GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

กล่องของขวัญที่ว่างเปล่า

กล่องของขวัญที่ว่างเปล่า

                                                                                        ครูภาวิณี  
                                      โรงเรียนของเรา  ผู้ปกครองให้ความสนใจลูกหลานมาก  โดยเฉพาะเมื่อลูกเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่  1 - 2  ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการดูแลเอาใจใส่ลูกหลานเกินร้อยที่ว่าเกินร้อย  ที่ว่าเกินร้อยก็คือ เต็มร้อยด้วยภาระหน้าที่ของผู้ปกครอง  อย่างเช่น  ดูแลให้ลูกมีเสื้อผ้าสะอาดใส่มาโรงเรียน  ให้กินอิ่มด้วยอาหารที่มีคุณค่าครบ  พามาส่งโรงเรียนทันเวลา  หรือก่อนโรงเรียนเข้า  ร่ำลาลูกหน้าโรงเรียนด้วยรักและห่วงหา  หอมซ้ายหอมขวา  จนรถหลังต้องจอดรอหลายนาที  ตกบ่าย มารับลูกหลังโรงเรียนเลิก  ตามที่ตกลงกับลูก  พาลูกกินข้าว  ทำการบ้าน  และส่งลูกเข้านอน  ส่วนที่ทำเกินร้อย  ก็มีไม่น้อย  เช่น  ทำการบ้านแทน  ผูกเชือกรองเท้าให้    หิ้วกระเป๋าหนังสือแทนลูก  ดูแลรดน้ำต้นถั่วงอกที่เพาะเลี้ยงที่บ้าน และที่สำคัญ  คือ  หาของกำนันมาฝากคุณครู  
                   โดยปกติ บรรยากาศภายในห้องเรียนตอนเช้าและตอนเย็น  จะมีความคึกคักชื่นมื่น  ผู้ปกครองประเภทห่วงใยลูกจะมาพบครูประจำชั้นพร้อมของติดไม้ติดมือมาฝาก  ปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่นักเรียนตัวน้อย ๆ ในห้องเรียนพบอยู่เสมอจนกลายเป็นความปกติที่เด็กๆเข้าใจเองว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น  เด็กหลายคนเรียกร้องให้พ่อ-แม่ของตนทำอย่างพ่อแม่ของเพื่อนบ้าง  เพื่อหวังให้ครูใจใส่ตน และให้ความรัก ความสนใจเป็นพิเศษกว่าลูกศิษย์คนอื่น ๆ
                   ถ้าเรามีโอกาสสังเกตแววตาการรับรู้ของเด็ก  เราจะพบความหมายบางอย่างที่เด็กสื่อการเรียนรู้ที่เขาสร้างขึ้นอย่างเจ็บปวด  เขาอยากให้พ่อแม่ของเขาทำบ้าง   ความจริงความรู้ที่เด็กสรุปมีความถูกต้องสูง เพราะตัวอย่างเหตุการณ์ปรากฏซ้ำอย่างสม่ำเสมอ นับตั้งแต่วันเปิดภาคเรียน ปีการศึกษาใหม่  วันไหว้ครู วันเกิดตัว(เด็ก)  วันกีฬาโรงเรียน  วันประชุมผู้ปกครอง  วันปิดภาคต้น วันเปิดภาคปลาย  เทศกาลปีใหม่ ขึ้นศักราชใหม่ เป็นเทศกาลของของขวัญตามแฟชั่นสากล วันวาเลนไทม์  วันสุดท้ายปีการศึกษาเลี้ยงอำลา  และวันรับสมุดพก เป็นต้น  จากประสบการณ์ที่เป็นครู  15 ปี  พบว่า  วัฒนธรรมของการเอาใจครู  กลายเป็นประเพณีที่นักเรียน-ผู้ปกครองปฏิบัติกัน
                   และแล้วเหตุการณ์หนึ่งก็เกิดขึ้นในวันฉลองปีใหม่ของโรงเรียน   คุณครูนิดมาโรงเรียนแต่เช้า 
พบว่า  บนโต๊ะครูมีกล่องของขวัญใหญ่  ผูกโบสีแดงสวยมาก  และมีกระดาษการ์ดแผ่นเล็ก ๆ เขียนว่า  “ส.ค.ส. มอบคุณครูนิด  จาก ด.ช.กบ”  คุณครูนิดมองกล่องของขวัญกล่องนั้นด้วยความงุนงง  เพราะเด็กชายกบเคยมีแต่ดอกไม้ – ดอกเข็ม  มาฝากครูทุกวันที่เป็นเวร  พ่อ-แม่เขามีฐานะค่อนข้างจน  ไฉนเลยจะมีของขวัญมาให้ครู  เช่นลูกพ่อค้า คหบดี  หรือลูกนักการเมือง  ครูนิดยกกล่องขึ้นมาพิจารณา  ครูนิดเดาไม่ออกจากการสัมผัสน้ำหนักกล่องกับขนาด  แต่เมื่อแกะออกดู  เขาถึงกับตะลึง พบว่า  เป็นความว่างเปล่า  ครูนิดเล่าให้ฟังว่า ความรู้สึกตอนนั้น  โกรธนำ และสงสารตามนึก ครูนิดหาคำอธิบายพฤติกรรมของเด็กชายกบ  และเล่าให้ที่ประชุมครูระดับชั้นป. 1 ฟังว่า ในความคิดของนักเรียน การหาของขวัญให้ครูเป็นเรื่องจำเป็นขาดไม่ได้  เพื่อแสดงความรักครู อย่างเช่นคนส่วนใหญ่ปฏิบัติกัน   และต้องการให้ครูแสดงตอบบ้าง
                   จากการสังเกตของครูหลายคน  และอภิปรายอย่างกว้างขวางในที่ประชุมครูระดับชั้นป. 1  เราได้ข้อสรุปหลักสำคัญที่จะถือปฏิบัติ ด้วยความตั้งใจที่จะสื่อความรักและห่วงใยกันโดยไม่ให้ความหมายกับของขวัญของกำนัน  และจะระวังไม่ทำอันตรายความรูสึกของนักเรียนตัวน้อยๆ   เราตกลงว่า ครูที่จะปฏิบัติต่อเด็กทุกคน ด้วยความเมตตาเสมอกัน ไม่ว่าจะมาจากครอบครัว และการเลี้ยงดูที่แตกต่างเพียงไร  โดยเราจะไม่แสดงความพอใจต่อของกำนัน  และไม่เลือกปฏิบัติต่อเด็กด้วยความอคติ ดังนั้น  หากครูจะรับของกำนันจากผู้ปกครอง ก็จะเก็บของกำนันใส่ตู้  ไม่ตั้งบนโต๊ะให้เกิดความคิดที่สร้างความทุกข์แก่เด็กที่ไม่มีของให้ครู

