ผมว่าที่คนไทยพูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้ก็เพราะว่า

  1. เรียนกันแต่ Grammar เรียนกันเข้าไปเพื่อใช้สอบที่เป็น Multiple choice เพราะว่าง่ายต่อการตรวจ ข้อสอบที่เป็นข้อเขียนแทบจะไม่มีให้เห็น แล้วก็ไม่เห็นมีสอบแบบ Conversation เลย ดังนั้นวัดไม่ได้ว่าคะแนนสอบที่ได้มากมายมหาศาลนั้น ทำให้เด็กพูดได้หรือไม่
  2. คงมีที่เดียวในโลกที่เอาภาษาอังกฤษมาใส่สูตรทางคณิตศาสตร์ได้ (Sub + V.to be + Ving = Continuous)
  3. เรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนแล้วพอจบชั่วโมงก็คุยไทยกันต่อ กว่าจะพูดหรือฟังภาษาอังกฤษอีกทีก็นู่นชั่วโมงภาษาอังกฤษคาบต่อไป
  4. พอออกจากห้องเรียนก็เจออะไรๆที่เป็นแต่ภาษาไทย เจอฝรั่งก็วิ่งหนีเพราะไม่กล้าคุย
  5. หรือบางคนขยันหน่อยก็ไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ แต่เรียน Grammar อีกเช่นเคย เพราะพ่อแม่อยากให้สอบได้คะแนนดีๆ ไม่เน้นให้พูดเก่งๆ กว่าจะรู้ว่าต้องพัฒนาทักษะการพูด การฟัง ก็ปาไปอายุ 25 ขึ้น เพราะต้องเอาไปใช้ในการทำงาน (สายไปแล้ว)
  6. พอไปโรงหนังก็ไป "อ่าน" หนังไม่ใช่ดูหนัง เพราะไปนั่งอ่าน subtitle ไม่ได้ฟัง
  7. ที่สำคัญเพราะประเทศเราไม่ค่อยมี 'สภาพแวดล้อม' สำหรับเด็กใช้ฝึกพูด ฟัง ภาษาอังกฤษ เพราะขืนพูดกันจะหาว่าเว่อร์ไปซะ

ผมคิดว่าน่าจะแก้ไขโดย

  1. พ่อแม่ ต้องเปลี่ยนทัศนะคติเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษได้แล้ว ต้องเน้นที่ประสิทธิภาพ ไม่ใช่ประสิทธิผล คะแนนสอบที่ดีๆ วัดอะไรไม่ได้มากหรอกครับ
  2. พ่อแม่ ต้องเล่นด้วยครับ พูดภาษาอังกฤษกับลูกที่บ้านด้วยครับ เพราะพ่อแม่สมัยใหม่ ผมว่าพูดกันได้บ้างครับ
  3. เลิกเน้น Grammar ได้แล้วครับพี่น้อง Street smart มีประโยชน์กว่าครับ
  4. Practice makes perfect ครับ ยิ่งฝึกเยอะยิ่งดี
  5. ถ้าคุณอยากพูดเก่ง คุณก็ต้องพูดเยอะๆ ถ้าอยากฟังเก่งก็ต้องฟังเยอะๆ ถ้าอยากเขียนเก่งก็ต้องเขียนเยอะๆ ถ้าอยากอ่านเก่ง ก็ต้องอ่านเยอะๆ
  6. ถามว่าในหนึงเดือน คุณเขียนภาษาอังกฤษกี่ตัว หันมาเขียน diary เป็นภาษาอังกฤษกันดีมั๊ย
  7. ถามว่าคุณฟังภาษาอังกฤษบ่อยแค่ไหน เคยฟังข่าวภาษาอังกฤษมั๊ย ลองฟัง FM 107 ดู
  8. เคยคิดที่จะหยิบหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มาอ่านหรือไม่ ลองดูสิแล้วคุณจะรู้ว่าภาษาอังกฤษของตัวเราเป็นยังไง
  9. พอออกนอกห้องเรียนแล้วเคยได้พูดภาษาอังกฤษหรือเปล่า ถ้าไม่เคยก็ลองจับกลุ่มกันกับเพื่อนแล้วคุยภาษาอังกฤษกันดู

Mr.O