GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วันเกิดของหนู

                                        วันเกิดของหนู

ครูภาวิณี
                        ครูยุคปฏิรูปการศึกษาเริ่มคุ้นเคยกับคำว่าการประกันคุณภาพการศึกษา“  อย่างน้อยก็ได้ยิน สมศ. ให้ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ มาสามปีแล้ว  มาตรฐานที่ครูต้องเป็นฝ่ายปฏิบัติและนำเสนอให้เห็นเป็นรูปธรรม คือ ผลการพัฒนาของเด็กๆ ที่ตนรับผิดชอบนั่นเอง  อย่างเช่นมาตรฐานที่ 1 ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์  ซึ่งมีตัวบ่งชี้ 4 ตัว : (1) ผู้เรียนมีวินัย มีความรับผิดชอบ    (2) ผู้เรียนมีความประหยัด  (3) ผู้เรียนมีความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเสียสละเพื่อส่วนรวม และ (4) ผู้เรียนมีความซื่อสัตย์สุจริต  สิ่งที่กล่าวไว้ในมาตรฐานและตัวบ่งชี้มีลักษณะเป็นนามธรรม  หลักฐานที่ตรวจสอบได้ส่วนหนึ่งเป็นผลงานที่ต้องมีคำอธิบายประกอบ เช่น เกียรติบัตรแสดงถึงการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม  ในประกาศผลการประกวดมารยาท  เป็นต้น  ไม่ใช่ผลผลิตที่จับต้องได้อย่างเช่นสิ่งประดิษฐ์จากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ หรือ เรียงความชนะเลิศในหัวข้อต่าง ๆ    แต่อย่างไรก็ตาม  ยังมีหลักฐานสำคัญที่ผู้ประเมินภายนอกมองหา คือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวันที่สัมผัสรับรู้ได้เมื่อเข้าไปในโรงเรียน  เป็นหลักฐานและมีร่องรอยที่เป็นรูปธรรมของการพัฒนาที่เป็นนามธรรม  อย่างเช่น ภาพชีวิตเด็กๆ เดินเข้าโรงเรียนยามเช้า  ครูทักทายนักเรียน นักเรียนสวัสดีครู  ในห้องเรียนมีการทำเวร ดูแล จัดระเบียบของโต๊ะเก้าอี้  ในสนามมีเด็กเดินเล่นออกกำลังบ้าง  เป็นภาพที่สื่อถึงชีวิตที่เป็นปกติ  ทุกคนมีส่วนสร้างบรรยากาศ และรับรู้ได้  นักประเมินก็เช่นกัน ก็สามารถสัมผัส รับรู้ และตีความได้ว่า ภาพที่เห็นนั้นเป็นความจริง ที่มีการสั่งสมวิถีการปฏิบัติจนเป็นแบบแผน เป็นเอกลักษณ์ของสังคมโรงเรียน เช่น โรงเรียนหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นแบบอย่างโรงเรียนที่รักษาสิ่งแวดล้อม  เป็นแบบอย่างของสังคมประชาธิปไตย เป็นต้น  ความจริง สังคมที่พึงปรารถนาสร้างขึ้นในโรงเรียนง่ายกว่าการสร้างในชุมชนขนาดใหญ่ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าโรงเรียนมาก  ปัจจัยสำคัญที่มีในโรงเรียน คือ ครู เพราะ งานอย่างนี้ต้องการมืออาชีพอย่างครู  ครูเพียงทำงานในหน้าที่ด้วยความจริงจัง ตรวจตรา ส่งเสริม ช่วยเหลือนักเรียนทุกคน ทุกวัน  ก็จะรับประกันได้ว่านักเรียนมีพัฒนาการตามมาตรฐานที่ 1 อย่างน่าพอใจ  และส่งผลต่อการพัฒนามาตรฐานอื่นๆ ต่อไป โดยสรุปแล้ว เราอาจกำหนดตัวบ่งชี้ใหม่เพื่อวัดความสำเร็จของครูได้ง่ายๆ ตรวจสอบลงข้อสรุปได้ถูกต้องรวดเร็ว ดังนี้  (1) จำนวนนักเรียนที่มาโรงเรียน ครบถ้วนหรือไม่  นักเรียนทุกคนร่าเริงแจ่มใส  มีสุขภาพดี  มาโรงเรียนด้วยความรู้สึกอยากมา  ไม่ต้องบังคับ  มีสิ่งที่อยากพบหมายรู้ของตนเอง   (2) จำนวนนักเรียนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ  เป็นกิจกรรมที่ครูกำหนดบ้าง  ครูวางเงื่อนไขให้นักเรียนทำ  ครูสร้างทางเลือกหลากหลายให้นักเรียนเลือกตัดสินใจเองบ้าง  หรือมีกิจกรรมที่นักเรียนคิดได้อยากทำอีกมากมาย  เป็นภาพการเคลื่อนไหวของนักเรียนตามประสาความอยากรู้อยากเห็น  และ (3)  จำนวนนักเรียนที่ทำงานอย่างมีความสุข  นักเรียนแสดงผลงานด้วยความภาคภูมิใจ  ยอมรับการติชมจากผู้อื่นที่นอกเหนือจากครู และมีกำลังใจที่จะทำงานชิ้นต่อไปด้วยความตั้งใจ   ถ้าครูหมั่นตรวจตราการทำงานของครูว่าเกิดผลตามตัวบ่งชี้ที่คาดหวัง 100 % แล้ว  ครูจะเป็นครูมืออาชีพที่ยิ่งใหญ่
ในห้องเรียนชั้นประถมปีที่หนึ่งทีม  เรา (ครู 3 คน) มีความตั้งใจที่จะให้ได้ความสำเร็จเต็มร้อย เราได้ตรวจตรานักเรียนทุกคนและทุกวัน  ความหลากหลายของนักเรียนเป็นปกติธรรมชาติของนักเรียน  แต่สิ่งที่ครูพยายามจะทำให้เหมือนกันคือ บุคลิกภาพที่งามสง่า กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ถูก เคารพสิทธิผู้อื่น รู้จักประหยัด และมีน้ำใจ  ครูออกแบบการสอนที่กลืนไปกับการปฏิบัติในชีวิตหลายเรื่อง  เรื่องหนึ่งที่เราพบว่า เป็นโอกาสการปรับเปลี่ยนค่านิยมเดิมเป็นค่านิยมที่เสริมสร้างบุคลิกภาพอย่างได้ผล คือวันเกิดของหนู