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 11274
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

จากบทความดังกล่าวนั้นมีความรู้สึกสงสารเด็กชายกบที่ตนเองเป็นคนที่ฐานะยากจน แต่ก็อยากที่จะทำตามเพื่อนทำเพราะเห็นว่าสิ่งดังกล่าวมีความจำเป็น  ถือว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง การที่คุณครูตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวนั้นนับว่าเป็นการดีที่จะปลูกฝังและเปลี่ยนแปลงค่านิยมไม่ถูกต้องแก่นักเรียน และสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้แก่สังคมห้องเรียนต่อไป

ไม่ต้องรับของกำนันเลยได้ไหมค่ะครู สงสารทั้งผู้ให้ และสงสารผู้ที่ไม่มีจะให้ หรือถ้าจะรับก็รับใต้โต๊ะดีกว่าไหม๊

เป็นหลายหน่วยงานนะครับ ไม่เฉพาะในโรงเรียน บางครั้งผู้ให้ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็นไปแล้ว (ขาดไม่ได้)

ขณะเดียวกันผู้รับก็ไม่ผิดที่จะรับน้ำใจนั้น หากแต่เปลี่ยนจากสิ่งของเป็นการกระทำดีๆต่อกัน น่าจะมีคุณค่า กว่าการนึกถึงกันแค่เฉพาะเทศกาล

เด็กชาย กบ ไม่ผิดที่เขาอยากให้ของขวัญครูนิดเหมือนพ่อ-แม่ ของเพื่อนๆบ้าง มองเจตนาแล้ว เขาตั้งใจ และอาจจะพยายามสื่อว่าเขาไม่มีอะไรจะให้จริงๆ

