หลายสัปดาห์ก่อนดูทีวี  แล้วเห็นว่ามีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ พอว่าง ๆ ก็เลยลองค้นหาข้อมูลดู เจอแล้วก็เลยอยากเผยแพร่ บอกกล่าว ต่อ ๆ กันไป เห็นว่าน่าจะมีประโยชน์ค่ะ ลองอ่านกันดูนะค่ะ

มะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้แค่ฉีดวัคซีน  (สุภาพบุรุษก็ควรทราบด้วย)

อย่างที่ทราบกันดีว่า มะเร็งปากมดลูก ถือเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตหญิงสาวทั่วโลกเป็นอันดับสอง รองลงมาจากมะเร็งเต้านม จากการสำรวจในปี 2545 มีการตรวจพบผู้ป่วยใหม่ ที่เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงประมาณ 5 แสนคน และเกือบ 2.75 แสนคน ที่ต้องเสียชีวิตด้วยโรคนี้

พ.ญ.เสาวนีย์ การปลื้มจิตต์ สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า จากสถิติสถาบันมะเร็งแห่งชาติพบว่า ผู้หญิงเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ย 15 คนต่อวัน และจากการตรวจพบผู้หญิงเป็นมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ย 5-7 คนต่อวัน ทำให้สถิติการเสียชีวิตด้วยโรคนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้หญิงมักละเลยการตรวจภายใน

มะเร็งปากมดลูกเกิดจากเชื้อไวรัส ฮิวแมน พาพิลโลมาไวรัส หรือ เอชพีวีซึ่งมี 30 ชนิด ที่มักจะติดเชื้อในบริเวณอวัยวะเพศของหญิงและชาย ซึ่งมะเร็งปากมดลูกจะแบ่งเป็น เอชพีวี ชนิดที่มีความเสี่ยงต่ำ คือ เอชพีวี ชนิด 6 และ 11 มีความเสี่ยงต่ำที่จะลุกลามต่อไปแต่อาจจะเป็นอยู่นาน และ เอชพีวี ชนิดที่มีความเสี่ยงสูง คือ เอชพีวี ชนิด 16 และ 18 เมื่อได้รับการติดเชื้อจะเห็นรอบแผลขาวๆ อยู่บริเวณปากมดลูก แต่ถ้าติดเชื้อมากจะเห็นรอยขาวชัดเจนมากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อยกว่า 16 ปี เปลี่ยนคู่นอนหลายคน สูบบุหรี่ เพราะน้ำในช่องคลอดจะมีความเป็นกรด เมื่อสูบบุหรี่น้ำในช่องคลอดจะเปลี่ยนเป็นด่างทำให้ติดเชื้อได้ง่าย 80-90 เปอร์เซ็นต์ จะติดเชื้อนี้จากการมีเพศสัมพันธ์ และมีเพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มาจากสาเหตุอื่น แต่เราก็สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งนี้ได้ ด้วยการตรวจภายในแบบ แป๊ป สเมียร์ ทุกปี เพราะหากเราตรวจเซลล์ก่อนเป็นมะเร็งยังรักษาได้ทัน มากกว่าเป็นระยะลุกลาม พ.ญ.เสาวนีย์ กล่าว

สำหรับวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก สามารถป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกที่เกิดจากเชื้อไวรัส เอชพีวี ได้ถึง 4 สายพันธุ์ ทั้งในระยะที่โรคกำลังก่อตัว และระยะที่ยังไม่ลุกลาม อันเกิดจากเชื้อ เอชพีวี ชนิดที่ 16 และ 18 ได้ถึงร้อยละ 100 และสามารถป้องกันโรคหูดอวัยวะเพศ (หูดหงอนไก่) ซึ่งเกิดจากเชื้อ เอชพีวี ชนิดที่ 6 และ 11 ได้ร้อยละ 99 อีกทั้งยังสามารถป้องกันมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้ เช่น สภาวะก่อนเริ่มเป็นมะเร็งปากช่องคลอด และมะเร็งผนังช่องคลอด

