เพื่อนๆ

ได้ไปอีกแล้วครับ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ในการไปเยี่ยมเพื่อนๆโครงการเยาวนไทยไม่ทอดทิ้งสังคม  เยาวชน1000ทางเพราะทางเลือกไม่ได้มีเพียงหนึ่ง  ในครั้งนี้เพื่อนๆมีการประชุมรวมแผนงานของภาคอีสานทั้งสองอนุฯ

มีผู้ร่วมทางจากส่วนกลางไป3คน คือผม เดี่ยว และจิล เราไปกันตอนบ่ายแก่ๆขอวันที่8ไปค้างกัน1คืน โดยมีน้องหนึ่งและพี่ช้างเป็นเจ้าบ้าน ซึ่งให้การต้อนรับพวกเราอย่างดีมากๆ จนพวกเรารู้สึกว่าเป็นบ้านของเราเองเลยทีเดียว อบอุ่นครับ อบอุ่นจริงๆ น้องหนึ่งทำกับข้าวได้อร่อยๆมากๆคับ ขอบอก ในคืนนั้นได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยอย่างเป็นกันเองในหลายๆเรื่อง สนุกมากๆครับ

 

เราคุยกันส่วนมากก็ไม่พ้นเรื่องประสบการณ์ในการทำงาน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเมามัน ระหว่างพี่ช้าง พี่โจ ผม เดี่ยว และก็ จิล ถึงปญหาต่างที่เคยเกิดขึ้นกับโครงการที่สร้างความเจ็บปวดของเพื่อนอนุภาคฯในครั้งก่อน เพื่อเป็นบทเรียนซึ่งกันและกัน แต่สาระสำคัญจริงๆในการสนทนาในครั้งนี้คือ การพัฒนาพวกเราใหก้าวไปสู่ความสัมพันธ์ของการเป็นเพื่อนแท้ และพัฒนาจิตใจของพวกเราให้มีความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกันทั้งงานและจิตใจของความเป็นเพื่อนแท้กัน เพื่อนแท้สามารถที่จะคุยกันได้ทุกเรื่อง ช่วยเหลือกันได้ทุกเรื่อง แชร์ความรู้สึกกันได้อย่างจริงใจ เพราะว่าเราเป็นเพื่อนกัน เราต้องรักกัน เมื่อเรารักกันแล้ว เราจะเข้าใจกันอย่างไม่มีข้อแม้ เราช่วยกัน เตือนกัน ให้อภัยกัน เป็นสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุด มากกว่างานที่เราทำอยู่ซะอีก

 

ในวันที่9ผมก็ได้รู้จักกับเพื่อนๆละพี่ๆหน้าใหม่อีกหลายคน และร่วมกันแชร์ความคิด และสิ่งที่กังวลใจในการทำงาน ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ซ้ำรอยเดิมที่เคยเจอกันมา กับโครงการในครั้งที่แล้ว เพื่อให้ประสบการณ์ในครั้งที่แล้วไม่เกิดขึ้นอีกกับโครงการของพวกเรา รายละเอียดต่างๆเด๋วน้องหนึ่งคงจะได้มาแชร์ในบล็คของพวกเราให้ได้รับรู้กันนะครับ

 

ผมดีใจนะที่ได้รู้จักกับน้องหนึ่ง พี่ช้าง พี่โจ ยิ่งพอเจอกัน ในทุกๆครั้ง ทำให้ผมสัมผัสถึงความเป็นตัวตน และสิ่งดีงามหลายอย่างในใจขอพวกเขา ทำให้ผมรู้ว่า สิ่งหนึ่งที่จะทำให้พวกเราใกล้ชิดกัน และเข้าใจกันยิ่งขึ้นก็คือ คุยกันให้มากขึ้น ฟังกันให้มากขึ้น ทำให้เขาใจกันมากขึ้นจริงๆ

 

ผมเชื่อว่าเราสามารถที่จะเรียนรู้ และเพิ่มระดับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้นได้ ถ้าเราไม่คิดอะไรให้มันมากเกินไป และลองที่จะกล้าแลก ความจริงใจซึ่งกันแลกัน บนพื้นฐานของความปรารถนาดี แม้บางทีเราก็อาจจะกลัว และไม่กล้าที่จะพูดอะไรบางอย่าง

 

เจ้าปาล์มน้องชายของน้องนอล เป็นตัวอย่างนึงที่ดีของผม เป็นตัวอย่างของความไม่กล้าและลังเลใจที่จะพูดกันกับผม แต่แล้วถ้ามันอยู่บนพื้ฐานของความเข้าใจและปรารถนาดีต่อกัน ก็สามารถที่จะเปิดประตูใจกันได้ ซึ่งเป็นเรื่องของลูกผู้ชายได้เปิดอกคุยกัน เริ่มต้นที่ว่า พี่โป้งครับแล้วแฟนของพี่โป้งเป็ยงัยบ้างครับ ทำให้ผมรู้ว่าเพียงเรากล้าที่จะคุยกันด้วยความปรารถนาดีต่อกัน เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

 

จบเรื่องงานครับ

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรื่องส่วนตัว ผมคิดอะไรอยู่</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมลังเลใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ว่าผมจะเริ่มที่จะมีความรัก หรือจะให้เวลาอยู่กับตัวเอง ผมเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าผมไม่เหมือนเมื่อก่อน ผมเริ่มใช้เวลานานขึ้น เพื่อให้แน่ใจตัวเอง เริ่มที่จะมีความรักก็เป็นสิ่งที่ดี ให้เวลาอยู่กับตัวเองก็เป็นสิ่งที่ดี ไม่ใช่รักแบบเร็วๆที่พึ่งผ่านพ้นไป แล้วมีรักใหม่ในทันทีแบบที่เธอเป็น แต่ผมก็รู้ว่าการที่ผมรอคอยกับความรู้สึกของตัวเองกับคนที่เรารู้สึกดีด้วยนั้น มันเป็นการตอบคำถามของตัวเราเองด้วยว่า ถ้าใช้ก็คือใช่ ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ แล้วถ้าใช่ ก็คือใช่ทั้งเขาและเรา เพื่อนๆว่าจริงไหมอะ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมรู้สึกดีๆกับเขานะ แต่จะเป็นใคร ไม่มีใครรู้หรอ ผมรู้อยู่คนเดียว ความรู้สึกดีๆไม่จำเป็นว่าจะต้องรักเสมอไป……มั้ง….อะ……แต่ว่าแต่ว่า….ความรู้สึกที่ดีมันมีความพร้อมและสามารถที่จะพัฒนาเป็นความรักได้ทุกเมื่อนี่นา</p>หุหุหุ……คิดถึงว่ะ….แม้จะเจอกันบ่อยก็ตาม