บทความนี้เกิดจากเรื่องจริง ที่ครูทบทวน และไตร่ตรองกัน กระทั่งหาทางออก จากตัวอย่างของ ด.ช.กบ

หวังว่าทั้งครู และนักเรียนรวมถึงผู้ปกครองใจดีทั้งหลาย คงจะเข้าใจตรงกัน และเกิดบรรยากาศแห่งความสุข ความพึงพอใจกันทุกฝ่ายนะครับ

ได้รับข้อความที่ดีจากเพื่อนคนหนึ่งที่ได้รู้จักกันทาง net  ตั้งแต่ได้คุยกันรู้สึกประทับใจเพื่อนที่ไม่เคยพบหน้าคนนี้ทุก ๆ   และมีแต่ความรู้สึกที่ดีให้  เค้าส่งข้อความมีให้ข้อความหนึ่งอยากให้ทุกคนได้อ่าน  และมองโลกอีกมุมหนึ่งที่คิดแล้วสบายใจ

>>เรื่องมีอยู่ว่า.....
>>
>>ชายคนหนึ่งเคยลงโทษลูกสาววัย 5 ขวบของเขา  
>>เพราะนำเงินไปซื้อกระดาษห่อของขวัญสีทอง ม้วนหนึ่ง
>>ซึ่งมีราคาแพงในขณะที่การเงินที่บ้านฝืดเคือง
>>และเค้าก็อารมณ์เสียอีกครั้งเมื่อลูกสาวของเขานำกระดาษสีทองราคาแพงนั้นมาห่อกล่องของขวัญเพียงเพื่อตกแต่งไว้ใต้ต้นคริสต์มาส
>>แต่กระนั้น...ลูกสาวตัวน้อยก็ได้มอบกล่องของขวัญนั้นให้พ่อของเธอในเช้าวันรุ่งขึ้น
>>
>>และพูดว่า "นี่สำหรับพ่อค่ะ"
>>พ่อของเธอกระอักกระอ่วนกับอาการที่ได้แสดงออกไปก่อนหน้านี้  
>>แต่แล้วความโกรธก็ได้พุ่งพล่านขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาพบว่ามันเป็นเพียงกล่องเปล่า
>>เขาพูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดว่า " ลูกไม่รู้จริงๆ
>>อย่างนั้นหรือว่าการจะให้ของขวัญใคร
>>มันจะต้องมีอะไรอยู่ในกล่องของขวัญด้วย?"
>>
>>เด็กน้อยมองไปที่พ่อของเธอด้วยน้ำตา และพูดว่า " โอ...พ่อจ๋า
>>มันไม่ใช่กล่องเปล่าเลย หนูเป่าจูบเข้าไปจนเต็ม"
>>ชายคนนั้นสะอึก/ตัวชาด้วยความเสียใจ
>>เขาทรุดตัวลงแล้วโอบกอดลูกสาวไว้แน่น  
>>เขาขอให้ลูกสาวยกโทษให้้ากับท่าทางโกรธเกรี้ยวเกินเหตุของเขา
>>
>>ต่อมาไม่นานอุบัติเหตุก็ได้คร่าชีวิตลูกสาวของชายคนนั้นไป
>>และว่ากันว่าเขาเก็บกล่องของขวัญสีทองล้ำค่านั้นไว้ข้างเตียงตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว
>>  และเมื่อใดก็ตามที่เขารู้สึกท้อแท้ใจ
>>หรือต้องเผชิญกับปัญหาที่ยากเย็นแสนเข็น เขาจะเปิดกล่องใบนี้
>>เพื่อหยิบจูบในจินตนาการขึ้นมาหนึ่งจูบ
>>แล้วรำลึกถึงความรักของลูกน้อยที่ได้ใส่จูบนั้นไว้ให้เขา
>>
>>ในความเป็นจริง ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
>>พวกเราทุกคนล้วนได้รับกล่องของขวัญสีทองซึ่งบรรจุด้วยความรักที่ปราศจากเงื่อนไข
>>และรอยจูบจากลูกๆ, ครอบครัว, เพื่อน และพระเจ้า  
>>ไม่มีสมบัติใดล้ำค่าไปกว่านี้อีกแล้ว
>>
>
>>สำหรับ......เพื่อนคือของขวัญจากพระเจ้า  
>>ผู้ซึ่งพยุงให้เรายืนขึ้นด้วยเท้า
>>เมื่อปีกของเราไม่รู้ว่าจะบินอย่างไรมองโลกในแง่ดี
>>และปฏิบัติ้าฉันขอขอบคุณ
>>
>>สำหรับ......สามีที่นอนกรนทั้งคืน
>>เพราะนั่นหมายถึงเขากำลังหลับอยู่ที่บ้านกับฉัน ไม่ใช่กับผู้หญิงอื่น
>>
>>สำหรับ.......ลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่องล้างจานอยู่  
>>เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ที่ถนน
>>
>>สำหรับ.......ภาษีที่ต้องเสีย  เพราะนั่นหมายถึงฉันมีงานทำ
>>
>>สำหรับ........ข้าวของต่างๆ ที่ต้องคอยเก็บหลังงานปาร์ตี้  
>>เพราะนั่นหมายถึงฉันถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูง
>>
>>สำหรับ.........เสื้อผ้าที่พอดีจนเกือบจะคับเกินไป  
>>เพราะนั่นหมายถึงฉันมีกิน
>>
>>สำหรับ.........เงาที่คอยมองดูฉันทำงาน  
>>เพราะนั่นหมายถึงกำลังได้รับแสงแดด
>>
>>สำหรับ..........พื้นที่ต้องคอยขัดถู และหน้าต่างที่ต้องทำความสะอาด
>>เพราะนั่นบ้านถึงฉันมีบ้าน
>>
>>สำหรับ..........คำบ่นต่างๆ ที่มีต่อรัฐบาล  
>>เพราะนั่นหมายถึงเรามีอิสระในการแสดงความคิดเห็น
>>
>>สำหรับ.........ที่จอดรถที่อยู่ไกลสุดของลานจอดรถ  
>>เพราะนั่นหมายถึงฉันฉันสามารถเดินได้  และฉันมีรถ
>>
>>สำหรับ.........ผ้ากองโตที่รอการซักรีด  
>>เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเสื้อผ้าสวมใส่
>>
>>สำหรับ.........ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทุกสิ้นวัน  
>>เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถทำงานหนักได้
>>
>>สำหรับ........เสียงปลุกในทุกๆ เช้า  
>>เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีชีวิตอยู่และสุดท้าย.......
>>
>>สำหรับ.......อีเมล์ที่ส่งมาหาฉันมากมายซะเหลือเกิน  
>>เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเพื่อนๆ ญาติๆ ที่คิดถึงฉันอยู่
>>
>>***ส่งข้อความนี้ไปถึงใครที่คุณห่วงใย***

