..มนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ..

และที่สำคั­ญที่สุดคือค่ารักษาพยาบาลสำหรับตัวเอง คุณคิดว่าตอนคุณอายุ 55 คุณมีเงินเก็บขั้นต่ำ หนึ่งล้านห้าแสนบาทหรือยัง ???


มนุษย์เงินเดือน” อาชีพนี้ดีอย่างไร? ..
             • ได้รับรายได้แน่นอนเท่ากันทุกเดือน  
             • ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยไม่ต้องลงทุนเอง  
             • มีสังคมกว้าง ทันโลกทันเหตุการณ์
             • มีสวัสดิการดีกว่าคนทำกิจการส่วนตัว  
             • ไม่มีล้มละลาย
             • ทำงานเพียงหน้าที่ที่รับผิดชอบ
             • เบื่อเมื่อไร เปลี่ยนได้ทันที  
             • มีวันหยุดเยอะ
             จงภูมิใจกับสิ่งที่ท่านเป็นอยู่ มีอยู่ ได้อยู่มากกว่าถามหาสิ่งที่ยังไม่เป็น ยังไม่มี หรือยังไม่ได้ 

ข้อคิดสำหรับชีวิตการเป็นลูกจ้าง  
             • ต้องเข้าใจบทบาทในหน้าที่นั้นอย่างถ่องแท้
             • ต้องปรับอารมณ์ให้เข้ากับบทบาทของงานในตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย
             • ต้องพร้อมที่จะซ้อมบทบาทใหม่อยู่ตลอดเวลา
             • ต้องคิดว่า “ทุกครั้งที่ทำเต็มที่เราได้มากกว่าองค์กร”
             • ต้องมีจรรยาบรรณ  
             • ต้องไม่เอาผลตอบแทนเป็นตัวนำ เพราะจะทำให้บทบาทการแสดงเปลี่ยนไป  

มนุษย์เงินเดือนมือใหม่ ควรจะปรับตัวอย่างไร?
             • เปิดการทักทายกับทุกคน
             • จดจำบุคคลสำคั­ในองค์กรให้ได้  
             • เรียนลัดจากคนเก่าและเอกสาร  
             • อย่าคบคนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงกลุ่มเดียว
             • ฟังและถามให้มากกว่าพูด
             • เก็บข้อมูลโดยการจดบันทึก
             • เข้าร่วมกิจกรรมให้มากที่สุด
             • อย่าเพิ่งแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ  

เทคนิคการเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นบวก
             • คิดเข้าข้างตัวเอง
             • คบเพื่อนคิดบวก
             • คิดถึงสิ่งที่แย่กว่า
             • คิดว่าโอกาสที่มีคุณค่าคือจุดเล็กๆ ที่คนทั่วไปมองข้าม  
           
 สรุป : การคิดบวกถือเป็นพื้นฐานที่สำคั­สำหรับคนที่อยากจะเป็น “มนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ”  คนคิดลบเปรียบเสมือนถังขยะที่เก็บแต่สิ่งที่ไร้ค่าในขณะที่…คนคิดบวกเปรียบเสมือนคลังสมบัติที่เก็บแต่สิ่งที่ล้ำค่า

จงทำงานให้มากกว่าเงินเดือน
เหตุผลสำคั­ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ คือ
             * ทำมาก...ได้ประสบการณ์มาก
             * ทำมาก... ได้สร้างผลงานให้ปรากฏ
             * ทำมาก…มีโอกาสเป็นบุคคลสำคั­ขององค์กรมาก
             * ทำมาก...สบายในภายหลัง

เส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ
ความก้าวหน้าในอาชีพของ “มนุษย์เงินเดือน” มักจะถูกกำหนดโดยองค์กร หรือเรียกว่าระบบ “เส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ” การเติบโตในเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพจะขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 อย่าง คือ
             1. ปัจจัยภายใน คือความพร้อมของตัวเราเอง  
             2. ปัจจัยภายนอก คือสถานการณ์ที่เอื้อหรือไม่เอื้อต่อการเติบโต  คนที่มีแผนที่เดินทางย่อมไปถึงเป้าหมายได้ดีกว่าและเร็วกว่าคนที่ไม่มีแผนที่นำทางอย่างแน่นอน  

เทคนิคการพัฒนา “ลูกน้อง” ให้เป็น “หัวหน้า”
             • ฝึกให้ลูกน้องคิดแทนหัวหน้าก่อนที่หัวหน้าจะคิดทำ
             • ให้โอกาสลูกน้องได้เป็นหัวหน้า (โดยการมอบหมายงานให้ทำ)  
             • ร่วมกับลูกน้องกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ
             • พัฒนาลูกน้องตามความถนัดและเหมาะสม

เทคนิคการทำงานกับผู้บริหารหัวก้าวหน้า
             • ป้อนข้อมูลใหม่ๆ ให้ผู้บริหารได้มีโอกาสเลือก
             • คิดและเตรียมสิ่งใหม่ๆ ไว้ล่วงหน้า  
             • อย่าเสี่ยง !! เถียงกับผู้บริหารในขณะที่กำลังร้อนวิชา
             • จงลองทำเองก่อนและค่อยใช้คนนอกมาช่วย

