เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม นายวันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  อภิปรายตอนหนึ่งในการประชุม สนช. วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2551 ว่าการจ่ายเงินวิทยฐานะแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่ได้สะท้อนภาพว่า  จะทำให้มีการเรียนการสอนดีขึ้น แต่จะพบว่าการมีเงินวิทยฐานะทำให้ครูพยายามทำผลงานเพื่อให้ผ่านประเมินวิทยฐานะจะได้เงินเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ละเลยการเรียนการสอน ในขณะนี้จึงมีการพูดกันว่าครูสนใจการสอนน้อยลง แต่จะให้ความสำคัญกับการทำผลงานประเมินวิทยฐานะมากกว่า อยากเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ติดตามดูว่าเงินวิทยฐานะที่จ่ายแก่ครูกระทบกับการเรียนการสอนอย่างไร "ในงบประมาณของทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอแปรญัตติเพิ่ม 8 พันกว่าล้านบาท ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเงินเดือน    ผมยังไม่เห็นงบฯ พัฒนาคุณภาพการศึกษาเลย เช่นเดียวกับงบฯ ระดับอุดมศึกษาที่เพิ่มเป็น 7.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% ส่วนใหญ่ก็เป็นเงินเดือน ซึ่งไม่สัมพันธ์กับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้" นายวันชัยกล่าว ด้านนายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากการประชุมคณะกรรมการปรับปรุงหลักเกณฑ์วิทยฐานะชำนาญการจนถึงวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษของข้าราชการครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมเห็นว่าเป็นจังหวะดีที่จะได้ปรับปรุงเกณฑ์วิทยฐานะที่ได้ดำเนินการมา โดยอยากเห็นความก้าวหน้าของครูและบุคลากรทางการศึกษามีผลกับลูกศิษย์ และเห็นว่าการประเมินควรต้องลงไปดูการทำงานจริงของครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ใช่ดูจากเอกสารที่ส่งมา และการประเมินควรจัดตั้งบุคคลภายนอกที่เป็นกลางและได้รับความเชื่อถือ อาทิ อาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้ปกครอง ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น มาร่วมเป็นกรรมการประเมินในระดับสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาด้วย จากเดิมที่ตั้งกรรมการประเมินกันเอง นายสมหวังกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่าครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับหรือเลื่อนวิทยฐานะ ควรต้องมีการติดตามผลด้วยว่ายังคงมีคุณสมบัติตรงตามวิทยฐานะที่ได้รับหรือไม่ ไม่ใช่ว่าให้แล้วก็จบกัน โดยการติดตามผลอาจจะบูรณาการจากการทำงานปกติ ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้งหมดจะมีการหารือในที่ประชุมอีกครั้ง   ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ มติชน  5  ก.ค.  50