ทีนี้โทษก็เกิดขึ้น ตอนที่อุ่นใจสบายใจนั้น ความอุ่นใจสบายใจไม่ได้เกิดจากการรู้เห็นชัดๆ ว่ามันสำเร็จได้อย่างไร เพียงแต่เชื่อว่าจะสำเร็จ ตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่รอ ก็เลยไม่ดิ้นรนขวนขวายเมื่อไม่ได้แก้ปัญหา ต่อไปปัญหานั้นก็อาจจะร้ายแรงขึ้นมา อย่างน้อยก็ง่อนแง่นเพราะตัวเองไม่รู้ และมันไม่ได้อยู่ในอำนาจของตัวเอง

เรื่องไสยศาสตร์  เรื่องความศักดิ์สิทธิ์  แลเรื่องการอ้อนวอนเทวดานี้  มีประโยชน์อย่างไรบ้าง1.  ช่วยปลอบประโลมใจบำรุงขวัญ  ขณะที่จิตใจกำลังเร่าร้อนกระวนกระวายก็ทำให้สงบลงได้  ในขณะที่ตื่นกลัวหวาดผวาก็อาจจะทำให้นอนหลับลงไปได้แล้วก็อยู่ด้วยความหวัง2.  ต่อจากปลอบประโลมขวัญก็เกิดกำลังใจ  ขณะที่ท้อแท้หดหู่พอทำพิธีแล้วก็อาจจะเกิดกำลังใจขึ้นมาบ้าง3.  ถ้าความเชื่อมากก็อาจจะทำให้เกิดความมั่นใจ  เมื่อมั่นใจก็ทำให้เกิดความเข้มแข็งเช่นมีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิเมื่อบูชาแล้วเกิดความมั่นใจก็เข้มแข็งขึ้นมา                ที่ว่ามานี้ก็เป็นประโยชน์  ส่วนที่จะได้ผลสำเร็จหรือไม่ก็เถียงกันไปอย่างที่ว่าเมื่อตอนที่แล้ว  ไม่เด็ดขาด  ไม่จะแจ้งลงไป <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ด้านโทษ  มีอะไรบ้าง  คนเราเวลามีทุกข์มีภัยก็แสวงหาหนทางที่จะหลุดพ้นไป  มีปัญหาก็หาหนทางแก้ไข  แต่พอเกิดความรู้สึกอุ่นใจสบายใจขึ้นมาก็ชักจะนอนใจ  หรืออาจจะรอคอยด้วยความหวัง  ก็เลยไม่ดิ้นรนขวนขวาย  ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ทำให้เกิดความประมาท <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                </p>การเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อำนาจดลบันดาล  และไสยศาสตร์มีลักษณะที่ร่วมกันคือ1.  ใช้ศรัทธา  เอาความเชื่อเป็นหลัก  คือไม่เกิดจากการรู้ความจริง  ตัวเราเองไม่รู้ความจริงของเรื่องนั้น2.  เมื่อเป็นความเชื่อ  ก็ต้องพึ่งอาศัยสิ่งที่อยู่นอกตัว  คือขึ้นต่ออำนาจดลบันดาล  รออำนาจนอกตัว  ต้องอาศัยสิ่งภายนอกมาช่วย3.  สิ่งอื่นหรืออำนาจดลบันดาลภายนอกนั้นมาทำให้เราโดยไม่ต้องทำเอง  และเราทำเองไม่ได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                </p>เรามองไม่เห็นกระบวนการของความเป็นเหตุเป็นผลว่ามันสำเร็จได้อย่างไร  เมื่อเราเชื่ออย่างนี้แล้วเราอาจจะเกิดกำลังใจ  เกิดความอุ่นใจ  ปลอบประโลมใจเสร็จแล้วเราก็เลยเบาใจ  สบายใจ  แล้วก็ไม่ดิ้นรนขวนขวาย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทีนี้โทษก็เกิดขึ้น  ตอนที่อุ่นใจสบายใจนั้น  ความอุ่นใจสบายใจไม่ได้เกิดจากการรู้เห็นชัดๆ  ว่ามันสำเร็จได้อย่างไร  เพียงแต่เชื่อว่าจะสำเร็จ  ตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่รอ  ก็เลยไม่ดิ้นรนขวนขวายเมื่อไม่ได้แก้ปัญหา  ต่อไปปัญหานั้นก็อาจจะร้ายแรงขึ้นมา  อย่างน้อยก็ง่อนแง่นเพราะตัวเองไม่รู้  และมันไม่ได้อยู่ในอำนาจของตัวเอง</p>(หมายเหตุ)    วันหลังจะได้กล่าวเกี่ยวกับพุทธศาสนาว่าอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อ่านไปพลางๆแล้วคิดกันซะหน่อยนะครับ