อำนาจในประชามติ
19 สิงหาคม 2550
อำนาจในประชามติ
อำนาจประชาชนในประชามติครั้งประวัติศาสตร์
จะรับร่าง จะล้มร่าง รัฐธรรมนูญ 2550 การออกเสียงประชามติครั้งนี้ คือประวัติศาสตร์ เมื่อเสียงในความคิดเห็น เสียงในการการอธิบาย จะได้รับการพิสูจน์จากประชามติของคนไทยทุกคน
โดยอยู่บนฐานความเชื่อใด อยู่บนความเข้าใจใด ความหมายเหล่านี้ล้วนจะถูกบันทึกไว้ นอกเหนือจากเสียงเรียกร้องความเข้าใจ และการต่อสู้ตลอดระยะเวลานานนับปีที่ผ่านมา ขณะที่เสียงหนึ่งอธิบายความชอบธรรม ความเท่าเทียมในกรอบกติกา และก้าวย่างใหม่ในการรับฟังความคิดเห็น ลงประชามติของประชาชนเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พุทธศักราช 2550 อีกหนึ่งความเข้าใจ ซึ่งอธิบายถึงความไม่ชอบธรรม ถึงกลไกอันไม่เป็นธรรม จุดเริ่มต้นในการแต่งตั้ง และการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าไม่มีนัยยะอันชอบธรรมใดจะกระทำได้
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ทั้งสองกระบวนการดังกล่าว ล้วนอยู่ภายใต้กรอบแห่ง การออกเสียงประชามติ ในครั้งนี้ ท่ามกลางคนที่เห็นด้วย กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เห็นด้วยกับหลักการประชาธิปไตย เห็นด้วยกับการคัดค้านรัฐประหาร เห็นด้วยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เห็นด้วยกับความไม่พึงพอใจทั้งสองฝ่าย ทุกคนที่เห็นด้วย ล้วนมีแนวความเชื่อ และแนวคิดที่หลากหลาย เสียงเงียบอาจไม่แสดงออก เพราะไม่อยากชุมนุม เสียงสนับสนุน คมช. อาจรำคาญเพราะไม่มีพื้นที่ชุมนุม เสียงคัดค้านรัฐประหาร หรือ รักทักษิณ อาจเบื่อหน่ายที่ไม่มีที่ทางของสื่อ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ทั้งหลายของเรื่องราว ล้วนมีคำตอบ และบทสรุปในวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2550 วันลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ของคนไทย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อ้างอิง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">http://www.ect.go.th/thai/download50/152_2550.pdf</p>
กกต. ประชุมวางนโยบายออกเสียงประชามติให้ผอ.กต.จว.
พร้อมเปิดลงทะเบียนนอกเขตจังหวัด 10-19 กรกฎาคม ศกนี้
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นประธานในการประชุมผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ ในวันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2550 ระหว่างเวลา 09.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม อาคารศรีจุลทรัพย์ ชั้น 10 เพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงานการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2550 และปัญหาอุปสรรค รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งรับทราบแนวทางการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">สำหรับการประชุมในครั้งนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมและวางแนวทางปฏิบัติให้กับนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานภายในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง ในช่วงเช้าจะเป็นเรื่องปฏิทิน โครงสร้าง และการบริหารจัดการเตรียมการออกเสียงประชามติ รวมทั้งการประสานหน่วยงานสนับสนุน ส่วนช่วงบ่ายจะเน้นเรื่องการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการออกเสียงประชามติ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ การคัดค้านการออกเสียงประชามติ การกำหนดหน่วยออกเสียง ที่ออกเสียง การจัดพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง รวมทั้งการจัดให้มีการลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดและการพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัดการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อย และสุดท้ายจะเป็นเรื่องการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">นายสุทธิพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระหว่างวันที่ 10 – 19 กรกฎาคม 2550 กกต.