การสื่อสารภาษาอังกฤษ

oryoryory
  ทำไม้ทำไม ????คนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้  
เมื่อคืนดูรายการเสวนาในโทรทัศน์ในประเด็นว่าปัจจุบันคนไทยสื่อสารภาษาอังกฤษได้อยู่ในลำดับท้ายท้ายในแถบโซนเอเชีย  และมีผู้รู้หลายท่านให้ความเห็นอย่างหลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นคุณจ้อบ ครูเคท คุณคริสเดลิเวอรี่ ซึ่งทำให้ดิฉันกลับมาครุ่นคิดและมีความคิดว่า คนไทยต้องหันกลับมากลับมาดูตัวตน ตัวของเรา ตัวกูของกูนี่แหละ (ไม่ใช่คำหยาบนะเป็นคำพูดของท่านพุทธทาสภิกขุ) คำว่าตัวกูหมายความว่า "What you are หรือ Internal Knowledge และคำว่าของกูหมายความว่า External Knowledge ดังนั้นคนไทยที่จะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศได้นั้นจะต้องกลับมาดู (Context) ของตัวเองให้มากๆไม่ใช่ไปเดินตามหลังของเจ้าของภาษาหรือบ้านใกล้เรือนเคียง จนลืมความเป็นไทยไปซะอย่างนั้นแหล่ะ ดิฉันขอยืมคำพูดของอาจารย์วีร์ที่กล่าวว่า " If you know the other,you can't know yourself but if you know yourself,you can know the other."

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนไทยกับการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

คำสำคัญ (Tags)#internal knowledge

หมายเลขบันทึก: 110193, เขียน: 10 Jul 2007 @ 11:20, แก้ไข, 16 Jun 2012 @ 21:21, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 19, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (19)

Mr.O
เขียนเมื่อ 10 Jul 2007 @ 13:11

ผมว่าที่คนไทยพูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้ก็เพราะว่า

  1. เรียนกันแต่ Grammar เรียนกันเข้าไปเพื่อใช้สอบที่เป็น Multiple choice เพราะว่าง่ายต่อการตรวจ ข้อสอบที่เป็นข้อเขียนแทบจะไม่มีให้เห็น แล้วก็ไม่เห็นมีสอบแบบ Conversation เลย ดังนั้นวัดไม่ได้ว่าคะแนนสอบที่ได้มากมายมหาศาลนั้น ทำให้เด็กพูดได้หรือไม่
  2. คงมีที่เดียวในโลกที่เอาภาษาอังกฤษมาใส่สูตรทางคณิตศาสตร์ได้ (Sub + V.to be + Ving = Continuous)
  3. เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนแล้วพอจบชั่วโมงก็คุยไทยกันต่อ กว่าจะพูดหรือฟังภาษาอังกฤษอีกทีก็นู่นชั่วโมงภาษาอังกฤษคาบต่อไป
  4. พอออกจากห้องเรียนก็เจออะไรๆที่เป็นแต่ภาษาไทย เจอฝรั่งก็วิ่งหนีเพราะไม่กล้าคุย
  5. หรือบางคนขยันหน่อยก็ไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ แต่เรียน Grammar อีกเช่นเคย เพราะพ่อแม่อยากให้สอบได้คะแนนดีๆ ไม่เน้นให้พูดเก่งๆ กว่าจะรู้ว่าต้องพัฒนาทักษะการพูด การฟัง ก็ปาไปอายุ 25 ขึ้น เพราะต้องเอาไปใช้ในการทำงาน (สายไปแล้ว)
  6. พอไปโรงหนังก็ไป "อ่าน" หนังไม่ใช่ดูหนัง เพราะไปนั่งอ่าน subtitle ไม่ได้ฟัง
  7. ที่สำคัญเพราะประเทศเราไม่ค่อยมี 'สภาพแวดล้อม' สำหรับเด็กใช้ฝึกพูด ฟัง ภาษาอังกฤษ เพราะขืนพูดกันจะหาว่าเว่อร์ไปซะ

ผมคิดว่าน่าจะแก้ไขโดย

  1. พ่อแม่ ต้องเปลี่ยนทัศนะคติเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษได้แล้ว ต้องเน้นที่ประสิทธิภาพ ไม่ใช่ประสิทธิผล คะแนนสอบที่ดีๆ วัดอะไรไม่ได้มากหรอกครับ
  2. พ่อแม่ ต้องเล่นด้วยครับ พูดภาษาอังกฤษกับลูกที่บ้านด้วยครับ เพราะพ่อแม่สมัยใหม่ ผมว่าพูดกันได้บ้างครับ
  3. เลิกเน้น Grammar ได้แล้วครับพี่น้อง Street smart มีประโยชน์กว่าครับ
  4. Practice makes perfect ครับ ยิ่งฝึกเยอะยิ่งดี
  5. ถ้าคุณอยากพูดเก่ง คุณก็ต้องพูดเยอะๆ ถ้าอยากฟังเก่งก็ต้องฟังเยอะๆ ถ้าอยากเขียนเก่งก็ต้องเขียนเยอะๆ ถ้าอยากอ่านเก่ง ก็ต้องอ่านเยอะๆ
  6. ถามว่าในหนึงเดือน คุณเขียนภาษาอังกฤษกี่ตัว หันมาเขียน diary เป็นภาษาอังกฤษกันดีมั๊ย
  7. ถามว่าคุณฟังภาษาอังกฤษบ่อยแค่ไหน เคยฟังข่าวภาษาอังกฤษมั๊ย ลองฟัง FM 107 ดู
  8. เคยคิดที่จะหยิบหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มาอ่านหรือไม่ ลองดูสิแล้วคุณจะรู้ว่าภาษาอังกฤษของตัวเราเป็นยังไง
  9. พอออกนอกห้องเรียนแล้วเคยได้พูดภาษาอังกฤษหรือเปล่า ถ้าไม่เคยก็ลองจับกลุ่มกันกับเพื่อนแล้วคุยภาษาอังกฤษกันดู

