GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

อนุทินของครูพัชรี : โรงเรียนวัดบางน้ำชน เขตธนบุรี กทม.

อยากให้อ่านอนุทินที่เกิดจากความรู้สึกของครูคนหนึ่ง สังกัด กทม.

อนุทิน  นางพัชรี   กังสเจรียรณ์

สารบัญเหตุการณ์

                             เหตุการณ์                                                                                            วัน / เดือน /  ปี

“ความรับผิดชอบ”

25  มิ.ย.  45

“ความภูมิใจกับการสอนภาษาอังกฤษ”

9  ก.ค.  45

“เต็มใจช่วยเพื่อน”

12  ก.ค.  45

“โรงเรียนแห่งความรู้และความสุข”

16  ก.ค.  45

“น้ำนมแก้วเดียว”

2  ส.ค.  45

“ดอกมะลิยักษ์  วันแม่แห่งชาติ” 

9  ส.ค.  45

“ความมีน้ำใจ”

26  ส.ค.  45

“ศิลปะการจัดสวน  ของคนแก่”

1  ก.ย.  45

“ความเสียสละและความรับผิดชอบในหน้าที่”

3  ก.ย.  45

“ตอบคำถามด้วยความภูมิใจ”

12  ก.ย.  45

“ถ่ายทอดวิชาเพื่อเสริมรายได้”

13  ก.ย.  45

“ความรู้สึกของลูกสมศักดิ์”

20  ก.ย.  45

“ความภูมิใจที่มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมีน้ำใจ”

14  ต.ค.  45

“หนึ่งโรงเรียนหนึ่งการเรียนรู้”

20  ม.ค.  46

“ความภูมิใจพวกเราชาวบางน้ำชนกับการทำโรงเรียนเป็นบ้านหลังที่สอง”

28  มี.ค.  46

“1  ปีแห่งความภาคภูมิใจ”

31  มี.ค.  46


 

                                                                 25  มิ.ย.  45                          

“ ความรับผิดชอบ “   วันนี้สอนนักเรียนชั้น ป.4 วิชางานประดิษฐ์  ( 9.30-10.30) ได้สั่งนักเรียนทุกคนให้เตรียมอุปกรณ์การเรียนมาให้พร้อม  เพื่อจะปฏิบัติงาน  ก่อนปฏิบัติงานได้เรียกชื่อเพื่อตรวจการมาเรียน  พร้อมกับให้นักเรียนนำอุปกรณ์ขึ้นมาวางบนโต๊ะทำงาน  นักเรียนแต่ละคนมีความกระตือรือร้นกันมาก  หยิบอุปกรณ์ต่างๆขึ้นมาวางบนโต๊ะของตนเอง

ขณะเรียกชื่อถึง ด.ญ.ภานมาศ  นั่งเฉยไม่ได้หยิบของอะไรขึ้นมาเลย  สอบถามว่าทำไมไม่เอาอุปกรณ์ที่คุณครูสั่งมา ( สั่งให้เอาขวดน้ำพลาสติกจะประดิษฐ์ปลา )  ภานมาศตอบว่าบ้านหนูมีเยอะเลยค่ะ  แต่หนูลืมค่ะ  แล้วภานมาศก็นั่งเฉย  ข้าพเจ้าได้ยินเสียงพูดขึ้นของนักเรียนหลายคนว่า  ลืมทุกวิชาเลย  เลขก็ลืม  สมุดของพระอาจารย์ยังลืมเลย   ข้าพเจ้าไม่ได้ว่าหรือดุภานุมาศ  แต่คิดและมองไปที่ภานมาศ  เด็กขาดความรับผิดชอบหรือเปล่า  จะทำอย่างไรดี  เรียกภานมาศ มาที่โต๊ะและสอบถามสาเหตุที่ไม่นำอุปกรณ์มาเรียน  ภานมาศ ตอบว่า ที่บ้านมี  แต่หนูลืม  ได้พูดอบรมภานมาศว่า   การปฏิบัติงานต้องเตรียมอุปกรณ์มาให้พร้อม  และคุณครูสั่งล่วงหน้าแล้ว  ควรจะรับผิดชอบนำอุปกรณ์มาเรียน ( การลืมอุปกรณ์การเรียนของภานมาศเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ) คิดใจใจว่าจะมีครั้งต่อไปอีกไหมนี่  ภานมาศกลับไปนั่งเฉยๆ  ไม่สนใจใคร  และข้าพเจ้าได้ถามนักเรียนทุกคนว่า  ใครเอาขวดน้ำมาเยอะพอจะแบ่งให้ภานมาศได้บ้าง  ทุกคนนั่งเงียบ  ข้าพเจ้าได้ถามย้ำอีกใครพอจะให้เพื่อนได้บ้าง  ได้ยินเสียงผมครับ  มองไปเจ้าอนันต์ชูขวดน้ำพลาสติกขึ้น  ข้าพเจ้าได้บอกให้ภานมาศเดินไปเอา  ภานมาศลุกไปหยิบและไม่ขอบคุณเพื่อนเลย  ข้าพเจ้าได้พูดเตือนไปว่า  เพื่อนให้ของหนูจะไม่พูดอะไรเลยหรือ  ภานมาศจึงพูดว่า “ ขอบคุณ” 

