วันนี้ทีมของศูนย์ฯออกเยี่ยมคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ซึ่งผมไม่ได้ไปร่วมเยี่ยมยามในครั้งนี้ด้วย แต่เมื่อทีมกลับมาทำการทบทวนกิจกรรม (after action review) ตามสูตรสำเร็จ ก่อนเที่ยง ผมก็เข้ามานั่งแจมวง AAR ฟังด้วย
<table border="0" align="center"><tbody><tr><td>
</td></tr></tbody></table> <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งมีประเด็นวิกฤตหนึ่งของคณะฯในขณะนี้คือ สัดส่วนจำนวนอาจารย์กับจำนวนนิสิตยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานเท่าที่ควร ซึ่งจริงๆแล้วคณะก็ได้กำหนดอัตราพนักงานที่จะรับไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเสาะแสวงหา หรือคัดเลือกได้ตามคุณสมบัติที่ต้องการ </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ผมก็คิดเล่นๆในใจตามหลักคณิตศาสตร์ เป็นเรื่องง่ายๆที่จะทำให้สัดส่วนของจำนวนอาจารย์เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน คือ</p><ol>
</ol><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">แต่ภายใต้ พรบ.การศึกษาแห่งชาติที่ให้สถาบันอุดมศึกษากระจายการบริการศึกษาให้กับท้องถิ่น นั้น ซึ่งสวนทางกับเกณฑ์มาตรฐาน เรื่อง สัดส่วนจำนวนอาจารย์ต่อนิสิต</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">จุดที่เด่นสุดๆของคณะนี้คือ ทุกปีจะมีบริษัทเอกชน โดยเฉพาะโรงแรมชื่อดังทั่วประเทศ เข้ามาสัมภาษณ์นิสิต ปี 3 เพื่อจองตัวนิสิตไปทำงาน เพราะเป็นที่ทราบทั่วกันว่านิสิตคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรมนี้ เมื่อไปทำงานแล้วมีคุณภาพ </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">และวันศุกร์ที่ 13 กค 50 เราจะไปดูบรรยากาศการสัมภาษณ์เพื่อจองตัวในครั้งนี้</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>KPN
เรียนท่าน Jack ผู้ร่วมพัฒนา
ให้ขยายโอกาสคือรับนักศึกษาให้มาก
พร้อมทั้งมีเกณฑ์บังคับให้มีสัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาตามเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อให้ได้บันฑิตที่มีคุณภาพ - มองแล้วมีเหตุมีผล
แต่ถ้าถูกจำกัดเรื่องงบประมาณ หรือ อัตตราจ้างก็อาจจะทำให้ไม่ได้ครบตามเกณฑ์
เห็นใจคนทำงานจริงๆครับ
ขอบคุณครับท่านอาจารย์จิตเจริญ
ข้อคิดเห็นในบันทึกนี้ ก็เป็นหลักการของคณิตศาสตร์พื้นฐานง่าย คือ
แต่อย่างไรก็เป็นที่น่าชื่นชม ที่แม้แต่สัดส่วนอาจารย์กับนิสิตนั้นยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่บัณฑิตที่จบออกมาแล้วมีคุณภาพ ดังตัวอย่างที่ว่า มีบริษัทเอกชนมาจองตัวครับ
สิ่งเหล่านี้เป็นผลจากรุ่นพี่ๆที่ได้แสดงคุณภาพการทำงาน จึงส่งผลดีต่อความเชื่อกับรุ่นน้องๆที่เรียนอยู่
ด้วยความเชื่อว่า ผลผลิตที่ออกมาจากโรงงานเดียวกันย่อมมีคุณภาพไม่แตกต่างกันครับ
ขอบคุณครับท่านอาจารย์มณฑล
ดังนั้นการจะควบคุมสัดส่วนให้เป็นไปตามเกณฑ์มากที่สุดจึงเป็นเรื่องสำคัญ ด้วยการวางแผนการพัฒนาบุคลากรอย่างมีวิสัยทัศน์
ซึ่งต้องประกอบกับข้อมูลเชิงตัวเลขแสดงแนวโน้ม ทิศทางการพัฒนาครับ
ยังไม่มีใครตอบได้ว่า เช่นสมมุติว่า
มาตรฐานสัดส่วนอาจารย์กำหนดไว้ที่ 1 : 25
แล้วถ้าสภาพจริงสัดส่วนคือ
สัดส่วนใดจะดีที่สุด เช่น
1 : 5 จะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่
1 : 50 แต่สถาบันมีสัพกำลังเช่น ทรัพยากรการเรียนรู้ที่ดี เทคโนโลยีการศึกษาที่เยี่ยม ซึ่งก็อาจทำให้ผลผลิตออกมามีคุณภาพได้ครับ
แต่อย่างไรเราก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธมาตรฐานที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนดไว้ได้ คงต้องหาวิธีการแก้ปัญหาต่อไปครับ
ผมเห็นว่า "ประเด็นที่ 4" น่าสนใจนำมาปรับใช้ครับ
ถ้าไม่สามารถทำได้ทั้ง 3 ข้อข้างต้นได้ ก็ต้องหาตัวช่วยเข้ามาแทน ชดเชยกับการที่สัดส่วนไม่เป็นตามเกณฑ์ เช่น จ้างอาจารย์พิเศษ, ใช้ e-learning, ใช้ทรัพยากรร่วมกันกับมหาวิทยาลัยอื่น
ขอบคุณครับพี่วิชิต
ใช้ e-learning ถือว่าเข้ากับเจตนารมณ์ ของ พรบ. คือ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญครับ
และถ้าอาจารย์ใช้เป็นนะครับ จะช่วยลดภาระ และเป็นประโยชน์มากครับ โดยเฉพาะการฝึกทักษะให้นิสิต ค้นคว้า ใฝ่รู้ ด้วยตนเอง
ซึ่งเท่าที่ทราบมาตลอด หน่วยงาน CARD ได้พัฒนาสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด
แจ๊ค
สวัสดีครับคุณน้อง
การรับนิสิตมากน้อยนั้นคงต้องดูความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญครับ โดยพิจารณาจากแนวโน้ม ความต้องการของตลาดครับ
ถึงมีแผนการรับจำนวนมาก แต่ไม่มีผู้ใดต้องการเรียนก็มีผลกระทบครับ โดยเฉพาะแผนการใช้งบประมาณ
เพราะในการวางแผนงบประมาณนั้นก็พิจารณาจากจำนวนที่จะรับในอนาคต
ขอบคุณครับ
สวัสดีคุณน้องอีกครั้งครับ
สำหรับอาหารการกินมุมหลังห้อง ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากท่านอาจารย์จิตเจริญทุกๆวันที่ท่านมาช่วยพวกเราชาว มมส. ครับ