Mr.O

ศน.ต๋อย
เขียนเมื่อ 10 Jul 2007 @ 14:21

ขอเป็นกำลังใจให้คุณ era ที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาและผลักดันการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับเยาวชนไทยรุ่นใหม่นะครับ

IP: xxx.143.155.35
เขียนเมื่อ 10 Jul 2007 @ 16:17
  • การติดต่อสื่อสารคนไทยกับคนต่างชาติ มีปัญหามาก เนื่องจากความไม่กล้าพูดคุย กลัวจะพูดผิด หากมีวิธีแก้ที่ดีๆบอกกันบ้างนะอีล้า
bb
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 21 Jul 2008 @ 16:21

ช่วยหน่อยนะค่ะ พอดีได้เข้าไปนั่งฟัง ดร.วีร์ ระวัง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล

อยากได้สูตรที่เรียนแล้วสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 21 Jul 2008 @ 16:25
  • ตามมาทักทายครับ
  • คนข้างบน
  • 4. bb
    เมื่อ จ. 21 ก.ค. 2551 @ 16:21
    752097 [ลบ]

    ช่วยหน่อยนะค่ะ พอดีได้เข้าไปนั่งฟัง ดร.วีร์ ระวัง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล

    อยากได้สูตรที่เรียนแล้วสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

  • มาเรียนทีสุพรรณ

  • วันที่ 25-26 กค ไหมครับ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 21 Jul 2008 @ 16:26
  • ประกาศๆๆๆ
  • ศน อรไท เข้าบันทึกแล้วครับพี่น้อง gotoknow
  • มาช่วยกันทักทายหน่อย
  • ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
  • ตอนเริ่มต้นเรียนอังกฤษ
  • ครูผู้สอนมีบทบาทสำคัญมากๆๆ
  • ในการสร้างความรู้สึกแรก ชอบ ไม่ชอบ 
  • ถ้าเป็นครู era  รับรอง....
  • เด็กๆ ชอบ

  • สวัสดีครับ...เพื่อนร่วมชะตากรรม
  • จำได้ไหม...(คนที่เรียนภาษาอังกฤษไม่จบคอส)
  • สบายดีนะครับ
  • ว่าง ๆ สอนภาษาอังกฤษให้บ้างนะครับ

hi 

มาทักทาย กับครูสอนภาษาอังกฤษค่ะ

มาพูดคุยภาษาอังกฤษกัน ให้เมื่อยมือ เนอะเนอะ

ฮาก๊ากกกส์ส์ส์  ครูอ้อย ต่างหากที่เมื่อย

ครูแอน
เขียนเมื่อ 21 Jul 2008 @ 17:28

ตามพี่ครูอ้อยมาค่ะ...มาทักทายค่ะ

ครูโย่ง
เขียนเมื่อ 21 Jul 2008 @ 17:54

ตามอาจารย์ขจิต พี่อ้อย น้องแอนมาครับ

มาทักทายครับผม

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 22 Jul 2008 @ 08:51
  • ท่านศน อรไทครับ
  • อันนี้ งง งง
  • อ่านว่าอะไรครับ
  • ฮ่าๆๆๆ
  • oryoryory
  • มาก่อกวนแต่เช้า
  • มาตอบพี่ๆน้องๆใน gotoknow นะครับ
oryoryory
เขียนเมื่อ 29 Jul 2008 @ 12:16

จริงจริงแล้วนามของข้าพเจ้าคือ era

ด้วยความฉลาดน้อยทำยังไงจำไม่ได้แล้วถึงขึ้น ory

แต่มีที่มาคือ คุณครู Maren ที่อยู่ NZ ตั้งให้เราคือ Miss Original

เรียกสั้นว่ามิส ออรี่ค่า

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 29 Jul 2008 @ 12:28
  • คุณครูคนนี้อยู่ที่ไหน
  • Maren ที่อยู่ NZ
  • Auckland หรือที่เมืองไหน
  • เย็นนี้มาใกล้ถึงโทรบอกด้วย
  • ร้าน MOO MOO ใกล้คณะก็อร่อยนะครับ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 29 Jul 2008 @ 12:29
  • ทำไมไม่  Ori
  • ทำไมเป็น Ory
  • เนอะๆๆ งง งง
  • ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
Nina
เขียนเมื่อ 21 Aug 2009 @ 15:00

ขอชื่นชมความสามารถนะค่ะ จะติดตามผลงานนะค่ะ

IP: xxx.173.240.177
เขียนเมื่อ 24 Aug 2009 @ 19:21

ไม่รู้เรื่อง

รักป๋องคนเดียว
IP: xxx.173.240.177
เขียนเมื่อ 24 Aug 2009 @ 19:22

ไม่รู้เรื่อง

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 14 Feb 2011 @ 16:56
  • เอาหนังสือมาฝาก
  • เสร็จแล้ว น้องผึ้งจาก gotoknow ทำให้
  • คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ
  • ดาวน์โหลดไฟล์ PDF