ข้าพเจ้าคิดว่า  ถ้าหากคนทุกคนขาดความรับผิดชอบในหน้าที่หรือขาดความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับมอบหมายคงแย่และถ้าเป็นเด็กปฏิบัติบ่อยๆจนติดเป็นนิสัยเกิดความเคยชิน  ในอนาคตสังคมคงแย่  ผู้ปกครองและครูควรช่วยกันอบรมเรื่องความรับผิดชอบให้กับนักเรียนมากกว่านี้  เพื่ออนาคตของเขาจะได้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

                                                        9  ก.ค.  45

“ความภูมิใจกับการสอนภาษาอังกฤษ”  อาจารย์ใหญ่บุญเหลือและอาจารย์นิภาฝ่ายวิชาการได้มองเห็นความเป็นแหม่ม(นิโกร)ของตัวข้าพเจ้า  เลยได้ปรับเปลี่ยนให้ไปสอนเพิ่มในวิชาภาษาอังกฤษชั้น ป.1 เพื่อปูพื้นฐานให้กับนักเรียนในชั้นต่อไป

ในช่วงเวลาที่ได้รับคำสั่งใหม่ๆ  มีความรู้สึกกังวลมากว่าจะสอนได้ดีหรือเปล่า  เมื่อสอนไปแล้วนักเรียนจะเข้าใจหรือเปล่า  เพราะเราไม่ได้จบวิชาเอกภาษาอังกฤษ  อาจารย์นิภาและท่านอาจารย์ใหญ่ให้กำลังใจมาก อาจารย์นิภาจัดหาหนังสือและกำหนดการสอนให้มาศึกษาเนื้อหาบทเรียน  ให้เราคลายหายกังวล  แค่นี้ยังไม่พอสำหรับข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าได้ไปชวนสามีและลูกสาวไปหาซื้อหนังสือและแบบฝึกหัดต่างๆมาอีก 2-3เล่มมาศึกษาดู  และได้ปรึกษาหารือกับลูกสาวที่เรียนอยู่ชั้น ม.2  โรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา  ว่าคุณครูของลูกที่สอนภาษาอังกฤษเขาทำกันอย่างไร  เขาสอนสนุกไหม  ช่วยเล่าให้คุณแม่ฟังบ้าง  ลูกสาวได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า  คุณครูเคยพูดว่า  การที่เรียนภาษาอังกฤษให้สนุกและเข้าใจง่าย  ต้องกล้าแสดงออก  แล้วต้องดัดจริตเสียงด้วย  ถามลูกสาวว่าทำไมต้องดัดจริตเสียง  เขาบอกว่าจะสร้างความเร้าใจ  และให้เด็กมีความสนุกในการเรียนไม่เบื่อ  ข้าพเจ้าได้นำคำพูดของลูกสาวมาเล่าให้อาจารย์ใหญ่ฟัง  อาจารย์ใหญ่บอกว่าลูกสาวคุณพูดถูกแล้ว  ดังนั้นข้าพเจ้าได้ศึกษาคู่มือกำหนดการสอนแบบฝึกหัดต่างๆ  และลงมือจัดทำกำหนดการสอน  เขียนแผนการสอน  จัดทำใบความรู้  ใบงานและแบบฝึกหัดต่างๆ  เมื่อเปิดภาคเรียนที่ 1 เข้าสอนตามปกติ  ความสนุกสนานเพลิดเพลินในการจัดการเรียนการสอนนักเรียนสนุกมาก  เล่นบทบาทสมมุติ  ข้าพเจ้าดัดจริตเต็มที่  นักเรียนไม่เบื่อ  หัวเราะกันครื้นเครง  นักเรียนร่วมกิจกรรมได้เต็มศักยภาพของทุกคน เรียนกันอย่างสนุกสนาน  ข้าพเจ้าสังเกตได้จากเมื่อถึงชั่วโมงภาษาอังกฤษนักเรียนจะรีบมาที่ห้องสมุด  สื่อที่ข้าพเจ้าใช้สอนคือ VDO,CDเพลงที่อาจารย์ใหญ่, อ.นิภาจัดหามาให้ได้หยิบออกมาใช้อย่างเต็มที่  นักเรียนตั้งใจเรียนและร่วมปฏิบัติกิจกรรมได้ดีมาก  และมีความรับผิดชอบงานของตนเองดีเยี่ยม  นอกจากนักเรียนบางคนที่ต้องทำกรณีศึกษาเพื่อช่วยเหลือ ให้มีความพร้อมในการเรียนและเป็นการช่วยเหลือนักเรียนให้รักการเรียนในวิชาภาษาอังกฤษต่อไป

นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าภูมิใจมาก  ที่สามารถสอนวิชาภาษาอังกฤษได้ดี  ซึ่งก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าไม่มีความเชื่อมั่นใจในตนเองเลย  ถ้าเราเตรียมตัว  เตรียมคู่มือ  เขียนกำหนดการสอนตามเนื้อหาบทเรียนเตรียมสื่อ  เตรียมใบความรู้  เตรียมใบงาน  นำทุกสิ่งที่เตรียมมาศึกษา  และสิ่งที่สำคัญเตรียมตัวสอนให้เต็มศักยภาพ  มันไม่มีอะไรยากเลย ( ถึงแม้เราไม่จบวิชาเอกภาษาอังกฤษ ) ทำตามที่ลูกสาวบอกใส่จริตเข้าไปอีกหน่อย  ความสนุกและความรู้ต่างๆที่เราให้กับนักเรียนก็จะเกิดกับนักเรียนอย่างแน่นนอน

                                                       12  ก.ค.  45

“ เต็มใจช่วยเพื่อน “  วันนี้ทางโรงเรียนให้การต้อนรับครูเครื่อข่ายจากจังหวัดสกลนคร ( รร.อนุบาลสว่างแดนดิน )  รวม  53  คนเพื่อมาดูและศึกษาการเรียนการสอนของ รร.วัดบางน้ำชน 

ในชั่วโมงบ้านเล็กได้ช่วยอ.นิภารับลูกของแม่ภามา  10  คนเพราะแม่ภา( บ้านปันรัก )  รับผิดชอบให้บรรยายให้คณะครูจากสว่างแดนดินฟังเรื่องการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน  ข้าพเจ้าได้รวมบ้านเล็กไว้  3  บ้านโดยมี อ.ณัฐวุฒิช่วยด้วย  เราเตรียมกิจกรรมสอนเรื่องการสานปลาตะเพียน  โดยพวกเราเอาพี่ๆ  ของ3บ้านมาฝึกสอนก่อน ( พี่ ป. 5, ป. 6 )  แล้วกลับไปสอนน้องๆภายในบ้าน  พวกลูกๆสนุกกับการที่พี่ๆเป็นคนสอน  โดยมีเรา 2 คนสังเกตอยู่ห่างๆ อ.ณัฐวุฒิซื้อมะนาวสดมา  เลยช่วยกันทำน้ำมะนาวเลี้ยงลูกๆเรียนสานปลาตะเพียนกันไปดื่มน้ำกันไปสนุกดี

การช่วยเพื่อนในเวลาฉุกเฉินเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นประจำในโรงเรียนวัดบางน้ำชน  เพราะเรามีไม่กี่ชีวิต ครู11-12 คนต่างช่วยเหลือกันความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นแน่และการที่เราให้ความรักและความจริงใจกับเด็กทุกคนนั้นมันไม่ยาก  แต่ต้องทำด้วยความจริงใจและจากใจจริง  จะทำให้เด็กเกิดความอบอุ่น,มีความสุข  สิ่งที่เราให้กับเด็กๆเพียงเล็กๆน้อย  โดยที่เรามีน้ำใจแบ่งปันกันความรักและความศรัทธาจะเกิดขึ้นอย่างมากมาย  เพราะสังเกตได้ชัดเจน  ลูกๆทุกคนยิ้มร่าเริงแจ่มใส  พวกพี่ๆก็สอนน้องสานปลาตะเพียน  หิวน้ำก็ดื่มน้ำมะนาว ( ฝีมือแม่  ฝีมือบ้านที่สอง )  ตั้งใจทำงานกันไม่เบื่อ  ความสุขใจเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย ครูกับเด็กๆ

* “ได้ยินเสียงแว่วๆอย่างให้มีชั่วโมงบ้านเล็กทุกวันเลย “     

                                                         16  ก.ค.  45

“ โรงเรียนแห่งความรู้และความสุข “  ข้าพเจ้าปฏิบัติงานอยู่ในห้องสมุด  ได้ยินเสียงดังอยู่หน้าห้องสมุด  เด็กๆกำลังเข้าแถวกันใหญ่  นึกได้ว่าเป็นชั่วโมงบรูณาการชั้น ป.1- ป.2  รีบเปิดประตูกระจกออกไปดูครูภาซึ่งกำลังทำงานอยู่ออกมาควบคุมการเข้าแถวของนักเรียน   ขณะนั้นได้ยินเสียงแจ๋วๆดังมากเลยจึงหันไปดู    ด.ญ.อรอุมา  นุ่มอำพันธุ์  พูดให้เพื่อนๆฟังว่า” อยากเรียนบรูณาการทุกวันเลย” ครูภาถามนักเรียนว่า”เรียนทุกวันไม่เบื่อเหรอ”  เสียงเด็กๆตอบพร้อมกันว่า”ไม่เบื่อค่ะ,ไม่เบื่อครับ”

พวกเรา 4 คน อ.นิภา ,อ.สุนทร,อ.ณัฐวุฒิและข้าพเจ้าเป็นทีมสอนชั้น ป.1 – ป.2  ชั่วโมงบูรณาการและลูกเสือ  ทีมเรา  4  คน  ช่วยกันจัดกิจกรรมเนื้อหาและอุปกรณ์การสอนเพื่อให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานและมีความสุขกับการเรียน  และตั้งใจปฏิบัติงาน  กิจกรรมบูรณาการ  วันนี้ประดิษฐ์ธงชาติไทย – ญี่ปุ่น  ในเนื้อหาบูรณาการ  E.M.  หน่วยที่ 3  (สัญจรจากแดนไกล)  นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมด้วยความตั้งใจ  นักเรียนแต่ละกลุ่มทำธงชาติได้ถูกต้องตามขั้นตอน  พวกเราสังเกตว่าเด็กๆมีความภูมิใจในฝีมือของตนเองมาก

ความสุข ความภูมิใจของครูทุกคนหรืออาจจะเกือบทุกคนก็คือ  เมื่อปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนแล้วนักเรียนมีความรู้  ความเข้าใจปฏิบัติงานที่ครูมอบหมายได้ถูกต้องตามขั้นตอนและสวยงาม  และเห็นนักเรียนมีความสุขและสนุกกับการเรียนการสอน  ครูก็หายเหนื่อยแล้ว

                                                  2 ส.ค.  45

“น้ำนมแก้วเดียว” วันนี้ชั่วโมงบ้านเล็กในบ้านใหญ่  เราร่วมบ้านพี่บ้านน้องกัน 3 บ้าน(บ้านป้าภา,บ้านน้าณัฐวุฒิและบ้านครูแดง)  พวกเรานำลูก 3 บ้านมาเรียนรู้กันในห้องสมุด  ป้าภาเล่านิทานเรื่อง”น้ำนมแก้วเดียว”  เราและพวกลูกๆฟังกันเพลินในเรื่องของนิทานสอนให้รู้คุณค่าของความกตัญญูรู้คุณของคน  เมื่อมีโอกาสหรือจังหวะที่สามารถตอบแทนบุญคุณให้ตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณทันที

ในช่วงเวลาจะถึงวันแม่  12  ส.ค.ของทุกปีซึ่งถือว่าเป็นวันแม่แห่งชาติ  กิจกรรมวันนี้เราให้พวกลูกๆทุกคนทำการ์ดวันแม่  แม่ที่มีพระคุณต่อเราทุกคน  การ์ดที่ทำในวันนี้ทำจากกระดาษมือสองที่ลูกๆเป็นผู้ทำเอง  เมื่อลูกทำการ์ดเสร็จให้ลูกเขียนข้อความในใจของตัวเองแล้วให้ลูกเก็บไว้มอบให้แม่จริงที่ทางโรงเรียนจะจัดขึ้นวันที่ 9  ส.ค. 45

การร่วมงานของเรา 3 คน 3 ครอบครัว  ทำงานด้วยความตั้งใจ  ลูกๆทุกคนได้ถูกปลูกฝังความกตัญญูรู้คุณคนนับเป็นสิ่งที่พวกเราปลูกฝังความมีคุณธรรมไว้ในจิตใจของพวกเขา  ให้มีจิตใจที่ดีงาม

                                             9  ส.ค.  45

“ดอกมะลิยักษ์”  วันนี้โรงเรียนจัดงานวันแม่  ผู้ปกครองและครูได้มีโอกาสพบและคุยกัน  บรรยากาศในโรงเรียนสดใสด้วยรอยยิ้มของแม่และลูก  เสียงผู้ปกครองพูดคุยกันด้วยความสุข  แม่ลูกจูงกันเดินเข้าประตูโรงเรียน  มองดูแล้วชื่นใจ  ความสัมพันธ์สายใยของความรักแม่กับลูกประทับใจเราจริงๆ 