ได้เปิดให้มีการลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามติ “นอกเขตจังหวัด” โดยผู้ที่ทำงาน ศึกษา หรืออาศัยอยู่นอกจังหวัดตามทะเบียนบ้าน หากมีความประสงค์จะขอใช้สิทธิในจังหวัดที่พักอาศัยอยู่โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปใช้สิทธิตามทะเบียนบ้านสามารถนำเอกสารหลักฐานแบบฟอร์มลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตจังหวัด หนังสือรับรองของผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้าง สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชน และซองเปล่าติดแสตมป์ จ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง ไปยื่นได้ที่อำเภอ สำนักงานเขต เทศบาล ที่ท่านอาศัย อยู่ด้วยตนเองหรือมอบผู้อื่นยื่นแทนก็ได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">“ขอให้ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ รีบไปลงทะเบียนใช้สิทธินอกเขตจังหวัดเสียแต่วันแรกๆเพราะหากเอกสารหลักฐานเกิดบกพร่องไม่สมบูรณ์หรือขาดหายไป จะได้มีเวลาเพียงพอที่จะแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้หากไปรอลงทะเบียนใกล้ๆวันสุดท้ายจะทำให้ประชาชนคับคั่งส่งผลให้การปฏิบัติงานล่าช้าอาจไม่ได้รับความสะดวก” </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ข่าวสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง</p>
ข่าวที่ 152/2550 (9 ก.ค.50)
ฝ่ายวิเคราะห์และผลิตข่าว / สำนักประชาสัมพันธ์
พัชรี ผึ่งผดุง (เขียน)
เรืองโรจน์ จอมสืบ (ตรวจ)
สวัสดีค่ะ
ดิฉันอยากให้ไปลงประชามติกันมากๆเลยค่ะ ส่วนตัวไปแน่นอนอยู่แล้ว
สวัสดีค่ะคุณ Kati
เห็นด้วยค่ะว่าการลงประชามติเป็นทางเลือกที่เป็นทางออกของความอึดอัด คับข้องใจในขณะนี้
แต่สารภาพว่าเบิร์ดคงต้องใช้เวลามากๆในการทำความเข้าใจกับร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะตัดสินใจน่ะค่ะ เพราะภาษากฎหมายกับเบิร์ดดูเหมือนจะเดินกันคนละเส้นทาง ต้องใช้เวลานานมากๆถึงจะพอเดาได้ว่าหมายถึงอะไร...ว่าแล้วก็ต้องเริ่มอ่านตั้งแต่ตอนนี้แล้วล่ะค่ะ ^ ^
ขอบคุณมากค่ะสำหรับบันทึกที่ทำให้เบิร์ดตระหนักถึงสิ่งที่ควรทำในเวลาที่เหลืออยู่ ^ ^
รบกวนถามว่า ถ้าชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านต่างจังหวัด แต่ทำงานที่กรุงเทพ และต้องการใช้สิทธิที่กรุงเทพ ในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านี้ เคยยื่นเรื่องใช้สิทธิที่กรุงเทพไปแล้ว และได้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่กรุงเทพไปแล้ว การลงมติรับร่างครั้งนี้ต้องไปยื่นเรื่องใหม่หรือไม่ครับ
หากไม่ไปใช้สิทธิเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างจะมีผลอะไรบ้าง
การลงประชามัตติมีข้อดีคือ ช่วยลดความขัดแย้งในสังคมโดยสันติวิธี และอย่างน้อยก็ถือเป็นการช่วยประเทศชาติให้พัฒนาไปไปไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ใช่มานั่งคอยรอดูว่าใครจะทำอย่างไรกับประเทศเราต่อไปเพราะเราเป็นคนไทยคนหนึ่ง เราจึงมีสิทธิในการออกเสียงตามความคิดของเราตามหลักรัฐธรรมนูญ
การลงประชามัติมีข้อเสียคือ ถ้าหากมีคนปลุกระดมให้ชาวบ้านหรือใครก็ตามที่ไม่รู้อิโนน่อิแนน่มาลงมัติตามความคิดของตนเป็นใหญ่จะทำให้ตัวแทนบริหารบ้านเมืองเราพัฒนาบ้านเมืองเราไปไม่ถูกทิศทาง และไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็จะมีผู้มาทักท้วง ก่อม็อบขึ้นอีก
ที่กล่าวมาขั้นต้นนี่ถูกมั้ยค่ะ ดิชั้นรีบรอคำตอบค่ะ
อยากทราบว่า การลงมติรับล่างรัฐธรรมนูญ เค้านับคะแนนกันยังงัยค๊ะ นับเป็นเปอร์เซนต์ของผู้มีสิทธิมีเสียงของผู้เลือกตั้งทั้งหมด หรือว่า นับเฉพาะเปอร์เซนต์ของผู้ที่ไปลงประชามติเท่านั้น….และเอากี่เปอร์เซนต์…..
สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
http://www.tjanews.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=2418
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ร่วมกับ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเวทีอภิปราย “หลักการทำประชามติ” เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2550 โดยมี นายโคทม อารียา ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นาย กฤช เอื้อวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย และนายสมชาย ปรีชาศิลปะกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมเสวนา
นายกฤช กล่าวว่า ความหมายของการออกเสียงประชามติ คือกระบวนการในการแสดงความเห็นของประชาชน ด้วยการลงคะแนนออกเสียงเพื่อตัดสินใจว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ในเรื่องที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประชาชน
โดยนายกฤช บอกว่า หลักการสำคัญของการออกเสียงประชามติมี
อยู่ 5 เรื่อง คือ
1.เรื่องที่จะจัดทำประชามติต้องมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติและประชาชน
2.เรื่องที่จะจัดทำประชามติต้องมีข้อความที่ชัดเจนเพียงพอ ที่ทำให้ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถตัดสินใจลงคะแนนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ
“ความเข้าใจของผมที่คิดเอาเอง ผมว่ามีประชาชนไม่ถึง 10
เปอร์เซ็นต์ จากผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนทั้งหมด 45 ล้านคน ที่อ่านร่างรัฐธรรมนูญ
จบทั้งฉบับ จึงทำให้เป็นคำถามคลุมเครือ จากข้อมูลตั้งแต่ปี 2542 ในต่าง
ประเทศที่เคยมีการลงประชามติทั้งหมด รวมประเทศไทยที่กำลังจะมีประชามติเป็น
13 ประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เวเนซุเอลา ซิมบับเว อิรัก คองโก เซอร์เบีย มี 9
ประเทศที่เห็นชอบ และ 3 ประเทศที่ไม่เห็นชอบ ก็ต้องดูว่าการลงประชามติครั้ง
นี้ของไทย จะไปเพิ่มเป็น 10 ประเทศหรือ 4 ประเทศ”
3.ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในเรื่องที่
จะจัดทำประชามติได้แสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน
4.ต้องจัดให้มีการลงคะแนนออกเสียงประชามติโดยอิสระ
5.ต้องนำผลการออกเสียงประชามติไปพิจารณาดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน
“ที่มีหลายคนบอกว่า กกต. บางคนไม่เป็นกลาง เพราะไปอยู่ใน
คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ 2 กกต. เป็นผู้ยกร่างเองแล้วจะไม่ยกมือรับร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างไร คือผมไม่ได้แก้ตัวแทน หน้าที่ของ กกต.มีเพียงจัดการออกเสียงและรณรงค์เผยแพร่เท่านั้น ส่วนเรื่องบัตรออกเสียงที่มีการถกเถียงกันว่าทำไมถึงไม่มีช่องไม่ประสงค์จะลงคะแนน การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นสิทธิไม่ใช่หน้าที่อย่างการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ได้บังคับให้ออกมาไม่เหมือนการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นไม่มาก็ได้ อีกอย่างคือ ถ้ามีช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเสียงข้างมากบอกไม่ประสงค์จะลงคะแนน”
ด้านนายโคทม ให้ความเห็นว่า การลงประชามติครั้งนี้เป็นการ
ถามว่า yes or no ไม่ได้ถามว่า เอา ก. หรือ ข.
