ส่งเงินให้แม่บ้าง

  

           หลายครั้งที่เราคุยกับเพื่อนร่วมงานเสมอ ๆ และคุยกับคนอื่นว่าผมรักแม่ ผมดูแลแม่และน้อง ๆ...ผมส่งน้องเรียนจบปริญญาที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ แต่บางครั้งเราก็ลืมไปว่ายามเราใช้เงินเดือน ๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท  ก็แทบจะไม่ชนเดือนสำหรับคนไม่มีครอบครัว  ถ้ามีครอบครัวก็คงใช้จ่ายมากกว่านี้  แต่เราส่งเงินให้แม่แค่เดือนละพันบาท...เราก็อดคุยโม้โอ้อวดกับเพื่อน ๆ อย่างลืมตัวลืมอายว่า ผมดูแลแม่และส่งเงินให้แม่ใช้ทุกเดือน...... 

               ที่จริงเงินแค่ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือนที่ส่งให้แม่ใช้นับเป็นเรื่องฝืดเคืองกับหญิงชราที่เรารักนับถือและเรียกท่านว่าแม่... สิบปีที่ผ่านผมก็ยังภาคภูมิใจ...แต่เมื่อกลับบ้านต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๐  แม่พูดประโยคหนึ่งว่า "ลูกแม่อยากทำบุญ อยากบริจาคเงินสร้างบานหน้าต่างโบสถ์ให้วัดบ้านเรา ลูกมีเงินบ้างไหม แม่อยากทำบุญสร้างประตูโบสถ์สักหนึ่งบานร่วมกับน้องอีกสองคนเป็นเงินหมื่นห้าพัน หารกันกับน้องถูกคนละ ๕๐๐๐ บาท แม่อยากสร้างบุญอยากมีชื่อเสียงฝากไว้ก่อนตายอยากได้บุญ" 

                ผมนึกขึ้นมาได้ทันทีว่าเราให้เงินแก่แม่เดือนละหนึ่งพันมาตั้งแต่ปีที่พ่อตายนับถึงวันนี้ก็หลายปี และปัจจุบันค่าใช้จ่ายแพงขึ้นทุกอย่าง น้องสาวน้องชายก็ให้เงินแม่ใช้เดือนละสองสามร้อยตามประสาคนทำอาชีพเกษตรกร  ลูกสามคนที่ให้เงินแม่รวมกันแล้วก็ไม่ถึงสองพันบาทต่อเดือน แต่แม่ต้องซื้อของทำบุญ ซื้ออาหารกินบ้าง หลาน ๆ ขอไปโรงเรียนบ้าง แม่บริจาคเงินฌาปนกิจประจำหมู่บ้านบ้าง แม่คงไม่พอใช้จริงๆแม่คงประหยัดสุดๆแล้ว...

                                             

            แม่ครับ วันนี้ลูกต้องขอโทษแม่ครับที่ลูกลืมเรื่องเหล่านี้ไป จะร้องไห้ก็อายคน จะหัวเราะตนเองก็ไม่สามารถหัวเราะออก "โตเกินกว่าที่จะร้องไห้ เจ็บปวดเกินไปที่จะหัวเราะ" มันก็คล้ายกับหลายเรื่องที่ลูกลืม  บางครั้งลูกเสียค่ารถเดินทางไปเที่ยวและทำงาน บางเดือนแค่ค่าน้ำมันรถก็สามสี่พัน แต่ลืมว่าแม่ก็คือคน แม่ต้องกิน ต้องใส่เสื้อผ้า ต้องช่วยภาษีสังคม  ลูกเสียใจที่เอาใจใส่แม่

 

น้อยเกินไป ทั้ง ๆ ที่ใจคิดเสมอว่าแม่คือพระพรหมคือบูรพาจารย์และแม่เป็นคนที่ลูกเคยรับปากกับพ่อก่อนที่พ่อจะเสียชีวิตว่าลูกจะดูแลแม่คนนี้และดูแลน้อง ๆ ให้ครอบครัวอบอุ่น ไม่ให้ลำบาก แต่ลูกก็ลืมแม่ที่ดีคนนี้ได้ลง... 

             พ่อครับ ลูกผิดที่ลืมว่าแม่คือบุพการีชนคนที่ควรเลี้ยงดูให้ดีเท่ากับที่ท่านเลี้ยงลูกมา ..แม่ไม่ใช่เครื่องจักรกล แม่ต้องการความรักด้วย...ท่านหละเคยลืมแม่เหมือนผมไหม ลืมให้ความอบอุ่น ลืมผู้ให้รอยยิ้ม ลืมผู้ให้ชีวิต ลืมผู้เลี้ยงเรามาด้วยความรักความเอ็นดู ลืมผู้ที่รักเราเท่าชีวิต...

                เราสนุกกับงานและเพื่อนๆสนุกกับงานและเพื่อนๆ แต่บางวันแม่อยู่บ้านคนเดียวตอนกลางวัน หลานก็ไปทำงาน อีกคนก็ไปเรียน  แม่คงเหงา เวลากลางวันแม่จึงต้องไปทำบุญ ไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่าง ๆ ที่พระสงฆ์จัดอบรมเจ็ดวันก็มี สิบวันก็มี ความสุขทางใจแม่คงอยากได้ ความรักแม่คงอยากมีเฉกเช่นเดียว กับลูกที่กำลังแสวงหาความรัก  ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ารักที่ลูกได้มา จะดีเท่าที่แม่คนนี้มีให้ไหม ?  รักแม่ด้วยความจริงใจที่ผิดไปโปรดอโหสิกรรมถ้าหากลูกได้ทำอะไรที่ไม่ดี.                            

เมื่อพ่อแม่   แก่เฒ่า   ชรากาล  

จงเลี้ยงท่าน   อย่าให้อด   รันทดใจ

อันชนก   ชนนี     มีพระเดช     

 ได้ปกเกศ    เกสา     มาจนใหญ่

อุ้มอุทร      ป้อนข้าว   มาเท่าไร  

   หมายจะได้    พึ่งพา     ธิดาดวง

แม่นั้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่สำหรับลูกยิ่ง เราควรให้ความรักและความอบอุ่นแก่ท่านเท่ากับที่ท่านเคยให้เรามาทั้งชีวิต