เช้าวันหนึ่ง ผู้ปกครองหนูจุ๋มนำขนมเค๊กมาฝากคุณครู ให้คุณครูช่วยแบ่งแจกนักเรียนตอนสายช่วงพักดื่มนม  เพราะเป็นวันเกิดของหนูจุ๋ม  วันนี้นักเรียนทุกคนมีความสุข โดยเฉพาะหนูจุ๋ม  วันต่อมา นักเรียนทุกคนได้รับอภินันทนาการจากผู้ปกครองอีกหนึ่งราย  และแล้วกิจกรรมฉลองวันเกิดก็ปรากฎเป็นกิจกรรมประจำวันของห้องประถมปีที่หนึ่งทีม เพราะ ห้องเรามีนักเรียนถึง 72 ชีวิต  ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งพยายามจัดสรรสิ่งดีๆ ให้ลูก บางคนนำขนมหลายอย่างมาสร้างสีสรร เบิดเดย์ปาตี้ที่ยิ่งใหญ่  ขณะที่เด็กๆ ส่วนใหญ่มีความสุข สนุกสนาน เราพบความเงียบ หงอยเกิดขึ้นกับเด็กบางคน   เราจึงได้วางแผนให้นักเรียนร่วมสร้างข้อตกลงกันที่สร้างสรรเพื่อให้เกิดความเข้าใจและสร้างแนวปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป
ในชั่วโมงโฮมรูม  ครูให้นักเรียนช่วยกันคิดถึงสิ่งที่น่าทำในวันเกิด ครูเขียนสิ่งที่นักเรียนเสนอบนกระดาน จัดข้อเสนอของนักเรียนเป็นสองแถว  ด้านซ้ายมือ เป็นข้อเสนอที่เป็นกิจกรรมคุ้นเคย เช่น ฉลองด้วยการกินไอศกรีม เค๊ก และ ขนมอร่อยๆ  ไปเที่ยวสวนสนุก  ไปเที่ยวชายทะเล ไปซื้อของเล่นหรูๆ ที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ  ส่วนทางขวามือ เป็นกิจกรรมที่ครูต้องช่วยกระตุ้น  เช่น ตักบาตรตอนเช้า  ไปทำบุญที่วัด  กราบขอพรผู้ใหญ่  ปฏิบัติตนเป็นเด็กดี ช่วยงานคุณพ่อคุณแม่ เป็นต้น  เด็กๆ ช่วยเสนอไม่นาน เราก็ได้ตัวอย่างกิจกรรมมากมาย  ครูให้นักเรียนแสดงความเห็นว่าแต่ละกิจกรรมให้สิ่งดีๆ กับคนที่เป็นเจ้าของวันเกิดอย่างไรบ้าง  ขณะดียวกันมีข้อเสียอะไรบ้าง  แล้วหาข้อสรุปว่า ในฐานะที่นักเรียนเป็นเด็ก นักเรียนจะทำอะไรในวันเกิดของตน  การจัดกิจกรรมทำนองนี้ มักจะได้ข้อสรุปตามที่ครูวางแผนไว้ เพราะครูสามารถควบคุมสถานการณ์ให้นักเรียนคิดตามแนวที่ครูตะล่อม สุดท้าย นักเรียนช่วยกันสรุปด้วยท่าทีขึงขังจริงจัง ราวกับจะสัญญาว่าหนูจะทำ หนูทำได้ ข้อตกลงสรุปได้ดังนี้
1.      เราจะฉลองวันเกิดที่โรงเรียนทุกคน ด้วยการร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  ให้เพื่อนกล่าวอวยพรให้เจ้าของวันเกิด  ถ้าตรงกับวันหยุด เราก็จะฉลองในวันถัดไป
2.      เราจะเตรียมรูปของตนเองมาจัดบนป้ายนิเทศสุขสันต์วันเกิด เดือน…” 
3.      เราจะเขียนความตั้งใจแก้ไขจุดอ่อนแอของตนเอง  ให้ผู้ปกครองช่วยคิดช่วยเขียนได้ แต่ข้อความที่นำมาติดป้ายต้องเป็นลายมือของนักเรียน
4.      เราจะกราบคุณพ่อคุณแม่ และ ขอบคุณที่ท่านเลี้ยงดูเราด้วยความรัก และจะให้สัญญาต่อท่านว่าจะเป็นเด็กดี
5.      เราจะไม่นำสิ่งของหรือขนมมาแจกเพื่อน เพราะนักเรียนยังไม่สามารถจัดหาสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง
ับแต่วันที่เราได้ทำการตกลง  เราได้ร่วมกันทำวันเกิดให้เป็นวันที่มีความสุขของทุกคนและให้ความสำคัญกับผู้ที่เกิดในวันนั้นๆ  โดยมีผู้ปกครองเป็นแนวร่วม และผู้ช่วยเหลือที่สำคัญ  ถึงแม้ว่าจะมีผู้ปกครองบางคนมีความคิดว่า ครูน่าจะผ่อนผันให้นักเรียนบางคนที่พ่อแม่ยินดีจัดงานวันเกิดเพื่อนักเรียนคนอื่นๆ ได้รับความสนุกตามประสาเด็ก  แต่หลังจากที่ครูชี้แจงให้ทราบแนวความคิดในการพัฒนานักเรียน  และทบทวน ย้ำเตือนข้อตกลงกับผู้ปกครองและนักเรียน ครูได้รับความร่วมมือเกือบทุกคน  ยกเว้นกรณี เด็กหญิงเกด ผู้เป็นสุดที่รักของคุณปู่ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่เคยพบปะกับคุณครูเลย  ภาพการฉลองวันเกิดอย่างเอิกเกริกในห้องเรียนที่ไม่สามารถยับยั้ง  เป็นภาพที่นักเรียนและครูต่างตะลึงกับ ขบวนทหารห้าคนเดินแถวเข้ามาในห้องเรียนตามคำสั่งของคุณปู่ พร้อมด้วยขนมเค๊กสองถาดใหญ่  ไอศกรีมหนึ่งถังใหญ่  อุปกรณ์การกิน และของชำร่วยสำหรับเด็กเป็นสมุดเล่มน้อยสวยงาม พร้อมปากการแท่งเล็กสีทอง  เด็กๆ มีความยินดีปรบมือต้อนรับ  ครูมองดูด้วยความไม่เข้าใจว่ามาได้อย่างใด  แต่ก็ต้องปล่อยให้เลยตามเลย แล้วค่อยปรับความเข้าใจในวันต่อไป