“ ก.คือรับ แต่ถ้าไม่เห็นชอบ ผมเข้าใจว่าอาจจะเป็นรัฐ
ธรรมนูญปี 2540 ที่เขาเปลี่ยนแปลงจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ มีคำถามเยอะมากว่าชอบไหม 309 มาตรา คืออย่าคิดมาก อยากให้เหมารวมเล่ม เห็นชอบโดยรวม ไม่ใช่ว่าเห็นชอบ 290 มาตรา ที่เหลือไม่เห็นชอบ”
นายโคทม กล่าวอีกว่า เมื่อไม่มีช่องงดออกเสียง ทำให้หลายคน
ไม่รู้จะทำอย่างไร อาจจะประท้วงด้วยการไม่ไปออกเสียง ซึ่งตอนนี้มี 3 ทาง
เลือกคือ ไปทำให้บัตรเสีย เห็นชอบ และไม่เห็นชอบ
"ประกาศของสมาชิกสภาร่ารัฐธรรมนูญ เหมือนคุณต้องการมัดมือ
ชกอยู่ในที ให้คนเห็นดีงามในร่างรัฐธรรมนูญ หลักๆแล้ว พื้นฐานการลง
ประชามติต้องให้ 2 ฝ่ายแสดงความคิดเห็น โดยรัฐต้องเป็นกลาง หรือนักการเมืองไม่ควรใช้ตำแหน่งหน้าที่ ทรัพยากรของรัฐไปสนับสนุนอย่างใดอย่างหนึ่ง กกต.ต้องมีความเป็นกลางอย่างยิ่งยวด”
“ตอนนี้ประชาชนจะออกไปลงประชามติ ทำอะไรก็งกๆเงิ่นๆ กลัว
ตำรวจจับ 309 มาตรา อ่านแล้วง่วงนอนไหม เหลือเวลาอีก 10 กว่าวันเท่านั้นหากเป็นการใช้สิทธิอย่างรู้เท่าทัน กำหนดใจตัวเอง จะเป็นเรื่องที่งดงาม”
นายโคทมกล่าวและว่า การลงประชามติครั้งนี้อาจมีปัญหาที่ คนไม่อ่านร่างรัฐธรรมนูญแต่ไปออกเสียง
ในขณะที่ นายสมชาย กล่าวว่า ประชาชนต้องมีข้อมูลในการ
ตัดสินใจอย่างเพียงพอ สังคมไทยมุ่งไปอยู่วันที่ 19 สิงหาคม วันเดียว ซึ่ง
อาจจะกลายเป็นปาหี่วันนั้นวันเดียว
“การลงประชามติครั้งนี้ มีอยู่ 4 ปัจจัยคือ
1.ระยะเวลาต้องมากพอ มีการถกเถียงกันอยู่หลายเดือนเพื่อจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ให้เวลาประชาชนอ่านเพียง 20 กว่าวัน ซึ่งหากดูตามผลวิจัยว่าคนไทยอ่านหนังสือวันละ 7 บรรทัดนั้น เราต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน เพราะอย่างน้อยทำให้สังคมมีการถกเถียงข้อมูล ไม่ใช่เร่งโดยไม่ให้ชาวบ้านอ่าน
2.องค์กรประชามติต้องเป็นกลางเป็นธรรม ต้องไม่ยืนอยู่ฝ่าย
ใด สิ่งที่ กกต. ต้องทำคือสร้างความเป็นธรรมให้เกิดความเท่าเทียม เปิดโอกาสให้คนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในสื่อ สังคมจะได้รู้ถึงข้อดีข้อเสีย
3.บรรยากาศเสรีและเป็นประชาธิปไตย ที่ให้คนแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเปิดเผย แต่ในวันนี้เมื่อมีโปสเตอร์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็มีการจ้องจับ ระแวง เห็นคนคัดค้านต้องจับ ผมคิดว่าอย่างแรกที่ควรทำคือการยกเลิกกฎอัยการศึก ใน 35จังหวัด"
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่ 4 คือ ผลการลงประชามติ โดย
ตั้งข้อสังเกตว่า ไม่มีการกำหนดขั้นต่ำของคนมาลงคะแนน การลงประชามติที่จะสร้างความชอบธรรมได้ ต้องกำหนดจำนวนเสียงขั้นต่ำ
“รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีเงาหัว คือให้รับๆไปก่อนแล้วค่อย
แก้ รัฐธรรมนูญนี้น่าจะเป็นฉบับชั่วคราวที่อายุสั้น คือยังไม่ทันใช้ก็จะแก้
แล้ว”
ด้านนายวีรศักดิ์ ให้ความเห็นว่า การที่ สสร. ซื้อพื้นที่
