วันนี้เป็นวันแรกที่เราชาวกลุ่มทาเหนือได้เข้ามาสัมผัสเรียนรู้การใช้สมุดออนไล พวกเราในกลุ่มปรึกษากันว่าน่าจะเอาความรู้ที่เราได้เรียนรู้มาในปีที่แล้วมาถ่ายทอดให้ทุกคนได้รับรู้และสามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ ก็มานั่งคิดๆกันว่าน่าจะเอาสิ่งที่เราในกลุ่มทำเป็น คิดเป็น และดำเนินชีวิตอยู่กับสิ่งเหล่านี้ แล้วก็ได้ข้อสรุปว่า น่าจะเอาภูมิปัญญาของแต่ละคนมาถ่ายทอดให้ทุกคนในโลกอินเตอร์เน็ตได้เรียนรู เผื่อว่าบางทีจะได้นำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้ วันนี้ก็เลยอยากจะเสนอภูมิปัญญาของแต่ละคนในกลุ่ม ซึ่งมีทั้งหมด 8 คน แต่ละคนก็มีเรื่องเด็ดๆ เด่นๆ ดีๆ และดังๆ มาโชว์ มาบอกเล่าให้ทุกคนได้ทราบ
โดยวันนี้เป็นคิวของท่านพระสมพร อุ่นแก้ว นักศึกษามหาลัยราชภัฎพระนคร ศรร.แม่ออน เชียงใหม่ จะได้มาบอกเล่าถึงภูมิปัญญาของท่านให้รับรู้กัน.......
ในวันนี้ถือว่าเป็นวันเปิดปฐมฤกษ์การจัดทำสมุดบันทึกของกลุ่มทาเหนือ ก็อยากจะเอาเรื่องดีๆที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มา และทุกคนก็สามารถนำไปปฏิบัติได้ ก็คิดนะว่าจะเอาเรื่องอะไรดีมาบอกให้ทุกคนได้รู้ คิดไปคิดมา คิดหลายตลบแตลง นอนคิด นั่งคิด ยืนคิด ก็เห็นแสงสว่างได้สักที อย่างที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "ปญฺญา โลกสฺสมึ ปจฺโชโต ปัญญาเป็นแสงสว่างของโลก" ก็มานึกได้ว่าเราก็มีภูมิปัญญาของเรานี่น่า ทำไมไม่เอาความรู้ที่เรามีอยู่มาบอกละ ก็เลยตัดสินใจเราเรื่องหนึ่งที่เคยทำไว้ในวิชาภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหารมาให้ทุกคนได้ลองอ่านดู ไม่รูเหมือนกันนะว่าทุกคนจะชอบเปล่า ถ้าชอบก็ติกันได้นะ หรือถ้าใครจะลองเอาไปทำดูก็ไม่ว่ากันนะ อะ......เริ่มเลย
รายงานเรื่อง สมุนไพรในจาน กระบวนวิชา ภูมิปัญญากับการพัฒนาท้องถิ่น 2581102จัดทำโดย พระสมพร อุ่นแก้ว รหัสประจำตัว 4930123101649ที่อยู่ วัดเปาสามขา 39 หมู่ 3 ตำบลออนกลาง กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่************************ เมืองไทยถือว่าเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยภูมิปัญญามากมายไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมีตั้งแต่การคิดค้นเครื่องใช้ไม้สอย เครื่องมือหากิน แม้กระทั่งอาหารที่เราทั้งหลายบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้ ก็มีภูมิปัญญาแฝงอยู่ในนั้นด้วย เด็กสมัยนี้บางคนนิยมบริโภคอาหารของชาวตะวันตก เพราะอาหารเหล่านั้นมันสะดวกและรวดเร็ว กินง่าย แต่หารู้ไม่ว่าอาหารเหล่านี้มันเต็มไปด้วยไขมัน หาได้มีประโยชน์ไม่ ตัวกระผมพอมีความรู้เกี่ยวกับอาหารที่ท่านทั้งหลายอาจจะคาดไม่ถึงได้ว่าที่เราคนเหนือกินอยู่ทุกวันนี้มันมีประโยชน์ด้วยหรือ ลองมาดูสูตรเด็ดกันก่อนแล้วท่านลองทายดูว่าเมนูนั้นมันชื่อว่าอะไร เริ่มต้นที่เราต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือ ส่วนประกอบก่อน ลองมองรอบ ๆ บ้านของท่านดูว่าในบ้านของท่านนั้นปลูกผัก ผลไม้ รอบๆบ้านหรือเปล่าถ้ามีเรามาเริ่มกันเลย <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">ส่วนประกอบ</h1> 1. มะเขือพวง 4. วุ้นเส้น2. พริกขี้หนู , ตะไคร้ , ใบมะกูด 5. ผักต่าง ๆ เช่น ใบโกสน , ตำลึง , ผักบุ้ง ฯลฯ3. กระเทียมปอกเปือก , ถั่วลิสงคั่วแล้ว 6. น้ำมันพืช7. แกงฮังเล หรือ ห่อนึ่ง วิธีทำ นำตะไคร้ , ใบมะกูด มาหั่นประมาณ 5 – 7 