ช่วยตามหาต้นตอให้เจอ แล้วค่อยประกาศขอบคุณให้ตรงตัว

 

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

           กับ

ทรัพย์สินทางปัญญา

           ผมเคยพูดถึงคำว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Wisdom) เป็นความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ได้แก่จากคนรุ่นหนึ่งส่งมายังคนอีกรุ่นหนึ่งเป็นทอด ๆ กันมา เช่นคนรุ่นปู่สอนความรู้ในเรื่องอาชีพของตนให้กับลูก (รุ่นพ่อ) และพ่อสอนความรู้ให้กับลูก (รุ่นปัจจุบัน) ด้วยการสั่งสมความรู้ที่อาจจะมาจากความใกล้ชิด อยู่ในครอบครัวเดียวกัน ได้เห็นแบบอย่างและได้ร่วมปฏิบัติงานตามวิถีชีวิต จึงเป็นการสั่งสม (สะสม) หรือรวบรวมเอาเข้าไว้ในชีวิตของคน ๆ หนึ่งอย่างช้า ๆ และอย่างต่อเนื่อง และที่น่าภาคภูมิใจกับคนไทยก็คือ บ้านเรามีผู้ที่ทรงคุณค่าทางความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เฉพาะทางอยู่เป็นจำนวนมาก รอคอยให้ลูก หลาน เหลน โหลน เข้ามาศึกษา หัวใจคนไทยคิดอย่างไรคงไม่อาจจะทายใจได้ เพียงแต่คิดเสียดายความมีเสน่ห์แห่งปัญญาที่หลายด้านสูญหายไปจากแผ่นดินของเรานานแล้ว และกำลังมีอีกหลายอย่างที่จะทยอยจากเราไป เพราะไม่มีคนไปรับการสืบทอดและขาดการเหลียวแลภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงเปรียบ เสมือนเป็นทรัพย์ของแผ่นดินที่ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ ทุกคนมีหน้าที่สืบสานให้คงอยู่คู่แผ่นดินตลอดไป 

                

          ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นผลงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์อีกชนิดหนึ่ง นอกเหนือจากสังหาริมทรัพย์ จึงต้องมีบุคคลเป็นเจ้าของ คำว่าทรัพย์สิน ได้แก่ ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้านอกเหนือจากสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น นาฬิกา รถยนต์ โต๊ะ เป็นต้น และอสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เป็นต้น จะต้องมีผู้ที่แสดงความเป็นเจ้าของในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่แสดงว่าตนเองเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครองในสิ่งนั้น มีหลักฐานใช้อ้างอิงในความเป็นเจ้าของได้  ส่วนคำว่า ปัญญา  คือ ความรู้ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ผลงานขึ้นงานด้วยสติปัญญา ความคิด สมอง และ 2 มือ ของเขาเอง บุคคลนั้นเป็นเจ้าของความคิดเป็นคนแรก สิ่งนั้นจึงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลผู้นั้น เช่น บทร้องเพลงลูกทุ่งที่ประพันธ์โดยศิลปินผู้หนึ่ง บทเพลงถูกนำไปบันทึกเสียงลงในเทป, ในซีดี หรือวีซีดี และนำออกไปเผยแพร่ จะได้รับความนิยมหรือไม่เพียงใดก็ตาม ผลงานบทเพลงเพลงนั้น มีคนคิดเนื้อร้อง ทำนองขึ้นมา นั่นคือ ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้นั้น

        

          วันนี้ มีกฎหมายมารองรับและให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เราจะคุ้นเคยกับคำว่า "ลิขสิทธิ์" ซึ่งใช้เรียกทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท ผู้ใดละเมิดลิขสิทธิ์ จะต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้จะอย่างไรก็ตามก็ยังคงมีผู้ที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ดังปรากฏความจริงให้เห็นอยู่ตลอดมาว่า  เจ้าของผลงานผู้ที่คิดสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ๆ มีคุณค่าต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็น งานวรรณกรรม ศิลปกรรม ดนตรี ภาพยนตร์  โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แม้แต่งานออกแบบสร้างสรรค์ที่เกิดจากมันสมองของมนุษย์ ยังคงถูกละเมิดลิขสิทธิ์อยู่เหมือนเดิม จนทำให้วงการเพลง วงการบันเทิง วงการออกแบบสั่นคลอนไม่คุ้มที่ต้องลงทุนผลิตของแท้ออกมาให้พวกฉวยโอกาสก็อปปี้ 