ข้อความทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เพื่อนที่ดีคนนี้ส่งมา  อยากให้ทุกคนที่ได้อ่านค่ะ  อาจไม่เกี่ยวกับเด็กชาย กบ  แต่ในกล่องของขวัญที่เค้าให้คุณครูจะเหมือนกันก็ได้นะคะ


ข้อความจากเพื่อนบนเน็ตทำน้ำตาซึมซะแล้ว

 ไอเดียกิ๊บเก๋สำหรับหาของขวัญในวาเลนไทม์นี้ รับรองไม่เหมือนใครเพราะคุณเลือกที่จะทำได้
มาหาของขวัญให้ที่รักในวันวาเลนไทม์ดีกว่ารับรองไม่เหมือนใคร
http://valentinegiftidea.110mb.com/valentinegiftidea.htm
http://gifeforvalentine.blogspot.com/
http://weddingmanor.blogspot.com/
http://loveweddingstudio.110mb.com/loveweddingstudio.htm

กตัญญูจริงๆเด็กตัวนี้เอ้ยคนนี้

หนูก็เป็นคนหนึ่งที่อยากให้ของขวัญอาจารย์โดยที่ไม่อยากบอกให้อาจารย์รู้

เพราะหนูแค่อยากให้เพราะรักอาจารย์ และไม่ใช่ของที่มีราคาแพงแต่อย่างใด

เพียงแค่ได้มีความสุขที่ให้คนที่รักเท่านั้น

รักอาจารย์เสมอ

ขออนุญาตินำไปแชร์ต่อคะ