วัคซีนตัวนี้ต้องฉีดด้วยกันทั้งหมด 3 เข็ม ซึ่งเป็นการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยจะต้องฉีดในเดือนที่ 0 เดือนที่ 2 และเดือนที่ 6 นับจากเข็มแรก วัคซีนตัวนี้เป็นเพียงการป้องกันโรคเท่านั้น ไม่ได้เป็นการรักษาโรค หากคนที่กำลังเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกไม่ว่าจะระยะไหนมาฉีดวัคซีนก็จะไม่มีผล แต่หากเคยเป็นและรักษาหายแล้ว ก็สามารถที่จะฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกอีกครั้งได้

ก่อนการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธุ์มาแล้ว จะต้องเข้ารับการตรวจภายในก่อน แต่ถ้ายังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ สามารถเข้ามารับการฉีดวัคซีนได้เลย ซึ่งวัคซีนตัวนี้จะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เพราะวัคซีนตัวนี้ไม่ได้นำเชื้อโรคมาผลิตเป็นวัคซีน แต่เป็นการนำโปรตีนรอบเชื้อโรคมาสกัด วัคซีนแต่ละเข็มที่ฉีดจะมีปริมาณ 0.5 มิลลิลิตร ราคาเข็มละ 6,495 บาท ซึ่งสามารถฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป และมีผลในการป้องกันได้นานถึง 5 ปี ส่วนพ้นระยะจาก 5 ปีไปแล้วต้องมาฉีดกระตุ้นหรือเปล่า อันนี้ยังไม่มีการวิจัยออกมา และหากฉีดเพียงแค่เข็มแรกเข็มเดียว จะมีผลในการป้องกัน 81 เปอร์เซ็นต์ พ.ญ.เสาวนีย์ กล่าว

เนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้มักติดมาจากการมีเพศสัมพันธ์ พ.ญ.เสาวนีย์ จึงแนะนำว่า ควรให้คู่นอนได้รับการฉีดวัคซีนชนิดนี้ด้วย เพื่อป้องกันการส่งผ่านไปยังภรรยา สาเหตุที่ผู้ชายไม่แสดงอาการใดๆ เนื่องจากอวัยวะเพศชายแห้ง ซึ่งการใส่ถุงยางอนามัยก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเชื้อนี้สามารถอยู่ตามรูขุมขนของผู้ชายได้ด้วย

ลองเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก เวบไซค์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มา เห็นว่าจะมีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนี้อ่ะค่ะ ท่านใดสนใจก็ลองติดต่อดูนะค่ะ  เห็นว่าฟรีด้วย

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ขอเรียนเชิญคุณแม่ที่มีบุตรสาวอายุระหว่าง 9 – 18 ปีหรือสตรีอายุ 18 - 26 ปี และท่านผู้สนใจ เข้าร่วมฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง “มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้ด้วยวัคซีน”

ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2550 เวลา 13.30 น. - 15.30 น. ณ ศูนย์ประชุม ชั้น 12 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ฯ สุขุมวิท 3

รับฟังการบรรยายจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติ-นรีเวชของโรงพยาบาลฯ เกี่ยวกับเรื่องมะเร็งปากมดลูกซึ่งเป็นมะเร็งชนิดที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทย โดยมีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 7 รายต่อวัน รวมทั้งทราบถึงสาเหตุของโรค การใช้วัคซีนในการป้องกัน และรับคำแนะนำในการลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้หญิงไทย
 
การบรรยายเป็นภาษาไทย ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมฟังการบรรยายและซักถามข้อสงสัยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง ได้ที่  โทร 0 2667 2400

 

ที่มา : http://women.sanook.com/health/healthcare/sick_40405.php

สามารถอ่านรายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.bumrungrad.com/thailand-hospital/htm/th/press/popup_release.asp?id=60