หัว หั่นผักต่าง ๆ ข้างรั้วบ้านของท่านที่เก็บมาได้ จากนั้นนำไปล้างให้สะอาดให้สะเด็จน้ำ แล้วนำน้ำมันพืชลงหม้อกระทะตั้งไฟอ่อน เมื่อน้ำมันร้อนแล้วให้นำกระเทียมที่โขลกใส่ลงไปจากนั้นใส่ตะไคร้ ผัดให้พอเหลืองแล้วตามไปด้วยผักต่าง ๆ เช่น ใบโกสน ตำลึง มะเขือพวง พริกขี้หนูพอประมาณ จากนั้นรอให้ผักพอสุกประมาณก็ให้ใส่ แกงฮังเลหรือห่อนึ่งลงไปคนให้เข้ากัน ระวัง ! อย่าให้ก้นกระทะไหม้ จากนั้นก็ใส่ถั่วลิสง กระเทียมปอกเปลือก สุดท้ายตามด้วยวุ้นเส้นที่แช่น้ำและตัดเรียบร้อยแล้ว คนให้น้ำมันแห้งไม่แฉะเกินไปและไม่แห้งเกินไป จากนั้นให้ใส่ใบมะกรูด คนให้เข้ากัน แล้วตักใส่จาน โรยหน้าด้วย ระเบิด(พริกขี้หนู)สมุนไพร กับมะกรูดหั่นฝอย ตักขึ้นเสริฟเป็นอาหารจานเดียวที่อุดมไปด้วยสมุนไพรต่าง ๆ นา ๆ และอย่าลืมเครื่องเคียงมี แคบหมู กระเทียม และผักต่าง ๆ อาหารจานนี้จะมีสมุนไพรต่าง ๆ เช่น ตะไคร้แก้ร้อนใน กระเทียมแก้โรคไขมันอุดตัน ผักต่าง ๆ เพิ่มวิตามิน ฯลฯ เคล็ด(ไม่)ลับของสูตรนี้ก็คือ เวลาคนอย่าให้ก้นกระทะไหม้ เพราะจะมีรสขม และจะไม่อร่อย อีกอย่าง(แถม)อย่าให้แฉะเกินไปและแห้งเกินไปทางที่ดีควรใส่ระเบิด(พริกขี้หนู)มาก ๆ หน่อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลิ้มรสชาติอาหาร หลายท่านที่เคยทำแล้วคงรู้ว่าอาหารที่ว่านี้ชื่อว่าอะไร ? ……………………….อาหารนี้ชื่อว่า “ คั่วโฮ๊ะ “ คำว่า “ โฮ๊ะ “ นั้นทางเหนือแปลว่า การนำมารวม ๆ กัน คั่วโฮ๊ะนั้นถือว่าเป็นอาหารชั้นยอดของชาวเหนือ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่คิดค้นขึ้น ในลักษณะของการนำเอาสมุนไพรที่ปลูกตามรั้วบ้านมาทำเป็นอาหาร อีกอย่าง คั่วโฮ๊ะ ในสมัยก่อนชาวบ้านจะเก็บรักษาโดยการทำให้สุขแล้ว นำมาใส่ไหใบเล็ก ปิดฝาให้แน่นอย่าให้อากาศเข้า จากนั้นนำไปฝังดินให้ลึก ๆ สามารถเก็บไว้กินได้ในเวลาที่ข้าวยาก หมากแพง เหล่านี้คือภูมิปัญญาชาวบ้านที่เราท่านทั้งหลายมองข้ามไป ฉะนั้นควรสอนให้ลูกหลานรู้ถึงคุณค่าอาหารที่คนในสมัยก่อนคิดค้นตำรับขึ้นมา อย่าให้หายไปกับอาหารตะวันตก <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>วันนี้จบเพียงเท่านี้ วันต่อไปเป็นหน้าที่ของคุณนันทศักดิ์ นันทชัย ซึ่งจะได้มาเล่าถึงวิธีการทำเฮี้ยวดักหนู ให้ได้อ่านกัน <p> </p>
นับว่ากลุ่มทาเหนือตัดสินใจได้เยี่ยมยอดจริง ๆ ใช้ข้อมูลเดิมที่ได้ศึกษาค้นคว้าไว้แล้ว เกี่ยวกับภูมิปัญญา มาบันทึกเผยแพร่ในบล็อกนี้ หากเห็นว่าเนื้อหายาวไป ก็ปรับปรุงตัดทอนก่อน แล้วนำมาบันทึกก็จะดี อ่านเข้าใจง่าย จบเร็ว ก็จะเป็นสิ่งดึงดูดใจอีกอย่างหนึ่ง โชคดีนะ
ดีใจกับกลุ่มทาเหนือทุกคน คั่วโฮ๊ะ เป็นอาหารจานเด็ดของท่านใบฏีกามาก ผมก็ชอบ ดีมาก ท่านขายภูมิปัญญาได้ดี หลายครั้งหลายหนครับ น่าชื่นชม ครับ
กลุ่มทาเหนือ เนื้อหามาเร็ว ขอชมครับ แต่อยากให้เข้าไปปรับปรุงการใช้ตัวอักษร - ขนาด ให้ดูดีอีกสักหน่อยครับ ขอเป็นกำลังใจ...ขอให้สมาชิกทุกท่านช่วยกันโพสต์ ไปให้ถึงเป้าหมายตาม (กติกา)ที่ตั้งไว้นะครับ และอยากให้ศึกษาเพิ่มเติมการใช้ จาก คุณ มะปรางเปรี้ยว ใน http://gotoknow.org/blog/tutorial4u/90628 และ คำแนะนำ การเขียน blog ใน http://gotoknow.org/blog/tutorial4u/76089 ให้เข้าใจนะครับ
ของกิ๋นเมือง...มันลำแต้ๆ โดยเฉพาะ คั่วโฮ๊ะ สิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ จะไปลืมใส่หน่อส้ม นะครับ
ขั่วโฮะรับประทานแล้วอะหร่อยมากครับโดยเฉพาะฝีมือทำของหลวงพี่สมพร