เทคนิคนี้ดีจัง

เนื่องจากได้กลับมาเริ่มจับงานแลบ (เขียนถูกไหมนี่ ต้องเป็นแล็บหรือเปล่านะคะ) ในห้อง chem หลังจากห่างหายไปนาน (มาก) และงานที่ไปทำมาก็ไม่ใกล้เคียงกับงานที่เราเคยทำเล้ยสักนิด จึงเหมือนกลับมาฝึกงานใหม่อีกครั้ง มีการพัฒนามากมายหลายประการเกิดขึ้นให้ได้ประทับใจ รวมทั้งความกระตือรือร้นในการทำงานตลอดทั้งวัน ตอนเช้าก็วุ่นกับงานบริการ ปริมาณงานเพิ่มขึ้นจากสมัยที่จากไป ตั้งสามสี่เท่า หกปีก่อนทำทั้งวันก็ประมาณ 300 ราย เดี๋ยวนี้แค่สองสามชั่วโมงช่วงเช้าก็ปาเข้าไป 5-600 ราย ช่วงบ่ายตอนที่งานซาลงแล้ว สมาชิกในห้องทุกคนก็ดูเหมือนจะมีงานพัฒนาสารพันทำกัน เป็นที่น่าชื่นชม เทียบกับสมัยก่อนที่เป็นเวลาง่วงเหงาหาวนอน

บันทึกแรกนี้มี 2 เรื่องที่อยากเล่าไว้ คือการปั่นแยกเลือดซึ่งเป็นงานขั้นตอนต้นๆ ดูเหมือนง่ายๆ แต่จากที่ต้องทำแทนพี่ผอบตอนที่แกลาพักร้อนในเวรเช้า ช่วงก่อน 8 โมงครึ่งก่อนที่พี่ประจิมจะเข้างาน จึงได้รู้ว่า กว่าจะเทียบให้ tube balance (ในขณะที่มี tube หลั่งไหลเข้ามาเป็นร้อยๆ) แล้วเอาเข้าเครื่องปั่นเนี่ย ไม่ใช่ง่ายเลย ทำให้ตัวเองเกิดความคิดว่าควรจะคอยดูเวลาที่แกทำ จึงได้เห็นว่าสิ่งที่ไม่มีใครเขียนบอกไว้คือวิธิการที่แกทำ ซึ่งทำให้งานง่ายขึ้น เร็วขึ้น มีรายละเอียดหลายๆอย่าง เช่นการเอียง tube ดูโดยไม่ต้องยก tube แทนที่จะยกดูระดับตาแบบที่ตัวเองทำซึ่งเมื่อยแขนมากหลังจากยกไปสัก 100 ราย เวลามีลิ่มเลือดที่ clot ติดจุกยางอยู่ซึ่งทำให้ไม่สามารถจะเทียบกับตัว balance ได้ (อันนี้ก็เป็น invention ใหม่ที่น่านับถือของพินิจ มี tube ใส่ของเหลวต่างๆระดับไว้ให้เลือกใช้ แทนการต้องเอาน้ำมาดูดเข้าดูดออกเทียบแบบสมัยก่อน)  ก็ใช้วิธีพลิก tube ให้ส่วนที่เป็นของเหลวไหลลงมาที่จุกแล้วก็เทียบได้ ในขณะที่เราต้องไปเปิดจุกเพื่อให้ลิ่มเลือดหล่นลง tube วุ่นวายเลอะเทอะ อันนี้พอเล่าให้น้องแหม่มฟัง น้องแหม่มก็บอกว่าเพิ่งรู้เหมือนกัน

ส่วนวันนี้ได้เห็นน้องอ๋งเอียง tube โดยใช้ sample cup รองไว้ แล้วดูดซีรัมจากส่วนที่ไหลลงมาที่ปาก tube ที่เราดูดไม่ได้เพราะมีก้อน clot ติดอยู่ ถ้าเราทำคนเดียวก็คงใช้วิธีเอาไม้เขี่ยเอาก้อนนั้นออกแล้วปั่นใหม่ ซึ่งเสียเวลามากขึ้นไปอีก พอเราชมว่าเทคนิคนี้ดีจัง อ๋งบอกว่าลุงบูลย์ (คุณพิบูลย์ ซึ่งเกษียณไปแล้ว) สอน ทำให้ตัวเองเกิดความประทับใจ และมีความคิดทันทีว่าอยากเขียนบันทึกเล่าไว้เป็นเครดิตให้ลุงบูลย์ นี่ขนาดเรายังไม่มีโอกาสได้เจอตัวเพราะแกเกษียณไปตั้งแต่ตอนเราลาเรียนอยู่ ก็ยังอุตส่าห์ฝากความรู้เล็กๆน้อยๆเอาไว้สอนได้ด้วย

จะเห็นว่าเทคนิคเหล่านี้เราจะเรียนรู้ได้ก็จากการลงมือทำ (มานานๆ) เท่านั้น โดยใช้ความคิดแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไปด้วย แต่การเรียนรู้จากผู้อื่นที่มีประสบการณ์ทำให้ไม่ต้องเสียเวลามาลองผิดลองถูกคิดวิธีการเอาเองอีก สอนให้ตัวเองได้รู้ว่างานทุกอย่างไม่ว่าจะดูง่ายดายขนาดไหนก็ต้องการเทคนิคในการทำให้ดีและรวดเร็ว ซึ่งเทคนิคเหล่านี้มักจะไม่มีการบันทึกให้เราได้อ่านในคู่มือใดๆ