เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หน่วยงานต่าง ๆ ได้ของบกลางนำไปใช้จ่ายด้านต่าง ๆ จนเกือบหมดแล้ว แม้ยังไม่ถึงสิ้นปีงบประมาณและได้รับการรายงานจากสำนักงบประมาณว่าคงไม่สามารถนำมาจัดสรรให้เป็นค่าวิทยฐานะให้กับกระทรวงศึกษาธิการได้ จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าจะหาเงินส่วนไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลก็รู้สึกเห็นใจข้าราชการครู เชื่อว่าทุกฝ่ายก็เร่งหาทางออกเรื่องนี้ให้ได้เร็วที่สุด นางอมรา อินทวงศ์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ทำเรื่องเสนอให้            นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินค่าวิทยฐานะตามคำขอของกระทรวงศึกษาเรียบร้อยแล้ว โดยเสนอไป 2 ทางเลือก คือ 1.จัดสรรงบกลางให้เป็นเงินค่าวิทยฐานะ แต่มีข้อจำกัดเนื่องจากงบกลาง ปี 2550 มีการเบิกจ่ายไปหมดแล้ว หากใช้งบกลางจะต้องงดการจ่ายเงินค่าวิทยฐานะเป็นเวลา 3 เดือน และจะจ่ายเป็นตกเบิกให้ในเดือนตุลาคม 2551   2.ให้นำเงินคงคลังออกมาใช้จ่ายค่าวิทยฐานะ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของครู แต่เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังจะต้องให้กระทรวง ศึกษาธิการตั้งงบประมาณ ปี 2551 ชดเชยเงินคงคลังในจำนวนที่เท่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องของระดับนโยบายว่า        จะตัดสินใจดำเนินการอย่างไร นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ระดับเงินคงคลังในปัจจุบัน มีประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่อันตราย เพราะมีจำนวนมากกว่า 10 วันทำการ ซึ่งเป็นระดับที่กระทรวงการคลังใช้ในการวัดระดับความมั่นคง หากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตัดสินใจใช้เงินคงคลัง  ในการจ่ายเงินค่าวิทยฐานะจำนวน 4,752 ล้านบาท ก็คงไม่ทำให้ระดับของเงินคงคลังมีปัญหา แต่จะต้องตั้งงบชดเชยคืน มิเช่นนั้นจะสร้างปัญหาต่อเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาวมติชน  6  ก.ค.  50