การบริหารชีวิตในระหว่างเดินทางอยู่บนถนน สายอาชีพลูกจ้าง
             • มองไปข้างหน้าให้มากกว่ายึดอยู่กับอดีตและติดอยู่กับปัจจุบัน
             • คิดเสียว่าไม่มีใครอยู่กับเราตลอดชีวิต
             • ไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวรในที่ทำงาน
             • ทุกคนเป็นคนดี แต่เส้นทางเดินอาจจะทับกันบ้าง
             • คิดว่าเราเพิ่งรู้จักทุกคนในทุกวัน

ความเจ็บปวดช่วยสร้างคุณค่าของการมีชีวิตเป็นปกติฉันใดการขัดแย้งกันบ้าง จะช่วยสร้างคุณค่าของความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันฉันนั้น

ลด ละ เลิก ค่านิยม “ใช้ก่อนผ่อนทีหลัง”
สาเหตุสำคั­ญที่ทำให้ค่านิยม “ใช้ก่อนผ่อนทีหลัง”
เกิดขึ้นมากในสังคมไทย มีอยู่ 2 ประการ คือ
              1. คนไทยชอบเห่อ หรืออยาก
              2. ผู้ทำธุรกิจปล่อยเงินกู้หรือขายสินค้าออกโฆษณาล่อใจเหลือเกิน (เจอโฆษณาแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยก็ไม่รอด จอดป้ายเงินผ่อนทุกราย)

             ข้อควรพิจารณาก่อนจะผ่อนอะไร
            • สิ่งที่ผ่อนเป็นภาระหรือการลงทุน
            • จำเป็นต่อชีวิตหรือไม่
            • มีเงินพอหรือไม่

การวางแผนการเก็บเงิน  
   ****   เทคนิคง่ายๆ คือ “หลัก 3 บั­ญชี” โดยให้เปิดบั­ญชี 3 บั­ญชี ดังนี้  ****
             บั­ญชีที่ 1    
คือบั­ญชีที่เงินเดือนเข้าไว้กดเอทีเอ็มสำหรับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน  
             บัญ­ชีที่ 2     คือบั­ชีเงินออมเพื่อฉุกเฉิน เร่งด่วน(อาจจะเป็นออมทรัพย์ก็ได้)    
             บั­ญชีที่ 3     คือบั­ญชีเงินออมเพื่อออกจากงานหรือออมเพื่ออนาคต 
ไม่มีความทุกข์ใดจะหนักและหนาเท่ากับการผ่อนหนี้ที่ก่อขึ้นมาจากความโลภและไม่ประมาณตนเอง

จรรยาบรรณประจำตำแหน่งมนุษย์เงินเดือน
             • จงตระหนักว่าบทบาทและหน้าที่ของเราคืออะไร
             • จงพอใจในผลประโยชน์ที่ได้รับ
             • จงคิดว่ามลทินในชีวิตไม่มีน้ำยาอะไรลบออกได้
             • จงคิดว่าถ้าบริษัทเป็นของเรา เราจะทำหรือไม่
             • จงชมตัวเองทุกครั้งที่รักษาจรรยาบรรณไว้ได้
             • จงสอนตัวเองโดยผ่านการสอนคนอื่น  
             • อย่าเห็นแก่ประโยชน์แม้เพียงเล็กน้อย  
             • อย่าทำเพราะคนอื่นเขาทำกัน  
             • อย่าคิดว่าทำแล้วไม่มีใครรู้ใครเห็น  

             
เทคนิคการทำงานอย่างมีความสุข
             • การรักงานที่ทำอยู่ คือประตูสู่การทำงานที่เรารัก
             • เปลี่ยนปั­หาให้เป็นความท้าทาย
             • อย่าเปิดช่องว่างให้ความเบื่อเข้ามาแทรก  
             • อย่าระบายอารมณ์ลงที่งานและคนอื่น  

              
แบ่งหัวใจให้เรื่องสำคั­ก่อนความสุขในการทำงานไม่ต้องหาจากที่ไหนมันอยู่ที่ใจของเราเอง

รายการอาหารประจำวัน
 เช้า         : กาแฟ ขนมปัง มาม่า น้ำผลไม้      10+5+5+10  = 30 บาท
กลางวัน  : ข้าวผัดกระเพราไข่ดาว ผลไม้ น้ำดื่ม  30+10+5  = 45 บาท
เย็น         : ข้าวไข่เจียวหมูสับ แกงจืด                        15+20 = 35 บาท
                 ค่าใช้จ่ายประจำวันเบ็ดเตล็ด                                = 60 บาท
รวมค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งวันเท่ากับ                 30+45+35+60 = 170 บาท

จำนวนวันทั้งหมด ตั้งแต่อายุ 56 (หลังเกษียณ) ถึง 80=25 ปีคูณ
365 วัน = 9,125 วัน

ดังนั้นเงินที่จำเป็นต้องใช้เพื่อประทังชีวิตอยู่ขั้นต่ำเท่ากับ 9,125 คูณ 170 = 1,551,250 บาท
เงินจำนวนนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายที่สำคั­ญอื่นๆ เช่น ค่ารถ ค่าซ่อมรถ
ค่าผ่อนบ้าน ค่าซ่อมบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเสื้อผ้า ฯลฯ
และที่สำคั­ญที่สุดคือค่ารักษาพยาบาลสำหรับตัวเอง
คุณคิดว่าตอนคุณอายุ 55 คุณมีเงินเก็บขั้นต่ำ  หนึ่งล้านห้าแสนบาทหรือยัง ???

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกจาก Internet



ความเห็น (0)