สื่อเพื่อโฆษณา เป็นการโกหกหลอกลวงประชาชนว่าถ้าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่มีการเลือกตั้ง
“การทำประชามติไม่เป็นกิจกรรมทางสังคมที่เป็นที่เข้าใจมาก
นัก ผมคิดว่าไม่น่าจะทำประชามติเพราะรัฐธรรมนูญแก้ได้ อย่างที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเองแม้ว่าจะรับแต่ก็มีข้อสงวน ถ้าหากว่าทำประชามติเรื่องภาษีมรดก ทำเลยผมอยากเห็น”
รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวอีกว่า ปะชามติครั้งนี้ไม่น่า
จะมี ถ้าจะมีก็ไม่ควรให้บังคับอย่างนี้ เพราะมีทางเลือกน้อย
“ถ้าจะทำก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้คนเห็นว่ามีความหมาย
การให้อำนาจศาลมาก โดยสามารถให้ศาลเสนอกฎหมายได้ โดยหาเสียงข้างมาก จะเกิดอะไรขึ้นถ้าศาลนัดนักการเมืองไปคุยกัน คิดหรือว่านักการเมืองจะไม่มีข้อเสนออะไรบางอย่าง แล้วหากกฎหมายไม่ผ่านศาลก็ต้องรับผิดชอบ”
อยากทราบว่าถ้าบ้านอยู่ที่นนทบุรี แต่ตอนนี้ทำงานอยู่ที่ระยองวันที่ 19 สิงหาจะสามารถใช้สิทธิ์ที่ระยองได้หรือเปล่ารบกวนด้วยค่ะ
ขอความอนุเคราะห์บริจาคหนังสือ
ร่างรัฐธรรมนูญ
จากทางสำนักบรรณสาร ม.เกษมบัณฑิต
ต้องการ หนังสือ ฉบับร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาสัมพันธ์ วันที่ 19 ส.ค.50ให้ร่วมลงประชามติ
ที่ทางรัฐบาลทำการแจกฟรี
ทางห้องสมุดต้องการ เพื่อให้กับนักศึกษาได้ศึกษาข้อมูล
ด่วน !
ส่งมาที่
สำนักบรรณสาร มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
วิทยาเขตพัฒนาการ 1761 เขตสวนหลวง กทม.
10250 ขอจำนวน 2 เล่ม
สำนักบรรณสาร มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
วิทยาเขตร่มเกล้า 77 ม.7 ถนนร่มเกล้า แขวงมีนบุรี
เขตมีนบุรี กทม. 10510 ขอจำนวน 2 เล่ม
ระยะเวลาวันหยุดน้อยเกินไปผมคิดว่าจะมีผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด
คงไม่ไปเพราะการเดินทางค่อนข้างลำบาก
เช่นคนที่อยู่จังหวัดสงขลา ระยะเวลาเดินทาง 12 ชัวโมง ถ้ามีวันหยุด 2 วันคงไม่มีใครกลับ และเรื่องการประชาสัมพันธ์ไม่ได้เรื่อง เช่น ระยะเวลาการลงทะเบียนลงประชามตินอกพื้นที่มีคนส่วนน้อยที่จะทราบ
จึงขอแสดงความคิดเห็นว่าจะมีประชาชนไปลงประชามติน้อยกว่าการเลือกตั้งส.ส.แน่นอน เนื่องมีการสอบถามจากคนระดับผู้ใช้แรงงานพบว่าไม่กลับไปลงประชามติ เพราะมีวันหยุดน้อย การเดินทางทำให้เพลีย
เห็นด้วยกับการไปลงประชามติ เราประชาชนชาวไทยมีสิทธิท เราต้องรักษาผลประโยชน์ของเรานะ คิดถึงอนาตดของประเทศชาติในวันข้างหน้าด้วย
ไปกันนะค่ะ เห็นด้วยหรือ เห็นด้วยก็่ แล้วแต่สิทธิของท่น
เห็นด้วยกับการลงประชามติ ไม่ควรอ้างว่าไม่ชอบธรรมหรือเผด็จการ คนที่อ้างส่วนใหญ่เป็นพวกที่เสียผลประโยชน์ น่าจะถามกลับไปว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 2 เมษายน นั่นแหละคือความไม่ชอบธรรม เพราะศาลก็ตัดสินว่าไม่ชอบธรรม ทำไมถึงไม่พูดถึง
ไปช่วยกันลงประชามตินะ เพราะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศเวลานี้