คุณคิดว่าการที่ในปัจจุบันนี้มีปัญหาต่าง ๆ มากมาย ตัวอย่างเช่นปัญหา อาชญากรรม ทีเหตุมาจากอะไร และแนวทางที่จะแก้ไขสามารถทำได้อย่างไร โดยการนำหลักธรรมเข้ามาใช้ สามารถใช้หลักธรรมใดได้บ้าง

แนวทางที่จะแก้ไข ปัญหาสังคมต่างๆ โดยใช้หลักธรรมเป็นฐาน เป็นอย่างไร

ครับนี่เป็นการกรุ๊ป คำถามเอาเอง เพราะอ่านแล้วมันรวบรัด เข้าใจได้ง่ายดีครับ
ในมุมมองของพี่ ปัญหาสัมคม ต้องพิจารณาตามบริบท เพราะปัจจัยต่างๆ ที่กระทบเข้ามามีมากมาย ซับซ้อน เชื่อมโยงกันอย่างเหนี่ยวหนึบแน่นหนับเสียด้วยละครับ

แต่ในใจจริงๆ ผมเองก็สงสัยเหมือนกันครับว่า มีสูตรสำเร็จในการแก้ไขปัญหาสังคมแบบ ยาเม็ดเดียวแก้โรคได้สารพัดชนิด แถมยังใช้ได้กับทุกคน ทุกเพส ทุกวัย ด้วย
ถามจริงๆ ไม่เอาอย่างที่ใจเราอยาก ในโลกความจริง มันไม่มียาแบบนั้น เรายังพัฒนาไปไม่ถึงขั้นนั้น เราได้แต่อาศัยเยียวยาตามอาการ ให้ร่างกายรักษา ซ่อมแซมตนเอง
ลงทาย เราก็ต้งค้นคว้า และพัฒนายาตัวใหม่ๆ กันต่อไป ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ในโลกครับ

เหมือนกันกับ ปัญหาสังคมนั่นแหละฮะ
มันต้องอาศัยหลักธรรมสากลที่เรียกว่า “การเรียนรู้” หรือ “การใฝ่ศึกษา” มาให้แต่ละคน ครุ่นคิด ใคร่ครวญ เอาเองครับ ว่าปัยหาแต่ละส่วนๆ มีสาเหตุมาจากอะไร
ความจริงของคนแต่ละคนต่างกัน ความเข้าจก็ต่างกัน การรับรู้ก็ต่างกัน ดังนั้นปัญหาต่างๆ จึงได้รับการปฏิบัติจากแต่ละคนอย่างแตกต่างกันไป ในแต่ละด้านที่ทุกคนมองเห็น
หากวันหนึ่ง มันเข้ามากระทบเรา นั่นแหละเราถึงต้องเผชิญหน้า เรียกว่า หนีไม่ได้แล้ว ต้องสู้ ต้องมานั่นดู มานั่นวิเคราะห์ เอ๊ะ เอ่ะใจขึ้นมา ทำไม ๆ ๆ ทำไมเป้นแบบนี้
สาเหตุมันคืออะไรนะ ทำไมแต่ละคนพุดไม่ตรงกัน จะเชื่อใคร วิธีแก้ของใครดีที่สุด ในบทบาท สถานภาพของเรา เราทำอะไรได้แค่ไหนกัน
เมื่อวิเคราะหืแล้วว่าทางแก้ที่มีคุรภาพที่สุด ตามบริบทของเรานั่นแหละครับ คือ หลักธรรมของเรา
คือวิธีการของเรา คือทางแก้ของเรา จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ขอให้เราจดจำไว้ให้ขึ้นใจ เป็นบทเรียนที่จะดึงมาใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่ดาหน้าเข้ามาอีกรอบ

ฮึ ฮึ ฮึ

ฟังดีๆ นะ พี่กำลัง เล่าเรื่อง อริยสัจ ๔ ทุกข์ กับทางพ้นทกข์ ให้น้องเจนฟังอยู่ ด้วยภาษาไทยทั่วไป แต่ไม่ได้ขึ้นต้นด้วย บาลี ก็เท่านั้น
หลักธรรมนะ มีอยู่เท่าที่มันมี มันไม่เพิ่ม ไม่ลดหรอกครับ แต่มันเป็นความสัตย์จริงอยู่อย่างนั้น
เราคือ สะพานที่หยิบจับมาใช้แก้ข้อยากต่างๆ ที่ขวางเราให้ก้าวหน้าไปให้พ้นจากความแน่น ความเครียด สู่ความเบา ความว่างครับ

สรุปนะ
ปัญหาต่างๆ เนี่ย มันมีสาเหตุมาจาก แต่ละคนต่างก็กำลังอยู่ในขั้นตอนของการเรียนรู้ และรับรู้ความจริงอยู่ จริงเข้าใจต่างๆกันไป
การกระทำจึงมีมากบ้าง น้อยบ้าง ล่วงเกินกันไป ก้เพราะแต่ละคนเรียนรู้ รับรู้ต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อเผชิญปัญหา ความสามารถในการดึงเอาธรรมชาติ มาสอนใจ กำราบใจ จึงทำได้มากน้อยต่างกัน

ทำไงละทีนี้
ทางแก้ คือ ทกคนมาเรียนรู้ มาร่วมกันศึกษา ตามจริต ตามศักยภาพ มาคิด มาหาสาเหตุ มาฝึกใช้อริยสัจ ๔
ในการดึงเอาธรรมชาติ มาเป้นฐานในการแก้ไขปัยหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น แล้วก็คล้อยตามความปกตินั้น อย่าไปฝืนธรรมชาติ

เท่านี้ ทุกคนก็จะเกิดบทเรียนกับตนเอง พร้อมที่จะแชร์กันว่า ที่เคยทำดีมา ได้เรียนรู้อะไร มีผลดีกับชีวิตตนเอง และคนอื่นยังไง
ที่ทำไม่ดีมา มีผลอย่างไรกับตนเองและคนอื่นๆ ครับ แล้วใจตอนนี้ เมื่อทำพลาดไป จะก้าวย่างซ้ำรอยเดิมไหม ยังไง แล้วคนอื่นว่าไง จะยื้อไหม ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดไหม

เนี่ย คือ ระบบการเรียนรู้ ระบบการใช้อริยสัจ ๔ ของแต่ละคน
เอื้อ เกื้อกูล ให้คนได้ศึกาา ได้ลองใช้อริยสัจ ๔
ย้ำนะ เพื่อเพิ่มทักษะการใช้ ทักษะการดึงเอาธรรมชาติมาแก้ปัญหา และเป็นประสบการณ์ในการเรียนรู้ และแก้ปัญหาใหม่ๆครับ

จบ