นายกฯ แจงงบปี 51 ใช้ 1.66 ล้านล้าน ยึดเศรษฐกิจพอเพียง
นายกรัฐมนตรีแจง สนช. เผยรัฐบาลจัดงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อรักษาการเติบโตของศก.ตั้งงบปี"51 ไว้ที่ 1.66 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 9 หมื่นล้านบาท พร้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนแถลงถึงสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2551ว่า รัฐบาล ได้กำหนดวงเงิน ประจำปี 2551 ไว้ที่ 1.66 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่ 93,800 ล้านบาท เป็นวงเงินรายจ่าย ที่กำหนดนโยบายการขาดดุลงบประมาณ 165,000 ล้านบาท เพื่อแสดงความตั้งใจของรัฐบาล ในการรักษาระดับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวต่อเนื่อง และเฉพาะภาระค่าใช้จ่ายปัจจุบันของรัฐบาลที่มีอยู่จริง โดยรัฐบาลมุ่งเน้นการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ โดยยึดหลักโปร่งใสเป็นธรรม ประหยัดและมีประสิทธิภาพ นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า ได้กำหนด นโยบาย 5 ประการ คือ การดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุลในระดับเพียงพอ ที่จะรักษาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
พล.อ.สุรยุทธ์ ยังกล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจด้วยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ดี คาดว่าอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 50 จะขยายตัวที่ 4.0-4.5% อัตราเงินเฟ้อที่ 3.0-3.5% และดุลบัญชีเดินสะพัด มีแนวโน้มเกินดุล ราว 3.0-4.0% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สำหรับแนวโน้มในปี 2551 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวประมาณ 5.0% และอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3.0% "เสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ทั้งอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล" พล.อ.สุรยุทธ์กล่าว
พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเชื่อว่า ในปี 51 เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ประมาณ 5.0% โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ได้แก่ ผลการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ, การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการลงทุนของภาคเอกชน ที่คาดว่าจะฟื้นกลับเข้าสู่แนวโน้มการขยายตัวปกติ อันเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์การเมืองที่มีความชัดเจนขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ฐานะทางการเงินของประเทศถือได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ปริมาณเงินสำรองระหว่างประเทศมีจำนวนคิดเป็นกว่า 3 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น นอกจากนี้ การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ก็ดีขึ้นเป็นลำดับ และสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของระบบธนาคารพาณิชย์ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 5 ก.ค. 50