พระธรรมหรือกฤที่แท้จริงในโลก ย่อมไม่จำกัดเวลาจริง, จะจริงเสมอไป เช่นเดียวกับท่านบริโภคได้โดยสะดวกแล้ว จะต้องอิ่มอันเป็นความจริงเสมอคงที่ ทั้งในสมัยนี้และสมัยโน้น. ก็เมื่อท่านทำความชั่ว ท่านจะต้องได้รับทุกข์ทั้งในสมัยโน้นและสมัยนี้; แต่ถ้าท่านทำความดีถึงที่สุด ท่านอาจได้รับผลถึงที่สุดเพียงแต่สมัยโน้น, ในสมัยนี้ไม่ได้รับแล้ว เช่นนี้แล้ว อะไรจะเป็นตัวพระธรรม, พระธรรมอยู่ที่ไหน? ทำไมจิตศึกษาที่เขาฝึกดีแล้วจะไม่สำเร็จผลได้ดีเท่ากับพลศึกษาที่เขาฝึกกันได้แปลก ๆ ในสมัยนี้บ้าง. ถ้ากายศึกษาเป็นสิ่งที่มนุษย์อาจทำให้ดียิ่งขึ้นได้เป็นลำดับ ส่วนจิตศึกษานั้น ไม่สามารถแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นได้ หรือแม้จะรักษาให้คงอยู่อย่างเดิมก็ไม่ได้แล้ว ในโลกนี้ก็ไม่มีพระธรรมเลย, พุทธสาสนาที่สอนไว้ก็ผิดหมด จริงอยู่แต่คำพูดของคนพวกมากเท่านั้น ท่านทั้งหลายจะได้รับความยุติธรรมจากอะไรเล่า. สิ่งที่เป็นความจริงต้องยังคงเป็นความจริง, เว้นไว้แต่ความจริง มักไม่มีโอกาสโผล่เข้าไปในโลกที่เท็จ และเต็มไปด้วยมายาเท่านั้น. การที่พวกเราผู้เป็นพุทธบริษัท ยังเชื่อว่าพระอรหันต์อาจมีได้นั้น ไม่เป็นการงมงานเลย. เราเชื่อกันอย่างมีเหตุผล และจะไม่ชวนกันกลบความจริงข้อนี้ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนด้วย
ตามธรรมดา พวกมดปลวกมีประสาทก็จริง แต่มันไม่อาจมีความรู้ว่า ในโลกนี้มนุษย์มีอากาศยานซึ่งแล่นไปได้เร็วกว่าพวกมันตั้งหลายพันเท่า หรือมีดนตรีที่ไพเราะกว่าเสียงจิ้งหรีดเพื่อนของมันตั้งหลายร้อยเท่าด้วย. ถ้ามดปลวกตัวไหน เผอิญมีประสาทพิเศษรู้ได้เหมือนที่คนเรารู้กันแล้ว และมันขืนขยายแก่พวกมันขึ้น ก็จะถูกพวกมันแยกคัดให้อยู่ต่างหาก เช่นเดียวกับที่เราคัดพวกวิกลจริตให้อยู่ต่างหากในสมัยนี้. นั่นทำไมความจริงของมดหรือปลวกตัวนั้นจึงไม่มีเพื่อนเชื่อถือ, นั่นไม่ใช่เป็นเพราะความจริงบางอย่าง เป็นความจริงที่คนบางพวกไม่อาจรู้ หรือไม่อาจคะเนเอาได้ดอกหรือ. อย่าว่าถึงเช่นนั้นเลย ถ้าเราจะไปบอกคนป่าเถื่อนจริง ๆ ถึงเรื่องความเจริญอย่างใหม่, ก็ยากที่จะให้เขาเชื่อได้ทุกคำพูด. เมื่อวิสัยแห่งพระอรหันต์ เป็นความจริงที่ละเมียดและลึกซึ้งยิ่งกว่า ความแปลกปลาดในระหว่างสิ่งที่อาจรู้ได้ด้วยหูด้วยตา อย่างว่ามาแล้วนั้น เราจะพูดให้เชื่อกันด้วยปากง่าย ๆ ได้อย่างไรเล่า, นอกจากจะให้เขาทำดู แล้วเห็นเอง. นี่เป็นหลัก สันทิฏฐิโก หรือ ปัจจัตตลักษณะ ที่มีประจำอยู่ในพระธรรมชั้นสูง อันลึกละเอียด; จึงเป็นอันว่า นักกายศึกษาจะต้องกล่าวไปอย่างหนึ่งตามความเห็นตน ส่วนนักจิตศึกษาจำเป็นจะต้องกล่าวไปอีกอย่างหนึ่ง, และนักจิตศึกษา อาจฟังคำพูดของนักกายศึกษาเข้าใจง่ายกว่าการที่จะให้นักกายศึกษาฟังคำพูดของเขาเข้าใจ, เพราะฉะนั้น ในวงการของนักจิตศึกษา จักต้องเรียนรู้ธรรม ที่ลึกละเอียดด้วยใจของตนเองโดยเฉพาะ, และการที่เราเชื่อในจิตศึกษา หรือวิชาแห่งความเป็นพระอรหันต์ แล้วพยายามทำจริง ๆ ตามลำดับที่เราสามารถ จึงเป็นการถูกต้องและมีค่าอย่างสูงสุดในชีวิต เพราะเป็นวิชาที่ประณีตทำยาก และได้รับผลคุ้มค่า เป็นสุขอย่างแท้จริง ซึ่งไม่มีวิธีการอย่างอื่นบันดาลให้ได้.
ตามรอยพระอรหันต์ (๕)
ถ้ามดปลวกตัวไหน เผอิญมีประสาทพิเศษรู้ได้เหมือนที่คนเรารู้กันแล้ว และมันขืนขยายแก่พวกมันขึ้น ก็จะถูกพวกมันแยกคัดให้อยู่ต่างหาก เช่นเดียวกับที่เราคัดพวกวิกลจริตให้อยู่ต่างหากในสมัยนี้.
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 16 ก.ค. 2550
mong · 16 ก.ค. 2550