มีเรื่องเล่าขำๆเรื่องนึงจากรายการเกมส์โชว์ทางโทรทัศน์ที่พิธีกรถามเหล่าแม่บ้านที่สมัครเข้ามาเล่นเกมส์ว่า “โมโนโซเดียมกลูตาเมตคือผงอะไร” ผู้สมัครเล่นเกมส์ทั้งหมดก็ไม่มีใครตอบได้จนพิธีกรต้องใบ้ให้นิดนึงว่า “ก็ผงอะไรละครับที่คุณแม่บ้านใช้โรยไข่ให้คุณพ่อบ้านตอนเช้าๆ” ทันใดนั้นก็มีคุณแม่บ้านสมองไวตอบขึ้นทันทีด้วยความมั่นใจว่า “ ขอตอบว่า ผงแป้งเย็นค่ะ”

ค่ะ..เรื่องที่เล่ามาอาจฟังดูแล้วขำๆแต่ทำให้เราทราบว่ายังมีคนอีกกลุ่มนึงที่ยังไม่รู้จักผงที่ว่านั่นดีพอทั้งๆที่อาจเป็นกลุ่มคนที่ใช้และทานอยู่ทุกๆวัน รวมทั้งอาจไม่ทราบถึงพิษภัยของผงนั้นดีพอ นั่นแหละค่ะเป็นเหตุผลที่วันนี้หนูจะนำเอาเรื่องราวพิษภัยของผงโมโนโซเดียมกลูตาเมตหรือ “ ผงชูรส ”มาเล่าให้ทุกท่านฟัง

จริงๆแล้วผงชูรสนั้นแปรรูปมาจากพืช ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย กากน้ำตาล หรือแป้งสาลี แล้วนำมาผ่านกระบวนการผลิตจนได้สารที่มีลักษณะเป็นผงใส โดยมีสารประกอบทางเคมีประเภท ยูเรีย โซดาไฟ กรดเกลือและกรดกำมะถัน ซึ่งจะตกค้างอยู่ในผงชูรสทำให้ผงชูรสกลายเป็นสิ่งที่อันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรงถ้าหากบริโภคในปริมาณมาก โดยสามารถทำให้มีอาการปากชาลิ้นชา กระหายน้ำ เป็นผื่นบวมแดงที่ปากและลำคอ รวมทั้งมีผลในการรทำลายสมองและก่อมะเร็งได้ไม่ว่าจะเป็นผงชูรสแท้หรือผงชูรสเทียม

ถึงแม้ว่าผงชูรสจะมีส่วนประกอบที่เป็นกรดอะมิโน "กลูตามิค" แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต่อร่างกาย รวมทั้งยังไม่พบรายงานที่แสดงว่าผงชูรสให้คุณค่าประการใดในทางโภชนาการ แต่กลับพบรายงานถึงภัยร้ายมาพร้อมกับผงชูรส นั้นก็คือเกลือโซเดียมซึ่งหากร่างกายรับมากเกินไป จะทำให้ภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกันลดลงเป็นอันตรายต่อหญิงมีครรภ์ ทารกในครรภ์ เกิดการคั่งในสมองเด็ก ซึ่งเมื่อโตขึ้นอาจเป็นปัญญาอ่อน อาจทำให้เด็กทารกชักโคม่า โดยไม่รู้สาเหตุ และผู้ป่วยโรคไต ความดันสูง โรคหัวใจ และโรคอื่นๆ ที่แพทย์ห้ามกินของเค็ม

จากที่เล่ามาทั้งก็พอทราบพิษภัยของการบริโภคผงชูรสกันแล้วนะค่ะ ปรุงอาหารครั้งต่อไปคุณแม่บ้านที่ห่วงใยในสุขภาพของคนในครอบครัวก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผงชูรสนะค่ะ

 

 

                                   คุณคิดอย่างไรกับผงชูรส