วันเสาร์ที่ผ่านมา มีโอกาสไปเที่ยวสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนเรศวร ที่เมืองกาญจน์ เลยทำให้นึกเปรียบเทียบไปถึง Universal Studio ที่เคยไปมาเมื่อหลายปีก่อน โดยมีเวลาไม่มากนักในการเที่ยวครั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่มีรายละเอียดในได้ศึกษากันเยอะ  เน้นแต่การเข้าไปทดลองในเครื่องเล่นใน Zone ต่าง ๆ มากกว่าการดูรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างฉากในภาพยนตร์ 

ที่คิดอย่างงี้ ก็เพราะว่า พอไปดูที่ โรงถ่ายนเรศวร ซึ่งมีเวลาเที่ยวอยู่เกือบทั้งวัน เพราะโดยอากาศดีมาก และมีฝนตกลงมานิดหน่อยพอให้อากาศเย็น (ขนาดคนแก่ที่ไปด้วย ยังเดินได้ทั้งวัน) ทำให้ได้รู้ว่า ฉากต่าง ๆ ที่เราเห็นในหนังว่า มันสวย อลังการนั้น ในความเป็นจริง มันอาจจะเป็นแค่เพิง ที่ตกแต่งแค่ครึ่งล่าง  เป็นห้องที่ดูแคบกว่าที่คิด  รวมทั้งอาจจะทำจากวัสดุที่สร้างเลียนแบบมาจากของจริง  เช่น กำแพงพระราชวัง เสื้อเกราะ และอาวุธต่าง ๆ สร้างจาก Fiber   ลายแกะสลักตามหัวเสาสร้างจากโฟม  เป็นต้น  

ความแตกต่างอย่างหนึ่งที่เห็นได้ คือ Universal สร้างมานานกว่า ผลิตภาพยนตร์มาเยอะเรื่องกว่า ก็เลยเป็นเหตุให้มีจำนวนสิ่งก่อสร้างที่หลากหลายมากกว่าโรงถ่ายนเรศวร  สามารถใช้ประโยชน์จากทั้งหมดในการสร้างภาพยนตร์ได้อีกนาน  ถือเป็นการลุงทุนที่คุ้มทีเดียว  ผู้ที่เป็นคอหนังอาจจะเห็นแล้วรู้เลยว่า มันถ่ายจากที่นี่อีกแล้ว แม้กระทั่งปลาฉลามตัวเดียวที่สร้างขึ้นมาในหนังเรื่อง จอร์สว (เขียนถูกหรือเปล่าหว่า) เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ยังมีการใช้งานอยู่ในหนังบางเรื่องจนทุกวันนี้ 

สำหรับโรงถ่ายนเรศวรของเรานั้น  ถือว่าสร้างอย่างเทหมดใจ (และอาจจะเทหมดตัวเลยก็ได้) และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจโรงถ่ายของไทยในอนาคตได้เลย  ได้ไปเห็นลายกนก ไม้แกะสลักต่าง ๆ ต่างโคนเสา ที่ฐานพระ ในท้องพระโรงต่าง ๆ ที่ทำขึ้นจากโฟม  หรือ Fiber ไม่รวมถึงอุปกรณ์ประกอบฉากอื่น ๆ  ที่ต้องใช้สถานที่เก็บเป็นโกดังใหญ่ ๆ  ที่มีของนับแสนชิ้นแล้วรู้สึก อึ้ง ทึ้ง ในความตั้งใจของคนทำอย่างมากเลยค่ะ สักวันเราคงเห็นภาพบางส่วนของโรงถ่ายนี้ในหนังต่างประเทศ ให้ภูมิใจในความเป็นไทยก็ได้นะคะ 

ถ้าใครอยากสัมผัสด้วยตัวเอง ลองไปดูนะคะ อยู่ห่างจากกรุงเทพ แค่ร้อยกว่ากิโลเมตร  อยู่ในค่ายสุรสีห์ที่ตัวเมืองกาญจนบุรีค่ะ  แนะนำให้เตรียมหมวก ร่ม แว่นกันแดด และอาหารไปรับประทานด้วยนะคะ