ผมว่าที่คนไทยพูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้ก็เพราะว่า
- เรียนกันแต่ Grammar เรียนกันเข้าไปเพื่อใช้สอบที่เป็น Multiple choice เพราะว่าง่ายต่อการตรวจ ข้อสอบที่เป็นข้อเขียนแทบจะไม่มีให้เห็น แล้วก็ไม่เห็นมีสอบแบบ Conversation เลย ดังนั้นวัดไม่ได้ว่าคะแนนสอบที่ได้มากมายมหาศาลนั้น ทำให้เด็กพูดได้หรือไม่
- คงมีที่เดียวในโลกที่เอาภาษาอังกฤษมาใส่สูตรทางคณิตศาสตร์ได้ (Sub + V.to be + Ving = Continuous)
- เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนแล้วพอจบชั่วโมงก็คุยไทยกันต่อ กว่าจะพูดหรือฟังภาษาอังกฤษอีกทีก็นู่นชั่วโมงภาษาอังกฤษคาบต่อไป
- พอออกจากห้องเรียนก็เจออะไรๆที่เป็นแต่ภาษาไทย เจอฝรั่งก็วิ่งหนีเพราะไม่กล้าคุย
- หรือบางคนขยันหน่อยก็ไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ แต่เรียน Grammar อีกเช่นเคย เพราะพ่อแม่อยากให้สอบได้คะแนนดีๆ ไม่เน้นให้พูดเก่งๆ กว่าจะรู้ว่าต้องพัฒนาทักษะการพูด การฟัง ก็ปาไปอายุ 25 ขึ้น เพราะต้องเอาไปใช้ในการทำงาน (สายไปแล้ว)
- พอไปโรงหนังก็ไป "อ่าน" หนังไม่ใช่ดูหนัง เพราะไปนั่งอ่าน subtitle ไม่ได้ฟัง
- ที่สำคัญเพราะประเทศเราไม่ค่อยมี 'สภาพแวดล้อม' สำหรับเด็กใช้ฝึกพูด ฟัง ภาษาอังกฤษ เพราะขืนพูดกันจะหาว่าเว่อร์ไปซะ
ผมคิดว่าน่าจะแก้ไขโดย
- พ่อแม่ ต้องเปลี่ยนทัศนะคติเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษได้แล้ว ต้องเน้นที่ประสิทธิภาพ ไม่ใช่ประสิทธิผล คะแนนสอบที่ดีๆ วัดอะไรไม่ได้มากหรอกครับ
- พ่อแม่ ต้องเล่นด้วยครับ พูดภาษาอังกฤษกับลูกที่บ้านด้วยครับ เพราะพ่อแม่สมัยใหม่ ผมว่าพูดกันได้บ้างครับ
- เลิกเน้น Grammar ได้แล้วครับพี่น้อง Street smart มีประโยชน์กว่าครับ
- Practice makes perfect ครับ ยิ่งฝึกเยอะยิ่งดี
- ถ้าคุณอยากพูดเก่ง คุณก็ต้องพูดเยอะๆ ถ้าอยากฟังเก่งก็ต้องฟังเยอะๆ ถ้าอยากเขียนเก่งก็ต้องเขียนเยอะๆ ถ้าอยากอ่านเก่ง ก็ต้องอ่านเยอะๆ
- ถามว่าในหนึงเดือน คุณเขียนภาษาอังกฤษกี่ตัว หันมาเขียน diary เป็นภาษาอังกฤษกันดีมั๊ย
- ถามว่าคุณฟังภาษาอังกฤษบ่อยแค่ไหน เคยฟังข่าวภาษาอังกฤษมั๊ย ลองฟัง FM 107 ดู
- เคยคิดที่จะหยิบหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มาอ่านหรือไม่ ลองดูสิแล้วคุณจะรู้ว่าภาษาอังกฤษของตัวเราเป็นยังไง
- พอออกนอกห้องเรียนแล้วเคยได้พูดภาษาอังกฤษหรือเปล่า ถ้าไม่เคยก็ลองจับกลุ่มกันกับเพื่อนแล้วคุยภาษาอังกฤษกันดู
Mr.O