ปีนี้และวันนี้อีกแล้วที่เรามีความภูมิใจ  พี่ภาพูดถึงดอกมะลิยักษ์ที่อยู่ในโรงเรียนวัดบางน้ำชนของเรา  ซึ่งเราเป็นผู้ทำและนำมาประดับในงานวันแม่ทุกปี  นับเป็นความภูมิใจอย่างมาก  ในงานฝีมือตนเองที่นำกระดาษมาทำดอกมะลิยักษ์ได้สวย  ภายในห้องประชุมวันนี้คุณแม่กับลูกมาร่วมงานกันเต็มห้องประชุม  ในปีนี้ผู้ปกครองมาร่วมกันมากกว่าทุกปี  แม่ของลูกๆนั่งชมการแสดงของลูกๆ  กิจกรรมต่างๆได้เสร็จสิ้นลง  จนถึงเวลาสำคัญคือแม่และลูกๆกับแม่บ้านที่สองร่วมกันปลูกต้นไม้  วันนี่ได้พบและพูดคุยกับแม่ของลูกๆในบ้านที่สอง แม่ของด.ญ.สุภัทรา  สาวงศ์  ได้มาบอกฝากลูกสาวและเล่าเรื่องส่วนตัวของเขากับแฟนใหม่ให้ฟัง  เมื่อรับฟังแล้วเรารู้สึกเห็นใจ  ได้ให้คำแนะนำและให้กำลังใจ  ให้อดทนและทำตัวให้ดีที่สุดสำหรับลูก

ข้าพเจ้าให้ข้อคิดกับแม่สุภัทราว่า  จะทำอะไรให้คิดให้รอบคอบ  เพราะลูกๆ 3 คนต้องการแม่และความอบอุ่นจากแม่  แม่ของด.ญ.สุภัทรา ขอบคุณเราที่พูดให้กำลังใจ  และบอกกับเราว่าดีใจที่เราเป็นแม่คนที่สองของลูกเขา  ความภูมิใจของเราคือ  ผู้ปกครองมีความศรัทรา  ความไว้วางใจ  เชื่อถือฝากสิ่งสำคัญคือลูกของเขาให้เราอบรมดูแล

                                                             26  ส.ค.  45

“ความมีน้ำใจ”   วันนี้เวลา  15.40 น.  สอนเสริมด.ช.ชินดนัย  ศรีประจง  เพราะทำกรณีศึกษาพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนอักษรพิมพ์ใหญ่ A – Z  มีอ.นิภา  ธชาศรี  นั่งร่วมอยู่ด้วย  เพราะเพิ่งสอนกิจกรรมบ้านเล็กในบ้านใหญ่(สอนทำดอกไม้จันทร์)  วันนี้เราสองคนกับพี่นิภามีความรู้สึกว่างานล้นมือ  เหนื่อยมากเลย  แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้พยายามทำจนสำเร็จลุล่วงไปที่ละอย่างจนหมดไปทุกเรื่องเสียงพี่ภาพูดว่า  วันนี้เหนื่อยจริงๆ

ด.ช. ชินดนัย  ขออนุญาติออกไปข้างนอก  เขาหายไปสักพักหนึ่ง  แล้งเดินพุงโตกลับมาหาเรา  2  คนในมือถือ  และน้ำเป๊ปซี่  1  ถุง  ยื่นส่งให้ครูภากับครูแดงและพูดว่า” ผมซื้อมาให้  ครูกินซิ”  แล้วเขาก็นั่งลงส่งถุงขนมปังให้ครูภากับครูแดง  ข้าพเจ้ามีความรู้สึกคอตีบตันมากเลย  หันหน้าไปมองพี่ภา  (ไม่รู้ว่าพี่ภาจะมีความรู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า)  เรา 2 คนถามด.ช. ชินดนัยว่า  ทำไมซื้อมาให้  ด.ช. ชินดนัยตอบตรงว่า “ ผมรักครู  ครูภากับครูแดงสอนเด็กเหนื่อย)  เราสองคนรับขนมปังมาแผ่นเดียวแล้วแบ่งคนละครึ่ง  ขอบใจชินดนัย  เมื่อทานขนมปังหมดเขาก็ส่งถุงน้ำให้  ตัวเขาเองก็นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย  น้ำเป๊ปซี่ถุงเดียวแบ่งกันกิน 3 คน

การกระทำของด.ช. ชินดนัย  ในวันนี้นับเป็นสิ่งที่เขาอยากทำขึ้นเองโดยมีจิตใจของความเอื้อเฟื้อ  เผื่อแผ่  โดยไม่มีใครบอก  เขาสร้างความมีน้ำใจขึ้นด้วยตัวเขาเอง  ด.ช. ชินดนัย  คงจะได้ยินครูภาและครูแดง  พูดกันว่าเหนื่อยจริงๆ เหนื่อยมากเลย” ด.ช. ชินดนัย  คงมีความคิดว่า  กินน้ำ กินขนมคงหายเหนื่อย  เลยไปซื้อมาให้กิน”  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจกับการกระทำของเขามากเพราะเขาเป็นแค่นักเรียนชั้น ป.1 ยังคิดได้แบบนี้  ได้ไปเล่าให้เพื่อนครูคนอื่นๆฟังอีกหลายคน  ทุกคนออกปากเป็นเสียงเดียวกันว่า   ชินดนัย   นี่นะ!!

