กล่องของขวัญที่ว่างเปล่า

                                                                                        ครูภาวิณี  
                   

                   โรงเรียนของเรา  ผู้ปกครองให้ความสนใจลูกหลานมาก  โดยเฉพาะเมื่อลูกเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่  1 - 2  ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการดูแลเอาใจใส่ลูกหลานเกินร้อยที่ว่าเกินร้อย  ที่ว่าเกินร้อยก็คือ เต็มร้อยด้วยภาระหน้าที่ของผู้ปกครอง  อย่างเช่น  ดูแลให้ลูกมีเสื้อผ้าสะอาดใส่มาโรงเรียน  ให้กินอิ่มด้วยอาหารที่มีคุณค่าครบ  พามาส่งโรงเรียนทันเวลา  หรือก่อนโรงเรียนเข้า  ร่ำลาลูกหน้าโรงเรียนด้วยรักและห่วงหา  หอมซ้ายหอมขวา  จนรถหลังต้องจอดรอหลายนาที  ตกบ่าย มารับลูกหลังโรงเรียนเลิก  ตามที่ตกลงกับลูก  พาลูกกินข้าว  ทำการบ้าน  และส่งลูกเข้านอน  ส่วนที่ทำเกินร้อย  ก็มีไม่น้อย  เช่น  ทำการบ้านแทน  ผูกเชือกรองเท้าให้    หิ้วกระเป๋าหนังสือแทนลูก  ดูแลรดน้ำต้นถั่วงอกที่เพาะเลี้ยงที่บ้าน และที่สำคัญ  คือ  หาของกำนันมาฝากคุณครู  
                   โดยปกติ บรรยากาศภายในห้องเรียนตอนเช้าและตอนเย็น  จะมีความคึกคักชื่นมื่น  ผู้ปกครองประเภทห่วงใยลูกจะมาพบครูประจำชั้นพร้อมของติดไม้ติดมือมาฝาก  ปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่นักเรียนตัวน้อย ๆ ในห้องเรียนพบอยู่เสมอจนกลายเป็นความปกติที่เด็กๆเข้าใจเองว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น  เด็กหลายคนเรียกร้องให้พ่อ-แม่ของตนทำอย่างพ่อแม่ของเพื่อนบ้าง  เพื่อหวังให้ครูใจใส่ตน และให้ความรัก ความสนใจเป็นพิเศษกว่าลูกศิษย์คนอื่น ๆ
                   ถ้าเรามีโอกาสสังเกตแววตาการรับรู้ของเด็ก  เราจะพบความหมายบางอย่างที่เด็กสื่อการเรียนรู้ที่เขาสร้างขึ้นอย่างเจ็บปวด  เขาอยากให้พ่อแม่ของเขาทำบ้าง   ความจริงความรู้ที่เด็กสรุปมีความถูกต้องสูง เพราะตัวอย่างเหตุการณ์ปรากฏซ้ำอย่างสม่ำเสมอ นับตั้งแต่วันเปิดภาคเรียน ปีการศึกษาใหม่  วันไหว้ครู วันเกิดตัว(เด็ก)  วันกีฬาโรงเรียน  วันประชุมผู้ปกครอง  วันปิดภาคต้น วันเปิดภาคปลาย  เทศกาลปีใหม่ ขึ้นศักราชใหม่ เป็นเทศกาลของของขวัญตามแฟชั่นสากล วันวาเลนไทม์  วันสุดท้ายปีการศึกษาเลี้ยงอำลา  และวันรับสมุดพก เป็นต้น  จากประสบการณ์ที่เป็นครู  15 ปี  พบว่า  วัฒนธรรมของการเอาใจครู  กลายเป็นประเพณีที่นักเรียน-ผู้ปกครองปฏิบัติกัน
                   และแล้วเหตุการณ์หนึ่งก็เกิดขึ้นในวันฉลองปีใหม่ของโรงเรียน   คุณครูนิดมาโรงเรียนแต่เช้า 
พบว่า  บนโต๊ะครูมีกล่องของขวัญใหญ่  ผูกโบสีแดงสวยมาก  และมีกระดาษการ์ดแผ่นเล็ก ๆ เขียนว่า  “ส.ค.ส. มอบคุณครูนิด  จาก ด.ช.กบ”  คุณครูนิดมองกล่องของขวัญกล่องนั้นด้วยความงุนงง  เพราะเด็กชายกบเคยมีแต่ดอกไม้ – ดอกเข็ม  มาฝากครูทุกวันที่เป็นเวร  พ่อ-แม่เขามีฐานะค่อนข้างจน  ไฉนเลยจะมีของขวัญมาให้ครู  เช่นลูกพ่อค้า คหบดี  หรือลูกนักการเมือง  ครูนิดยกกล่องขึ้นมาพิจารณา  ครูนิดเดาไม่ออกจากการสัมผัสน้ำหนักกล่องกับขนาด  แต่เมื่อแกะออกดู  เขาถึงกับตะลึง พบว่า  เป็นความว่างเปล่า  ครูนิดเล่าให้ฟังว่า ความรู้สึกตอนนั้น  โกรธนำ และสงสารตามนึก ครูนิดหาคำอธิบายพฤติกรรมของเด็กชายกบ  และเล่าให้ที่ประชุมครูระดับชั้นป. 1 ฟังว่า ในความคิดของนักเรียน การหาของขวัญให้ครูเป็นเรื่องจำเป็นขาดไม่ได้  เพื่อแสดงความรักครู อย่างเช่นคนส่วนใหญ่ปฏิบัติกัน   และต้องการให้ครูแสดงตอบบ้าง
                   จากการสังเกตของครูหลายคน  และอภิปรายอย่างกว้างขวางในที่ประชุมครูระดับชั้นป. 1  เราได้ข้อสรุปหลักสำคัญที่จะถือปฏิบัติ ด้วยความตั้งใจที่จะสื่อความรักและห่วงใยกันโดยไม่ให้ความหมายกับของขวัญของกำนัน  และจะระวังไม่ทำอันตรายความรูสึกของนักเรียนตัวน้อยๆ   เราตกลงว่า ครูที่จะปฏิบัติต่อเด็กทุกคน ด้วยความเมตตาเสมอกัน ไม่ว่าจะมาจากครอบครัว และการเลี้ยงดูที่แตกต่างเพียงไร  โดยเราจะไม่แสดงความพอใจต่อของกำนัน  และไม่เลือกปฏิบัติต่อเด็กด้วยความอคติ ดังนั้น  หากครูจะรับของกำนันจากผู้ปกครอง ก็จะเก็บของกำนันใส่ตู้  ไม่ตั้งบนโต๊ะให้เกิดความคิดที่สร้างความทุกข์แก่เด็กที่ไม่มีของให้ครู