เคยเป็นอย่างผมไหมครับ เครียดกับปัญหา คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกแก้ยังงัยก็แก้ไม่ได้ ถ้าเคยเจอ ผมจะขอเล่าประสบการณ์ของผมเรื่องหนึ่งครับครั้งหนึ่งคอมพิวเตอร์ของผมมันรวนอย่างมาก ผมกำลังรีบปั่นงานไปส่งอาจารย์ด้วยอารมณ์รีบนำไปสู่อารมณ์โกรธเจ้าคอมพิวเตอร์ และด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยยอมอะไรง่ายผมจึงพยายามนั่งแก้ปัญหาเจ้าคอมพิวเตอร์ตัวดีของผม ครั้งนั้นผมจำได้ว่าผมนั่งหาวิธีการแก้ไขครึ่งค่อนวัน (ตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงห้าโมงเย็น) ก็แก้ไม่ได้คอมมันไม่ยอมเข้าวินโดว์ สุดท้ายเพื่อถึงทางตัน ผมจึงยอมแพ้ มองไปที่จอคอมพิวเตอร์ส่งยิ้มให้มัน แล้วบอกว่าวันนี้กูยอมแพ้มึง กูซ่อมไม่ได้เสร็จแล้วผมก็ออกไปเดินเล่นหน้าบ้าน พยายามลืมอารมณ์ขุ่นมัวจากคอมพิวเตอร์โดยการทักทาย(แซว)คนเดินทางหน้าบ้าน ทำอยู่ได้สักสองสามคน พอยิ้มออกเวลาที่คนคุยกลับมา เกิดนึกขึ้นมาได้ว่า ออ. หรือว่า คอมพิวเตอร์เราติดไวรัสแล้วคิดนึกถึงตัวเองว่า ไอ้ที่พยายามซ่อมมันเกือบทั้งวันทำไมไม่นึกถึงประเด็นนี้เลยเมื่อนึกได้ ผมก็กลับไปที่คอมพิวเตอร์อีกครั้งหนึ่งแล้วหยิบเอาแผ่นแก้ไวรัสมาบูตเครื่อง แค่นั้นเองครับคอมพิวเตอร์ผมก็กลับเป็นปกติ(เหตุการที่เล่ามาข้างต้นเป็นเหตุการณ์ในอดีตครับสมัยคอมพิวเตอร์ยังเป็นแพนเทียม 2 ครับ)ซึ่งบทเรียนนี้สอนผมว่า อย่าใช้อารมณ์มาตัดสินใจเพราะส่วนใหญ่จะเจอกับความผิดพลาดหลังการตัดสินใจ เวลาจะทำอะไรสิ่งแรกที่ควรทำคือพิจารณาว่า ตอนนี้อารมณ์ของเราอยู่ในภาวะหรือสถานการณ์ใด หากมันอยู่กึงกลางลองปรับอารมณ์ก่อนแล้วค่อยทำงานต่อ งานก็จะดีเองคิดเหมือนผมมัยครับ
อย่าไปเครียดกับมัน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ยูมิ · 3 ก.ค. 2550
เจ้ากัตน้อย · 3 ก.ค. 2550
นาง นภัสกรณ์ สารักษ์ · 3 ก.ค. 2550
JJ · 3 ก.ค. 2550
ยูมิ · 3 ก.ค. 2550
ถอยออกมาหนึ่งก้าวจากปัญหา อาจทำให้เราเจอมุมมองใหม่เพื่อการแก้ปัญหาครับ อยู่มุมเดิม เราก็จะเจอวิธีแก้แบบเดิมๆ ครับ