 

----------------------------------------------------------------------------------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 11283
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 1
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

มีความรู้สึกชื่นชมการจัดการปัญหาของค่านิยมในเด็กเล็กซึ่งค่อนข้างจะเกิดขึ้นมากในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของวัตถุนิยม ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของราคาแพง  พฤติกรรมเลียนแบบวัฒนธรรมตะวันตก  โดยการเลียนแบบเพื่อน ๆ หรือสิ่งแวดล้อมรอบข้าง  ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว  สื่อสารมวลชนต่าง ๆ ล้วนแล้วมีอิทธิพลต่อการแสดงพฤติกรรมของเด็กเป็นอย่างยิ่ง  ดังนั้นวิธีการที่ครูทั้ง 3 ท่าน ทำนั้นเห็นได้ว่ามีการให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โดยครูเป็นผู้สะท้อนความคิดเห็นของนักเรียนและคอยควบคุมให้อยู่บนค่านิยมและพฤติกรรมที่ควรจะเป็นในสังคม  อันจะเป็นการปลูกฝังให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้ในอนาคตต่อไป

ชื่นชมกับวิธีการของคุณครูทั้ง 3 ท่านที่ได้ปรับและพยายามสร้างวัฒธรรมไม่ติดวัตถุนิยมพร้อมเน้นพฤติกรรมที่ถูกต้องมีความกตัญญูรู้คุณ รู้จักวิธีปฎิบัติตามหลักศาสนาและที่สำคัญที่สุดให้เด็กได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นพร้อมทั้งการปรับแต่งความคิดโดยระบบประชาธิปไตยซึ่งต้องปลุกฝังไว้ให้ลึกในจิตสำนึกจะช่วยสร้างสังคมที่ใฝ่ฝันให้เห็นจริงเพราะคนที่เป็นผู้ใหญ่นั้นยากที่จะหาคนไปปรับแต่งให้ได้ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้สังคมต่อไปเพื่อสังคมแห่งความเข้าใจที่ถูกต้อง