ความเป็นกัลยาณมิตรในวงเรียนรู้ ดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่

เวลาร่วมวงเรียนรู้กับกลุ่มองค์กรการเงินชุมชน  เราพบว่า มีความเป็นกัลยาณมิตรระหว่างผู้คนที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งมี ชาวบ้าน  เจ้าหน้าที่รัฐ  นักวิชาการ และเอ็นจีโอ

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่เมื่อไปร่วมวงกับกลุ่มด้านทรัพยากรธรรมชาติ   เราต้องตั้งคำถามว่า  จะสร้างความเป็นกัลยาณมิตรระหว่างกันได้หรือไม่   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความเป็นกัลยาณมิตรในวงเรียนรู้   ดูเหมือนจะขึ้นอยู่กับเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่   ในวงองค์กรการเงินและสวัสดิการชุมชน  จะเป็นเรื่อง win-win    รัฐกับชาวบ้านจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร   ชาวบ้านสร้างระบบของตัวเองได้ดี จนรัฐและภาควิชาการต้องลงมาเป็นฝ่ายเรียนรู้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ในวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  มันเป็นเรื่อง conflict of interest  หรือ ประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน  ปัญหาความสัมพันธ์เชิงอำนาจมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในเรื่องนี้   รัฐมีอำนาจ มีสิทธิ์โดยกฎหมาย  แต่ขาดความสามารถในการบริหารจัดการเพราะ ความรู้ ไม่ถึง ในเรื่องของภูมินิเวศที่เป็นลักษณะเฉพาะท้องที่     ชาวบ้านมีข้อมูลความรู้เกี่ยวกับพื้นที่มากกว่า แต่ถูกจำกัดสิทธิโดยกฎหมาย   ชาวบ้านจึงต้องการพันธมิตร อย่างเอ็นจีโอ  นักวิชาการ  หรือ แม้แต่เครือข่ายระหว่างประเทศมาทำงานร่วม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ปัญหาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมไปไกลกว่าระดับท้องถิ่น  แต่ไปถึงระดับโลก    เกี่ยวพันกับกติกาการค้าระหว่างประเทศ  และสนธิสัญญาระหว่างประเทศ    ชาวบ้านโดยลำพังจึงไม่มีศักยภาพพอทั้งด้านการต่อรองกับรัฐ (ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นพันธมิตรกับเอกชนเพื่อแย่งชิงทรัพยากรกับชุมชน จนเจ้าหน้าที่เองก็บ่นด้วยความน้อยใจว่า พยายามทำดีอย่างไรก็ถูกมองเป็นลบ)  และด้านการใช้ประโยชน์จากสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เอื้อให้กับสิทธิชุมชน   หรือการป้องกันสิทธิของชุมชนที่อาจจะถูกคุกคามโดยกติกาการค้าระหว่างประเทศ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">“WTO”  “TRIPs”  “FTAs”  “WIPO”  “CBD”  “UPOV”  “ITPGR”   สิทธิบัตร  พันธุกรรมพืช  ฯลฯ  ศัพท์เหล่านี้วนเวียนอยู่ในวงประชุม  ซึ่งถึงที่สุดชาวบ้านที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่แท้จริงก็ถูกผลักไปให้อยู่ไกล     เหลือแต่  เจ้าหน้าที่รัฐ  เอ็นจีโอ นักวิชาการ  เป็นกลุ่มหลักที่อยู่ในวงประชุม  </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม้การพูดคุยจะเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน  แต่สิ่งที่มองเห็นคล้ายกับว่า  ใครมีข้อมูลมากกว่า ก็จะพูดให้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่า   ข้อมูลจึงเป็นอาวุธของแต่ละฝ่าย มากกว่าเป็นสิ่งที่ตั้งใจมาแบ่งปันกันเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของสังคม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>  การจัดการความรู้ด้วยโจทย์ยากๆแบบนี้ ควรทำอย่างไรดี??    </p><p></p><p></p>