                                                    1  ก.ย.  45

ศิลปะการจัดสวน “ ของคนแก่ “  พี่นิภานัดกับข้าพเจ้าตั้งแต่วันศุกร์แล้วว่าจะชวนไปซื้อต้นไม้มาจัด  มันจึงเป็นวันอาทิตย์ที่สดใสมาก  ที่เรา 2 คน กะเตงกันไปซื้อต้นไม้มาจัดสวนหย่อมเล็กๆหน้าโรงเรียนและบริเวณด้านหน้าศาลาสาระ

อาจารย์ใหญ่บอกว่าอยากทำ ปลูกหรือจัดอะไรก็ทำไปเลย  เพราะมันเป็นโรงเรียนของเรา  ช่วยกันไปเถอะ  ตอนแรกคิดว่าเราจะทำสวยหรือเปล่าก็ไม่รู้  อาจารย์ใหญ่ให้กำลังใจ  “ จัดไปเถอะเดี๋ยวก็สวยเอง “  พวกครูพี่เลี้ยงก็มาช่วยยกก้อนหิน  ยกขึ้นยกลง   ต้นไม้ต้นนั้นขึ้น   ต้นนี้ลง   ช่วยกันติชม   ช่วยกันคมละไม้คนละมือจัดอยู่ประมาณ 1 ช.ม.  สวนสวยก็เสร็จ 

รุ่งเช้าวันที่ 2 ก.ย. 45  เห็นนักเรียนไปยืนดูที่หน้าโรงเรียนดูดอกไม้แดง,เหลือง,ม่วง,ส้ม  สลับกันสวยงามไปหมดอาจารย์ใหญ่มาดูเลยถามว่า “ สวยใช้ได้ไหมค่ะ ”  พวกเราจัดสุดฝีมือเลย  อาจารย์ใหญ่หัวเราะชอบใจ  และพูดว่า “ สวยดีฝีมือคนแก่ “  แต่เราไม่โกรธ  หัวเราะแล้วพูดกับอาจารย์ใหญ่ว่า “ เดี๋ยวขอไปจัดที่อื่นอีกนะ “  อาจารย์ใหญ่บอกว่า “ อยากจัดตรงไหนก็จัดไปเลย  เพราะสิ่งที่ช่วยกันทำนั้น  มันเป็นการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของภารโรง  อะไรที่พอจะช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป  เพราะมันเป็นโรงเรียนของพวกเราทุกคน “ โรงเรียนวัดบางน้ำชนถึงว่าสวนที่จัดจะไม่งามแบบมาตรฐาน  แต่ก็สามารถดึงดูดใจให้เด็กนักเรียนมายืนดูกันหน้าสลอน  เสียงพูดกันจนข้าพเจ้าได้ยิน “สวยดีเนอะ”  ผู้ปกครองที่เดินมาส่งลูกก็มองด้วยสายตาชื่นชม  สิ่งต่างๆที่ครูทุกคนในโรงเรียนวัดบางน้ำชน  ช่วยกันคิด  ช่วยกันทำ  มันคือสิ่งที่ช่วยเหลือกัน  และแบ่งเบาภาระหน้าที่กับเรื่องที่พอจะทำได้  นี่เหละคือบางน้ำชนของพวกเรา    

                                                           3 ก.ย.  45

“ความเสียสละและความรับผิดชอบในหน้าที่”  วันนี้โรงเรียนของเราได้เป็นสถานที่ประชุมของผู้บริหารประจำเดือน  มีท่านหัวหน้าเขตและผู้บริหารอีก  16  โรง รวมทั้งผู้ติดตามอีก  รวม  20  ท่าน  วันนี้บริเวณรอบๆโรงเรียน  รวมถึงบนอาคารโรงเรียนสะอาดเรียบร้อยทุกซอกทุกมุม

ข้าพเจ้ามองไปรอบๆและคิด  ถ้าโรงเรียนของเราจะสะอาดอยู่ตลอดเวลาก็น่าจะทำได้  เพราะป้ายติดอยู่หน้าโรงเรียน “โรงเรียนสะอาดดีเด่น  กรุงเทพหมานคร” เป็นสิ่งประกันความสะอาดไว้  โรงเรียนก็น่าจะสะอาดทุกเวลา  ทุกวัน  พร้อมที่จะให้ผู้อื่นได้ชื่นชม

ถ้าทุกคนภายในโรงเรียน  ผู้บริหาร ครู นักเรียน ภารโรง ธุรการ พี่เลี้ยงเด็ก แม่ครัว  ช่วยกันดูแลรักษา  สอดส่องช่วยกันป้องกันความสกปรก  เอาใจใส่ดูแล  คอยชี้แนะนักเรียน  ดูแลภายในและภายนอกของห้องเรียน  ความเสียสละและความรับผิดชอบในหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้โรงเรียนของเรา”วัดบางน้ำชน”สะอาดอยู่ตลอดเวลา

