ฝึกภาษาอังกฤษกับเพื่อนชาวเอเชียด้วยกันนี่ดีนะคะ ไม่ต้องกลัวพูดผิด

Small Talk: จะคุยกับเพื่อนต่างชาติเรื่องอะไรดีนะ 

ตามปกติแล้วดิฉันไม่ค่อยได้คุยกับใครที่มหาลัย ลงรถเมล์ ตรงดิ่งเข้าห้องสมุด อ่านๆ เขียนๆ เป็นบ้าอยู่คนเดียว กลับบ้านเจอป้าก็พูดกับป้าเท่านั้น วันนี้เจอเพื่อนเยอะเลยได้เม้าท์หน่อย เจอ Hannah สาวเวียดนาม กับ Hideaki หนุ่มญี่ปุ่น บนรถเมล์ เราก็เลยส่งภาษาอังกฤษแบบชาวเอเชียกัน ฝึกภาษาอังกฤษกับเพื่อนชาวเอเชียด้วยกันนี่ดีนะคะ ไม่ต้องกลัวพูดผิด มีแต่จะช่วยกันอธิบายว่า กำลังหมายถึงอะไร ตามตำราดิฉัน เขาเรียกว่า Negotiation of Meaning ซึ่งสำคัญในการเรียนภาษามาก

เราต้องพยายามใช้ภาษาของเราที่มีอยู่อย่างจำกัดนี่หล่ะ สื่อสารให้รู้เรื่องให้ได้ ชวนกันไปกินอาหารไทยซะงั้น งานนี้
Go dutch จ่ายใครจ่ายมัน แม่ฮานนาไม่มีปัญหาในการกินอาหารไทย เธอช่ำชองในการสั่งอาหารไทยมากกว่าเราอีก
ส่วนพ่อฮิเดอากิ มองเมนูแล้วงงว่าจะสั่งอะไร
ดิฉันในฐานะเป็นสาวไทยต้องแนะนำอาหารไทยหน่อย ปรากฏว่าพ่อไปสนใจข้าวมันไก่ เอาละวา อาหารพื้นๆ นี่หล่ะ ดีแล้ว ไม่เผ็ดด้วย

H: “What’s this Tessie? Is it hot?”

T: “No, not at all Hide. It’s very yum. It’s chicken with marinated rice and soybean sauce dipping.”

H: “Well. That looks quite nice. I’m gonna have this.” 

ส่วนดิฉันก็ไม่คิด อาหารพื้นๆ แต่คิดถึงชะมัด ผัดกระเพรา 55555 Stir fry pork with basil.  จานใหญ่ เก้าเหรียญ อิ่มมากไม่ต้องแสวงหาใบกระเพรา ปลูกแล้วไม่ขึ้น มันหนาว โหระพา (Sweet Basil) พอมี แต่กระเพรา ใจเสาะมาก ตายเกลี้ยง


อยากรู้คำศัพท์เกี่ยวกับอาหารแล้วสิ อิอิ ไปดูเว็บนี้เลยค่ะ เจ๋งมากๆ
http://www.panix.com/~clay/cookbook/bin/thai.cgi 

ค่ะ นอกจากนั้นอยากจะนำเสนอว่าเวลาเราเจอเพื่อนที่พึ่งเจอ นานๆ เจอที สำคัญคือเราต้องมี small talk ไม่ใช่ไมโครโฟนมือถือนะ แต่เป็นวัฒนธรรมของภาษาอังกฤษคือ เราต้องคุยๆๆ เรื่องสัพเพเหระกัน ใครไม่คุยหรือถามคำตอบคำเขาถือว่าเสียมารยาท
นะคะ ดิฉันจริงๆ แล้วเกลียดการคุยเรื่อยเปื่อยแบบนี้เหมือนกัน แต่ต้องหัดแล้วหล่ะ เอาหล่ะเรามาดูว่าเราคุยเรื่องอะไรได้ เรื่องไหนควรเลี่ยงบ้าง

Topics for small talk:

1. Hobbies: งานอดิเรก “What do you do in your free time?/ What’s your favorite hobby?”


2. Weather - ดินฟ้าอากาศ  (boring, but can get the ball rolling!)
    
It’s quite nice today, isn’t it?  
    
It’s getting cold, eh?
กีวีจะลงท้ายประโยคธรรมดาด้วยเสียงนี้ แสดงถึงคำถาม isn’t it?

3. Media - films, books, magazines, etc.  
ดูหนังฟังเพลง 
    - “Have you been to the movie ‘Transformer’?
    - “Do you like R&B music?”
      “I’ve got a top-chart song of Rihanna. Have you listened to her latest No.1 billboard single “Umbrella”?

อารายประมาณนี้ ไม่น่าเชื่อวันนี้บนโต๊ะกินข้าวเราคุยเรื่องพวกนี้กันหมดเลย สนุกมาก ไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น พ่อฮิเดะแอบจิกผัดกระเพราเราแล้วร้อง Oh. That’s hot!”
แม่ฮานนาก็เอาหน่อไม้เราไปกินเพราะเราไม่กินหน่อไม้ หุหุหุ แลกเปลี่ยนอาหารและวัฒนธรรม กินข้าวอร่อยมากวันนี้ มีเพื่อนกินค่ะ

เอาหล่ะแล้วเรื่องอะไรที่ไม่สมควรเอามาพูดบ้าง

1. Salary - how much do you make? - That's none of your business!
รายได้ เงินเดือน มันไม่ใช่กงการอะไรของเราเลย


2. Politics - wait to you get to know the person better การเมืองเรื่องต้องห้าม เอาไว้รู้จักกันดีค่อยประกาศว่าฉันเป็นเดโมแครต
หรือรีพบลิกัน  พันธมิตร หรือ นปก อิอิ

3. Intimate relationships - only for you and your partner - or maybe your best friend   เรื่องส่วนตัว ให้เก็บไว้ส่วนตัวจริงๆ หรือกับคนสนิทเท่านั้น

4. Religion - tolerance is the key!  ศาสนา ต้องอดทน และระวังอย่างแรง อย่าไปออกความเห็นสุ่ม 4 สุ่ม 5 อาจฆ่ากันได้ง่ายๆ

5. Death - we need to face it, but not the first time we meet someone new  ความเจ็บความตาย อย่าไปพูดเลย หดหู่เนอะ

6. Financial - related to salary above, most people prefer to keep financial information to themselves  เงินทองทำให้มิตรภาพจางได้ เจอหน้ากันทีไรเป็นบ่นว่าตังค์หมดทุกที ใครจะอยากคุยด้วยหล่ะ

7. Sales - Don't try to sell something to someone you have just met เช่น ขายแอมเวย์ เฮอร์บาไลฟ์ ได้โปรดหากจะเป็นเพื่อนกันอย่าขายของให้กัน อิอิ