พวกเราคงทราบกันดีว่า แร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ฯลฯ ดีกับสุขภาพกระดูก วันนี้มีข่าวดีมาฝากท่านที่ชื่นชอบอาหารจากธรรมชาติครับ…

พวกเราคงทราบกันดีว่า แร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ฯลฯ ดีกับสุขภาพกระดูก วันนี้มีข่าวดีมาฝากท่านที่ชื่นชอบอาหารจากธรรมชาติครับ…

ท่านอาจารย์แพทย์หญิงเรนา อาร์มาเนนโต-วิลลาเรียล ทำการศึกษาผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน 183 คน ให้กลุ่มตัวอย่างบันทึกรายการอาหารและอาหารเสริมว่า กินอะไรไปบ้างในเวลา 1 สัปดาห์ และทำการวัดหาความหนาแน่นมวลกระดูก

ท่านแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็น 3 กลุ่มได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 กินแคลเซียมจากอาหารอย่างน้อย 70% เช่น นม ผักใบเขียวเข้ม ฯลฯ
  • กลุ่มที่ 2 กินแคลเซียมเสริมในรูปแคลเซียมอัดเม็ด หรืออาหารเสริมแคลเซียม
  • กลุ่มที่ 3 กินแคลเซียมจากอาหารด้วย และแคลเซียมเสริมด้วย

ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่กินแคลเซียมจากอาหารมีความหนาแน่นกระดูกสูงกว่ากลุ่มที่กินแคลเซียมจากอาหารเสริมหรือแคลเซียมอัดเม็ด

ถึงแม้ว่า ปริมาณแคลเซียมในอาหารจะน้อยกว่าก็ยังพบว่า ความหนาแน่นกระดูกสูงกว่า เช่น กลุ่มที่ได้รับแคลเซียมจากอาหาร 830 มิลลิกรัมมีความหนาแน่นกระดูกสูงกว่ากลุ่มที่กินแคลเซียมเสริมวันละ 1,030 มิลลิกรัม

อาจารย์วิลลาเรียลกล่าวว่า แคลเซียมจากอาหาร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นมมีแนวโน้มจะดูดซึมได้มากกว่าแคลเซียมเสริม ซึ่งมักจะดูดซึมได้เพียง 35%

อย่างไรก็ตาม… กลุ่มที่พบความหนาแน่นกระดูกสูงสุดกลับเป็นกลุ่มที่กินแคลเซียมแบบผสมผสาน ทั้งจากอาหารและอาหารเสริม กลุ่มนี้ได้รับแคลเซียมเฉลี่ยสูงถึงวันละ 1,620 มิลลิกรัม

การกินแคลเซียมให้เพียงพอมีส่วนช่วยป้องกันโรคกระดูกโปร่งบาง หรือกระดูกพรุน (osteoporosis)

โรคกระดูกโปร่งบางเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้กระดูกหักในคนสูงอายุ โดยเฉพาะกระดูกข้อตะโพก ข้อมือ และกระดูกสันหลัง

อาจารย์วิลลาเรียลแนะนำว่า

  • คนที่อายุน้อยกว่า 50 ปี ควรกินแคลเซียมรวมกันให้ได้อย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • คนที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ควรกินแคลเซียมรวมกันให้ได้อย่างน้อยวันละ 1,200 มิลลิกรัม
  • อาหารธรรมชาติที่มีแคลเซียมสูงได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์นม เช่น โยเกิร์ต ฯลฯ ผักใบเขียว โดยเฉพาะผักใบเขียวสีเข้ม
  • ท่านที่กินแคลเซียมเสริมชนิดแคลเซียมคาร์บอเนต (calcium carbonate) ควรกินแคลเซียมเสริมพร้อมอาหาร เพื่อให้ร่ายกายดูดซึมแคลเซียมได้เต็มที่

การกินนมและผลิตภัณฑ์นมนั้น… ท่านที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไปไม่ควรดื่มนมไขมันเต็มส่วน (whole milk) เนื่องจากมีไขมันอิ่มตัวสูง ทำให้เสี่ยงต่อโรคไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)สูง ควรดื่มนมไขมันต่ำ (low fat) หรือนมไม่มีไขมัน (nonfat) แทน

ถ้าชอบโยเกิร์ต(นมเปรี้ยว)… ควรเลือกชนิดไขมันต่ำ และอย่าลืมเลือกชนิดน้ำตาลต่ำ (low sugar) ด้วย โยเกิร์ตในรูปถ้วยส่วนใหญ่มีน้ำตาลต่ำกว่านมเปรี้ยว

ถ้าไม่ชอบนม... งาดำ เต้าหู้ ผักใบเขียว นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียมน่าจะมีส่วนช่วยได้

การแบ่งอาหารหรืออาหารเสริมที่มีแคลเซียมเป็นมื้อย่อยๆ หลายมื้อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น เนื่องจากร่างกายมักจะดูดซึมแคลเซียมได้ไม่เกินมื้อละ 500 มิลลิกรัม

เสริมแคลเซียมแล้วอย่าลืมออกกำลัง โดยเฉพาะการเดิน วิ่งเหยาะ(จอกกิ้ง) เดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ การออกกำลังต้านแรง (เช่น ยกน้ำหนัก ดึงสปริง ดึงยางยืด ฯลฯ) เพื่อให้แคลเซียมจับกระดูกได้ดีขึ้น

ถึงตรงนี้… ขอให้พวกเรามีสุขภาพดี และมีกระดูกแข็งแรงไปนานๆ ครับ

ข่าวประกาศ...                                                  

  • ผู้เขียนขอปิดส่วนความคิดเห็น และงดตอบปัญหา เพื่อปรับปรุงคำหลัก (key words) บันทึกย้อนหลังไปพลางก่อน

ขอแนะนำ...                                                    

    แหล่งที่มา:                                       

  • Many thanks to > Holy Cross Hospital > Calcium from food best for bones > [ Click ] > June 23, 2007.
  • ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก บ้านสุขภาพมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  • ขอขอบพระคุณ > อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT ศูนย์มะเร็งลำปาง
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > 16 กรกฎาคม 2550.