                                                                                12  ก.ย.  45

“ตอบคำถามด้วยความภูมิใจ”  วันที่  9-10-11  ก.ย.  45  ทั้ง  3  วันนี้ สมศ.  มาใช้สถานที่ของโรงเรียนเป็นสถานที่ปฏิบัติงาน  คณะครูและบุคลากรภายในโรงเรียนเตรียมตัวกันเกือบพร้อมทุกคน  เพราะการที่ สมศ. เข้ามาตรวจหรือใช้สถานที่ของโรงเรียน  เพื่อทำการตรวจสอบการประกันคุณภาพของโรงเรียนเป็นครั้งที่  2  จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมทุกอย่าง

ข้าพเจ้าเตรียมความพร้อมได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดูเหมือนมันขาดอะไรไปแต่คิดไม่ออก  แต่ก็พร้อมทุกอย่าง  งงกับตัวเองอาจกังวลมากไป  แต่ก็มีความภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกคณะกรรมการเรียกสัมภาษณ์  และก็ได้ให้คำแนะนำและชมเชยไปพร้อมๆกัน  และก็ตอบไปตามความเป็นจริงทุกอย่าง  คิดว่าอะไรก็ตามถ้าเราทำจริงก็บอกว่าทำ  อะไรที่ไม่ได้ทำก็คิดจะดำเนินการปฏิบัติในโอกาสต่อไป

การที่เราพูดความจริงหรือปฏิบัติจริงเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด เพราะอย่างนั้นงานทุกสิ่งทุกอย่างที่เราไม่ได้ทำก็ควรจะทำให้เสร็จสิ้นจะได้ไม่ลำบากใจที่จะตอบใครว่ายังไม่ได้ทำ

                                                13  ก.ย. 45

      “ ถ่ายทอดวิชาเพื่อเสริมรายได้ “ วันนี้ชั่วโมงบ้านเล็กในบ้านใหญ่   พวกเรากันทั้งหมด 4 บ้าน (แม่นิภา,พ่อณัฐวุฒิ,แม่ลัดดาวัลย์,แม่แดง ) วันนี้ลูกแม่แดงมา  11 คน  ขาดลูกไจ๋ ( ด.ช.ณัฐพล  ทาสุวรรณ )  ขาดเรียนมาหลายวันแต่ได้ไปสอบถามเพื่อนนักเรียนและผู้ปกครองใกล้เคียงกับบ้านลูกไจ๋  ได้ข้อมูลว่าเขาอาจย้ายโรงเรียนในเทอมหน้า  เพราะบ้านเขาไกลมาก

ชั่วโมงบ้านเล็กในวันนี้  ได้จัดกิจกรรมงานประดิษฐ์ “งานสาน”  เพราะข้าพเจ้าอยากถ่ายทอดวิชางานสานเพราะได้ไปร่วมงานวิชาการ”เสมา 45” ได้ไปนั่งเรียนจากภูมิปัญญาชาวบ้าน  ข้าพเจ้าได้ไปฝึกทำการสาน  ตัวกิ้งก่า ตั๊กแตน มด ผีเสื้อ  จากใบลานและทางมะพร้าว  งานเสมา  45  จัดขึ้นที่เมืองทองธานี  มีครูจากโรงเรียนต่างๆมาเที่ยวชมศึกษาและดูงานเยอะมาก  การที่ข้าพเจ้าไปนั่งฝึกทำในครั้งนี้  เพราะอยากสานเป็นมาตั้งนานแล้ว  เคยไปสวนจตุจักร  มีคุณตาและยายแก่ๆมานั่งสานขายตัวละ  10   บาทเคยซื้อมา  เพราะเห็นว่ามันไม่ยาก  แต่พอทิ้งระยะเวลาไปนานๆก็ลืม  เลยเป็นโอกาสที่ดีได้ไปฝึก  และนำความรู้มาถ่ายทอดให้กับลูกๆและหลานๆ  ลูกๆทั้ง  4  บ้านตั้งใจฟังคำอธิบายขั้นตอนวิธีการสานอย่างตั้งใจ  บอกลูกๆทุกคนว่าเมื่อเราสานจนเก่งและชำนาญจะสานขายเพื่อหารายได้  ลูกๆปฏิบัติกิจกรรมด้วยความตั้งใจ  พวกพี่โตๆเมื่อสานได้ก็ช่วยสอนน้องๆนั่งหัวชนกัน  ซึ่งเป็นภาพที่น่ารัก  มันเป็นภาพประทับ  ความช่วยเหลือ  ความรัก สามัคคี  ในการเรียนรู้ร่วมกัน  จึงได้ถ่ายภาพเก็บไว้ดูเพื่อความสุขใจของตัวเราเองและความภูมิใจในการถ่ายทอดวิชา

