ดังนั้น การฝึกอบรมพัฒนาจิตใจ คือการฝึกอบรมพัฒนากรรมทั้งสาม เริ่มต้นที่มโนกรรมแล้วทำให้ปรากฏทางกายกรรมและวจีกรรม

ทำให้มีคุณธรรม

จิตใจที่ได้รับการฝึกอบรมแล้วจะแกล้วกล้าสามารถ ปราศจากความกังวล ทำให้คิดถูกพูดถูกทำถูกปลูกกุศล คุณลักษณะนี้เป็นผลของการฝึกฝนอบรม คือบ่มเพาะจิตใจให้อยู่ในลักษณะดังต่อไปนี้

ก.       ไม่มีโรคข.      ไม่โศกเศร้าค.      เคล้าด้วยปัญญาง.       สุขารมย์

ประการแรกคือใจไม่มีโรค ขอให้นึกถึงโรคทางร่างกาย ถ้าร่างกายของเรามีโรคภัยเบียดเบียน เช่นปวดศีรษะ ถ้าปวดมากๆอาจทำให้เรานอนซมอยู่กับที่ลุกขึ้นไม่ได้  โรคทางจิตใจก็เหมือนกัน เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลงหรือความเห็นแก่ตัว ถ้ามีอยู่ในจิตใจของใครแล้ว ก็ทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง ถูกโรคกระทำเอาตามอำนาจของมัน แต่ถ้าร่างกายไม่มีโรคภัยเบียดเบียนเราก็มีความเบาสบายทำอะไรได้เต็มที่ ใจที่ไม่มีโรคหรือมีโรคน้อยก็เช่นเดียวกัน

ประการที่สองคือใจไม่โศกเศร้า ไม่เศร้าหมอง ผ่องแผ้ว สะอาด ปราศจากมลทินหรือไม่มีโทษ เพราะไม่ทำผิดกฎระเบียบ

ประการที่สามคือเคล้าปัญญา ทำให้จิตใจของเราประกอบด้วยปัญญา ทำอะไรด้วยความถูกต้องมากกว่าถูกใจหรือความเคยชิน

ประการที่สี่คือสุขารมย์  เมื่อเราปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีความสุขใจ  คือ เราปฏิบัติหน้าที่สำเร็จ เต็มประสิทธิภาพ และไม่มีมลทิน เมื่อเรามองดูผลงานของตนก็รู้สึกเคารพตนเอง เกิดปีติปราโมทย์ คือ รู้สึกเบิกบานใจ อิ่มใจ เมื่อรู้สึกเบิกบานใจ อิ่มใจแล้วก็จะเกิดความสงบระงับดับปัญหา คือผ่อนคลายไม่เครียด แล้วความสุขก็จะตามมา พอจิตใจมีความสุข เราก็มุ่งเรื่องงานมีจิตใจจดจ่ออยู่กับงาน มีความมุ่งมั่น  การพัฒนาจิตใจช่วยให้เรามีความสุขในขณะปฏิบัติงาน เป็นการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ พัฒนาวิธีดำเนินชีวิต ให้สอดคล้องต้องกัน

ดังได้กล่าวแล้วว่า การอบรมพัฒนาจิตใจนี้จะทำให้ใจมีคุณลักษณะที่ดี คือ ไม่มีโรค ไม่โศกเศร้า เคล้าปัญญา สุขารมย์ คือจิตมีสุขภาพดี มีคุณภาพดี มีสมรรถภาพดี คือจิตมีกุศล เป็นบุญ คำว่าบุญกับคำว่ากุศลนี้เป็นคำที่มีความหมายเหมือนกัน ใช้แทนกันได้ แต่ตามรูปศัพท์อาจจะมีความหมายแตกต่างกันบ้าง คำว่าบุญมีคำจำกัดความง่ายๆว่าชำระบาปน่ากราบไหว้ให้ความสุข

ชำระบาป คือพอพัฒนาจิตใจจนเป็นบุญกุศล จิตก็จะทำหน้าที่ชำระบาปอกุศลหรือโทษทุจริต เพราะบุญกับบาปหรือกุศลกับอกุศลจะอยู่ร่วมกัน คือเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้ ดังนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสให้พุทธบริษัททำความพอใจในบุญกุศล จนไม่เปิดโอกาสให้บาปอกุศลเข้าครอบงำ เพราะถ้าเราทำบุญช้าไปจิตใจจะยินดีในบาป

น่ากราบไหว้ คือคนที่มีจิตใจเป็นบุญกุศล ประพฤติตนอยู่ในสุจริตธรรม กายกรรมก็ดี วจีกรรมก็ตาม งดงามน่าเลื่อมใส เกิดมาจากจิตใจที่เป็นบุญกุศล ส่งผลให้เป็นที่รักใคร่ น่าไว้วางใจแก่คนทั่วไป

ให้ความสุข คือบุญนี้เป็นชื่อของความสุข พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า อย่ากลัวบุญเลย คำว่าบุญนี้เป็นชื่อของความสุข

ดังนั้น การฝึกอบรมพัฒนาจิตใจ คือการฝึกอบรมพัฒนากรรมทั้งสาม เริ่มต้นที่มโนกรรมแล้วทำให้ปรากฏทางกายกรรมและวจีกรรม  ปลูกคุณธรรมในการดำเนินชีวิตทำกิจให้ชอบประกอบด้วยบุญ ปลูกคุณสมบัติของข้าราชการที่ดีคือ จริยธรรมหรือจรรยาบรรณ อันได้แก่คุณสมบัติดังต่อไปนี้คือชื่อสัตย์, ว่องไว, อดทน, นุ่มนวลและสงบเสงี่ยม