นายคำเตื่อง   ภาษี ( ปราชญ์ชาวบ้าน )  ได้เล่าเปรียบเทียบการวิจัยที่นักวิชาการเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านทำวิจัย  กับการวิจัยที่ทำโดยชาวบ้านเอง  จาก 2 ตัวอย่างคือ

     1.ตัวอย่างการวิจัยที่นักวิชาการเข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านทำวิจัย  เรื่องปูนา <h4 style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"> นักวิชาการก็จะให้ชาวบ้านศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปูนาอย่างละเอียดลออ เช่น ปูมีกี่ชนิด ปูแต่ชนิดกินอะไร  มีวิถีชีวิตอย่างไร  การเจริญเติบโตเป็นเช่นไร  ลอกคราบกี่ครั้ง  มองได้ไกลแค่ไหน ฯลฯ </h4><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                กว่าจะศึกษาค้นคว้าให้ได้ปูตัวอ้วน ๆ และไม่กัดกินข้าว  ก็ถูกปูหนีบเสียก่อน เลยทำวิจัยไม่สำเร็จ หรือต้องใช้เวลานาน  เพราะต้องใช้องค์ความรู้มากมายเกินกว่าที่ชาวบ้านจะรู้</p>     2.ตัวอย่างการวิจัยที่ทำโดยชาวบ้านเอง เรื่อง การใช้งูเหลือมไล่หนูนา        
       
ชาวบ้านพบปัญหาว่าหนูนามากัดข้าวกล้าเสียหาย  กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมด  จึงปรึกษาผู้หลักผู้ใหญ่และปราชญ์ชาวบ้าน  ได้รับคำแนะนำว่าลองใช้งูเหลือมมาไล่หนูอาจได้ผลดี  เขาจึงหางูเหลือมมาตัวหนึ่ง  ขุดรูให้งูเหลือมอยู่ในบริเวณที่หนูชุกชุม  ปรากฏว่าหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหนูกัดข้าวน้อยลง  ชาวบ้านจึงทดลองนำขี้งูเหลือมไปโรยทั่วบริเวณนาอีก พบว่าไม่มีหนูมากัดข้าวในบริเวณนั้นอีกเลย    ชาวบ้านจึงสรุปว่า ใช้งูเหลือมไล่หนูได้จริง ๆ จึงพากันมาจองคิวขอนำงูเหลือมไปไว้ที่นาตนเองบ้าง ( เผยแพร่งานวิจัย )
         เปรียบเทียบงานวิจัย 2 เรื่องนี้แล้ว ท่านเห็นว่าเรื่องใดน่าจะเกิดประโยชน์ต่อชาวนาโดยตรงและได้ผลรวดเร็วกว่า...