ชั่วโมงบ้านเล็กในบ้านใหญ่เป็นชั่วโมงที่ตัวข้าพเจ้าเองมีความสุขที่ได้ถ่ายทอดวิชาที่ตัวเองชอบ  และสังเกตการทำงานของลูกๆ  มีความเพลิดเพลิน  ปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสนุกร่าเริง  และหมดเวลาโดยไม่รู้ตัว  เพราะมุ่งปฏิบัติงานสานด้วยความเพลิดเพลิน   

                                                  20  ก.ย.  45

“ความรู้สึกของลูกสมศักดิ์“  วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดลูกสมศักดิ์      วันนี้กิจกรรมที่จัดขึ้นภายในบ้านสอนทำพิซซ่า  รวมสอนทั้งหมด  4  บ้าน(  บ้านแม่ภา,บ้านแม่ลัดดาวัลย์,บ้านพ่อณัฐวุฒิ,บ้านแม่แดง)  ได้ช่วยกันจัดเตรียมอุปกรณ์,เครื่องปรุงและได้ช่วยกันอธิบาย  สาธิต  ขั้นตอนการทำและให้พวกลูกๆ แต่ละบ้านช่วยกันประกอบอาหาร( โดยลูกๆแต่ละบ้านต้องเขียนส่วนประกอบของการทำพิซซ่าและขั้นตอนการทำและส่งตัวแทนแต่ละบ้านมารายงาน )  ลูกๆแต่ละบ้านสนุกกับกิจกรรมนี้มากปฏิบัติงานกันอย่างสนุกสนาน

วันนี้ได้ลูกจิ๊ ( น้ำฝน  ทรัพย์มา ) เชิญอาจารย์ใหญ่มาร่วมงานและดูกิจกรรมการสอนของ  4  บ้านและได้ให้ข้อมูลของด.ช.สมศักดิ์  ว่าย้ายมาจากโรงเรียนวัดลาดบัวขาว  มาเรียนชั้น ป.4  ที่โรงเรียนของเรา  อาจารย์ใหญ่ได้สอบถามความรู้สึกของลูกสมศักดิ์  โดยอ.นิภา  ได้ช่วยกันถาม  ซึ่งมีครู  4  คน  ยืนฟังอยู่  ได้คำตอบที่ฟังแล้วน่าชื่นใจว่า “ครูให้ความอบอุ่นกับนักเรียนทุกคน ครูเอาใจใส่นักเรียนดี  ผมไปบอกแม่ผม ผมอยากอยู่โรงเรียนนี้  อยู่แล้วมีความสุข “ อาจารย์ใหญ่  ครูภา  ครูลัดดาวัลย์ ครูณัฐวุฒิและข้าพเจ้าฟังแล้วชื่นใจที่นักเรียนที่ย้ายมาจากโรงเรียนอื่นๆ  มีความรู้สึกดีๆกับโรงเรียนของเรา  ท่านอาจารย์ใหญ่ได้มอบของขวัญวันเกิดให้กับลูกสมศักดิ์  รอยยิ้มอยู่บนใบหน้าทั้งครูและลูกๆ  และถึงเวลาทานพิซซ่าฝีมือของลูกๆทุกคนทานกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ( ทำเอง  กินเอง  ประหยัดได้ความรู้ )

ความรัก ความเอาใจใส่ การดูแล มอบความอบอุ่น  ความจริงใจให้กับเด็กๆเป็นสิ่งที่ครูทุกคนควรจะยึดถือไว้ในหัวใจ  เพราะเราเป็นครูของคน  ควรปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับอาชีพของเรา  ความรักความศรัทราที่เด็กมีกับตัวครูก็จะเกิดขึ้นกับตัวเองโดยไม่มีใครบังคับ

* ได้ให้ลูกสมศักดิ์เขียนอนุทินโดยให้ไปถามความรู้สึกของแม่ที่บ้าน  เพราะสมศักดิ์บอกว่าเคยไปเล่าให้แม่ที่บ้านฟังว่าโรงเรียนวัดบางน้ำชนดี  อยากอยู่นานๆไม่ต้องย้ายไปที่อื่น

                                                 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 11152
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

นี่คือ "เรื่องเล่า" ที่มีพลังมาก   ผมอยากเห็นครูจำนวนมากเอาเรื่องเล่าเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ที่ได้ผลดีในรูปแบบต่างๆ   รวมทั้งเรื่องเล่าในการช่วยเหลือเด็ก    จะเกิด "ชุมชนนักปฏิบัติ" (CoP - Community of Practice) ด้านการทำหน้าที่ครู    เป็นคุณูปการต่อสังคมไทยอย่างยิ่ง

วิจารณ์

เป็นอนุทินที่ดีมากครับ

ครูเเดงเขียนดีมากเลยอ่ะ