น้องขิงเป็นลูกสาวของน้องสาวผม (น้องอัญ) ซึ่งเป็นน้องสุดท้องที่เรียกได้ว่า "พี่ชายคนนี้เอวเป็นหนาม" คือเป็นพี่เลี้ยงมาเองตั้งแต่เล็ก ๆ ไม่ปฏิเสธเลยว่าห่วงอาทรน้องคนนี้มาก เพราะครอบครัวเขาลำบากเมื่อเทียบกับพี่ ๆ แล้ว แต่ก็อยู่แบบพอเพียง น้องเอียด (น้องเขย) เป็นพนักงานขายนมของบริษัท เมื่อได้บรรจุเป็นพนักงานและมีสวัสดิการแล้วก็หายห่วงไปบ้าง ส่วนน้องอัญก็เป็นแม่บ้านเพราะน้องขิงยังเล็กนัก

     น้องขิงกำเนิดมาโดยการผ่าตัดช่วยเหลือทางหน้าท้อง คืนนั้นผมกับน้องเขยเฝ้าเองทั้งคืน เมื่อหมอบอกว่าเด็กน่าจะมีความผิดปกติ ผมก็ต้องเป็นคนปลอบน้อง ๆ ทั้งสองคน น้องขิงคลอดออกมาแล้วอยู่ในตู้อบห้องแยกเกือบเดือน ก่อนถูกส่งไปที่ รพ.สงขลานครินทร์ และผ่าตัดหัวใจที่นั่น ฟักฟื้นระยะหนึ่ง ก่อนหมออนุญาตใหกลับบ้าน น้องขิงดีขึ้นมากหลังการผ่าตัด กระบวนการทั้งหมดใช้สิทธิบัตรทอง โดยไม่มีที่ใดงอแงในการให้การรักษาเลย

     มีเพียงก่อนคลอดที่ รพ.ป่าบอน จ.พัทลุง ได้เก็บค่ารถ refer 400 บาท ทั้ง ๆ ที่ไม่มีสิทธิเก็บ เพราะทาง รพ.เป็นผู้พิจารณาเห็นสมควรส่งตัว (เนื่องจากเด็กดิ้นไม่ดี และมีเป็นบางช่วงดิ้น้อยมากผิดปกติ) และเงิน 400 บาทนั่นก็เป็น 400 บาท ใน 800 บาทที่น้องผมมีคืนนั้น ผมรู้เข้าก็เสียใจที่มีหน้าที่ร่วมดูแลสิทธิประชาชนด้านหลักประกันสุขภาพ แต่กลับพูดไม่ออกเมื่อเจอกับน้องตัวเอง เมื่อได้ยื่นคำร้องเพื่อขอเงินคืน และได้ดำเนินการโดยผู้รับผิดชอบเป็นอย่างดีแล้วที่ สสจ.พัทลุง ผมตัดสินใจยุติเรื่องเสียเอง ด้วยเพราะ ผอ.รพ.ป่าบอนบอกว่า ขอพบน้องสาวผมก่อนจะคืนเงิน ผมเลยคืนให้เสียเอง และถือเป็นบทเรียนว่า แพทย์ท่านนี้ ท่านไม่เข้าใจเรื่องมูลค่าเงิน 400 บาท ในกระเป๋าท่าน กับ 400 บาทในกระเป่าครอบครัวของน้องสาวผม ว่าไม่เท่ากัน แล้วยังจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อมาพบโดยต้องทิ้งลูกหลังผ่าตัดโรคหัวใจที่ รพ.สงขลานครินทร์ ไว้กับพยาบาล ในที่สุดเงิน 400 บาท ก็จะเหลือเพียง 150 บาท หรือน้องเขยก็ต้องหยุดงานนั่นก็คือยิ่งไม่เหลือเลย เพราะงานที่เขาทำถ้าไม่ได้ทำก็คือไม่มีรายได้

     ทุกวันนี้หลานสาวผม (น้องขิง) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการ และได้รับการติดต่อให้ส่งทะเบียนประวัติไปให้เป็นคนไข้ในสมเด็จฯ โดยที่ทางผมและครอบครัวไม่เคยติดต่อร้องขอไป เรื่องนี้ต้องยกคุณความดีให้แก่ รพ.พัทลุง และ รพ.สงขลานครินทร์ ที่ได้พัฒนาคุณภาพบริการ จนเป็นที่ประจักษ์ และขอขอบคุณ รพ.ป่าบอน ที่อย่างน้อยก็ได้ดูแลในเบื้องต้น แม้จะไม่มีคุณภาพ และละเมิดสิทธิอันพึงมีพึงได้ของประชาชนไปบ้าง ผมได้บอกน้องให้เข้าใจว่า เหตุที่ผมต้องยุติเรื่องเพราะ รพ.ป่าบอน โดนร้องเรียนทั้งจากประชาชนที่มารับบริการ และจากคนกันเองข้างในองค์กร หลาย ๆ เรื่องที่ผมได้รับรู้มา เราต้องให้โอกาสในการพัฒนาแก่เขา และการให้โอกาสเป็นการทำบุญที่ได้บุญเช่นกัน น้องก็สบายใจขึ้นที่ความรู้สึกถูกเอาเปรียบผ่อนคลายลงในใจ อีกทั้งน้องขิงก็แข็งแรงขึ้นมากจนกลับมาฟักฟื้นต่อที่บ้านได้

     วันที่ 29 ธันวาคม 2548 น้องขิงมีอาการไข้ ไม่ยอมดูดนม หายใจเหนื่อยหอบ ปลายนิ้วมีลักษณะเขียวเล็กน้อย แพทย์ รพ.บางแก้ว ติอต่อส่งไป รพ.สงขลานครินทร์ อีกครั้ง แต่เตียงเต็ม และได้ไปที่ รพ.หาดใหญ่แทน วันนี้ (1 มกราคม 2549) ก็ได้กลับบ้าน อาการดีขึ้นมาก ใช้บัตรทองอีกครับทั้งกระบวนการ ผมคงต้องทำหน้าที่ขอบคุณแทนน้องสาวและน้องเขย ต่อ รพ.บางแก้ว และ รพ.หาดใหญ่

     ยืนยันได้ว่าน้องสาวผม และน้องเขยไม่เคยที่จะอ้างถึงตัวผมในการไปขอรับบริการจากหน่วยบริการในจังหวัด หรือต่างจังหวัด และผมเองก็ไม่เคยที่จะใช้สิ่งที่รู้ หรือได้ทำหน้าที่ไปบีบเค้นทีมผู้ให้บริการเลย แต่กลับต้องเป็นฝ่ายยอม ๆ ด้วยเหตุที่ไม่ต้องการให้ใครอ้างได้ว่าไม่เป็นธรรม ผมเฝ้ามองระบบอยู่ว่าต้องช่วยกันคนละไม้คนละมืออีกมาก ประชาชนโดยรวมถึงจะไม่ถูกละเมิดสิทธิบ่อย ๆ อย่างที่เป็นอยู่