          ท่านคงเคยได้ยินคำว่า จำเขามา หรือคำว่า ครูพักลักจำ  คำ 2 คำนี้ ใช้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ทั้งประเทศ ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือภูมิปัญญาไทย ไม่เหมือนกับทรัพย์สินทางปัญญา ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นผลงานที่แสดงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ของภาค ของจังหวัด และของท้องถิ่นนั้น ๆ คนหลาย ๆ คนร่วมกันเป็นเจ้าของมิอาจที่จะเจาะจงลงไปว่า เป็นของผู้หนึ่งผู้ใด ทั้งนี้เพราะที่มาหรือจุดเริ่มต้นของภูมิปัญญาท้องถิ่น มาจากกลุ่มบุคคลจำนวนมาก มารวมตัวกันแล้วกระทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อความเชื่อศรัทธาที่มีต่อสิ่งนั้นเหมือน ๆ กัน ได้แก่ การแสดงพื้นบ้าน  พิธีสวดให้พร  พิธีทำขวัญนาค  วิธีการลงแขกเกี่ยวข้าว  ขับร้องเพลงไทยท่วงทำนองต่าง ๆ   ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีหลายประเภท ล้วนแล้วแต่แสดงถึงเอกลักษณ์ไทย สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาเอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไปและน่าที่จะย้อนกลับไปคิดถึงสิ่งเก่า ๆ เหล่านั้น เพื่อที่จะ นำมาวางแผนชีวิตในอนาคตของเยาวชน ให้มีทิศทางในการศึกษาที่เป็นตัวของตัวเอง มองเห็นคุณค่าแห่งชีวิต ใช้สมองและมือทั้ง 2 ข้าง สร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ปรากฏ ได้รับการยอมรับในฝีมือจนเกิดการแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาในแต่ละด้านมีรายได้เข้ามาเสริมทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ ดีขึ้น พึ่งตนเองได้

        

          ภูมิปัญญาท้องถิ่นมีหลายด้าน ได้แก่ ด้านศาสนาความเชื่อและศรัทธา  ด้านยาสมุนไพรและหมอชาวบ้าน  ด้านอุตสาหกรรม  ด้านหัตถกรรม  ด้านอาหาร  ด้านนันทนาการ  ด้านสวัสดิการสหกรณ์ ด้านการเกษตร  และด้านศิลปกรรม (วาดภาพ ปั้นแกะสลักหล่อ ออกแบบ บทประพันธ์ ดนตรีและนาฏศิลป์) ในส่วนของความคิดใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ น่าจะให้การยอมรับ ให้เกียรติและยกย่องในความเป็นผู้รู้ ให้การเคารพนับถือกันตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย  ผมขอนำเอาบางสิ่งมาเล่าเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันสักนิดในช่วงสุดท้ายนี้

          ถ้ามีช่างไม้ที่เป็นคนรุ่นใหม่ มีฝีมือดีมากใช้ไม้สักมาประดิษฐ์เป็นคันไถขนาดเล็ก ทำได้เหมือนคันไถไถนามากที่สุด มีความประณีตและสวยงามมาก ได้รับความสนใจ มีผู้คนจับจองซื้อไปเป็นเจ้าของ เพื่อเก็บเอาไว้ชื่นชม ท่านคิดว่า ผลงานอย่างนี้ทำได้ไหม ผิดมารยาทไหม  ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ ถ้ามีบุคคล คนหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง นำเอาผลงานที่เป็นบทประพันธ์เพลงพื้นบ้าน (วรรณกรรม) อันเกิดจากมันสมองของคน ๆ หนึ่ง ไปจัดการแสดง ไปบันทึกเสียงลงในสื่อชนิดใดชนิดหนึ่ง และมีการประกาศขายเป็นผลงานเชิงวิชาการ โดยมิได้ขออนุญาตจากเจ้าของผลงาน แม้ว่าจะเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่บทเพลงเป็นทรัพย์สินทางปัญญา เป็นสมบัติส่วนตัวของบุคคล การกระทำเช่นนี้ ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร

          ในยุคก่อน ศิลปินพื้นบ้านเขาหวงวิชากัน บทเพลงที่แต่งขึ้นมาร้องในการแสดงทุกงานจะทำการปกปิดมิให้ผู้แสดงคนอื่นได้รู้ความลับ โดยเฉพาะลูกลง ถือว่า เป็นกลเม็ดที่เป็นทีเด็ดกันเลย เรียกว่าถ้าร้องคำลงนี้ออกไป คู่ปรับเจอไม้ตายแน่นอน หรือถ้าปล่อยมุขนี้ออกไปละก็  ฮา! ตรึมแน่นอน ถ้าจะต้องให้ใคร คนนั้นจะต้องเป็นคนที่สนิทกันมากที่สุดจึงจะยอมยกให้ วันนี้เรากำลังเดินมาสู่ยุคแห่งการ Copy การคัดลอกที่สามารถทำได้อย่างเหมือนจริงในทุกรูปแบบ ทั้งตัวอักษร ภาพ เสียง เรื่องราว ผลงานศิลปะทุกแขนง ไม่มีการละเว้นแม้แต่ผลงานทางวรรณกรรม ที่มีผู้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อประเทืองปัญญา เพื่อจรรโลงใจ และเพื่อความสนุกสนาน บันเทิง (โดยไม่กลัวความผิดทางจริยธรรม ผิดศีลข้อที่ 5 กันเลย) 

          ถ้าบทประพันธ์นั้น ๆ เป็นผลงานของผม ไม่ว่าจะเป็นเพลงพื้นบ้าน 150 เรื่อง จำนวน 1,000 หน้าเศษ บทเพลงที่ผมร้องในพิธีทำขวัญนาค  แนวทางในการร้องเพลงแหล่ด้นกลอนสด ในห้องอบรม หรือที่หลุดลอดออกไปอยู่ ณ ที่แห่งใด ๆ ก็ตาม ผมขอแต่เพียงว่า กรุณาอย่าได้ประกาศขอบคุณผิดตัวเจ้าของ ช่วยกันตามหาต้นตอให้เจอเพื่อที่จะได้ขอบคุณเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างถูกต้องกันเสียที