียมตัว จะว่าเป็นการบอกกล่าวเล่าความสิ่งที่ได้ปฏิบัติก็แล้วกัน เรื่องเล่าอย่างย่อๆ ของผมเกี่ยวกับ "การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หลังการนำ KM ไปใช้" สรุปได้ดังนี้ครับ
- KM ไม่น่าจะเป็นของใหม่ทั้งหมด ในอดีต ก็มีการนำการจัดการความรู้ไปใช้กันอยู่บ้างแล้ว
- สถานการณ์เปลี่ยน การทำงานส่งเสริมการเกษตร จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีปฏิบัติ
- นักส่งเสริมการเกษตร จำต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้ เป็น ผู้จัดการให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (นักจัดการความรู้=คุณอำนวย ในความหมายของ สคส.)
- เมื่อมีการจัดการความรู้เข้ามา KM=KV+KS+KA มาช่วยเติมเต็มการทำงานให้สมบูรณ์มากขึ้น
- เมื่อมีการนำKMมาใช้ เราก็จะไม่บอกว่าทำ KM แต่ต่อมามีการประกาศเป็นนโยบาย ทำให้ต้องบอก สุดท้ายจะทำอย่างไรที่จะทำโดยไม่บอกว่าทำKM ให้เป็นKMตามธรรมชาติ
- นักส่งเสริมการเกษตร เริ่มมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ เพราะต้องอาศัย/สร้างกระบวนการ/เครื่องมือให้เกิดการ ลปรร. เพราะคนลดลง อายุมากขึ้น สถานการณ์เปลี่ยนแปลง
- วิธีการเดิมๆ ที่ใช้ได้ผล บัดนี้อาจจะไม่เพียงพอ-ไม่ได้ผล จำต้องคิดหาวิธีการทำงานส่งเสริมกันอย่างต่อเนื่อง
- สิ่งที่ KM มาช่วยเติมเต็มการทำงานส่งเสริมการเกาตรอีกประเด็นหนึ่งก็คือ การบันทึกองค์ความรู้ จากอดีตไม่เคยบันทึก การเขียนรายงาน (การเขียนเป็นยาขมสำหรับหลายๆ คน)
- ปัจจุบัน เราสามารถสร้างองค์ความรู้ขึ้นใช้เองได้ เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำงานกับกลุ่มอาชีพต่างๆ เป็นต้น
- KMเป็นเครื่องมือที่เหมาะสม ถูกจริตกับงานส่งเสริมการเกษตร เพราะทำให้งานดีขึ้น สร้างการ ลปรร.ซึ่งต้องทำกันอยู่แล้ว
- KM ต้องเข้าใจว่าบางทีเราจะกำหนดให้ชัดเจนว่าจะทำอะไรตั้งแต่เริ่มต้นไม่ได้ทั้งหมด เพราะการทำKMต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเส้นทางที่ผ่านไปด้วย
- คือไม่มองแต่เฉพาะดอกไม้ที่อยู่ปลายทางเท่านั้น ดอกไม้ริมทางเราก็เก็บไปด้วย บางครั้งทำ-เก็บเกี่ยวได้มากกว่าที่คิดไว้
- ยกตัวอย่างที่กำแพงเพชร ทำการสอนงานเจ้าหน้าที่ โดย CKO ไฟเขียวให้ ขรก.บรรจุใหม่ฝึกงาน-ลงภาคสนาม 6 เดือน ก่อนลงพื้นที่ไปปฏิบัติงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ถูกสั่งให้ต้องทำ-ไม่ได้บอกไว้ว่าจะทำตั้งแต่ต้นปี
- คิดได้(ปิ๊ง)ก็ทำเลย ทำKMอย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานโดยใช้KMมาสนับสนุน
สิ่งที่ผมได้เล่าเพื่อ ลปรร. ในงานประชุมภาคีKMภาคราชการ ครั้งที่ 8 ภายในเวลาประมาณ 10 กว่านาที ก็มีประมาณนี้แหละครับ
ผมภาพบรรยากาศของการประชุมภาคีKMภาคราชการ ครั้งที่ 8 ที่กรมส่งเสริมการเกษตร

ห้องประชุมกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนการประชุมภาคีฯ

จ.สมุทรสงคราม นำนิทรรศการส้มโอปลอดสารพิษมานำเสนอ

ทีมสาวน้อย และยอดคุณเล่าจากกรมอนามัยครับ

ตัวแทนจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปางมาแบ่งปันประสบการณ์

คุณดนัย รักขิตตกรรม จาก บ.ไทยเยอรมัน สเปเชียลตี้ฯ นำเสนอKMของบริษัทฯ
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก 19/07/50
น้องสิงห์ป่าสัก ครับ
แจงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังทำ KM เป็นข้อๆ...เป็นประโยชน์กับตนเองที่อยู่ กศน.ใช้เทียบเคียง...ขอบคุณนะครับ
แต่แหม! KM ทีม จากกรมอนามัย ยอดนักเล่าทั้งหลาย ที่บอกว่าสาวน้อยนี่เขาจะว่ายังไงไม่รู้...เพ่งมองก็เห็นไม่ชัด ภาพไม่ชัด ไม่ทราบเป็นใครกันมั่ง
ดีมากเลยค่ะ ที่ถ่ายภาพแล้วครูนงเห็นไม่ชัด เพราะน้องสิงห้ป่าสักเรียกสาวน้อย… กรมอนามัย เพราะถ้าสาวเหลือน้อยหล่ะ…เป้นฮึ่มกันแน่ๆ
สวัสดีครับคุณสิงห์ป่าสัก
เรียน ครูนงเมืองคอน
ขอบคุณที่นำมาเล่าให้ฟัง
หวัดดีเจ้า
ได้แต่นั่งอ่านของคุณแต่ไม่รู้จะเริ่มเขียนแบบไหนขอสั่งสมองค์ความรู้ก่อนนะแล้วจะนำมาเล่าบ้างคนเมืองเขลางค์นครเจ้า
เรียน เจ๊ศรีวิภา
เรียน คุณหมอนนทลี
เรียน อ.ศิริวรรณ หวังดี
ขอบพระคุณมากครับที่แวะมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ
เรียน พี่ บุปผา - สันพะเยาว์ แห่งเมืองเขลางค์นคร
ตามมาอ่านค่ะ....เห็นบรรยากาศเต็มไปด้วยมิตรไมตรีแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน...ขอบคุณค่ะ
ผมเองก็เก็บเกี่ยวบรรยากาศและความรู้ในวันนั้นไปเล่าต่อ..เรียกว่านำไปหากินได้ตั้งอักโข..ขอบคุณ อ.สิงห์ป่าสัก มั๊กมาก...