แม้ความอ่อนแอจะทำให้เราอึดอัด คับข้องใจ แต่สิ่งที่เราควรทำคือ โอบกอดความอ่อนแอนั้นไว้แล้ว เผชิญหน้ากับมันอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่ใช่ด้วยท่าทีที่ก้าวร้าว ยอมรับว่าความอ่อนแอนี่มีอยู่ในตัวเรา มันไม่เคยจากไปไหน และอยู่มานานแล้ว ยอมรับด้วยความอ่อนน้อมว่าเราไม่ได้เก่งไปเสียทุกเรื่อง เราก็ต้องการที่พึ่งต้องการคนมาเอาใจใส่ ปลอบโยน เราไม่ได้ดีกว่าคนอื่น ยอมรับว่าชีวิตของเรานั้นช่างเปราะบางเหลือเกิน เมื่อเรายอมรับมันได้อย่างศิโรราบ เราจะพบว่าตัวตนของเราที่เคยพองโตคับโลกนั้น เล็กลง จางเบา แต่กลับไม่เจ็บปวดที่พบว่าตัวตนมันเล็กและจางเบา คล้ายกับว่าความอ่อนแอนั้นช่วยกระเทาะเปลือกตัวตนของเราออกทีละชั้นทีละขั้น ทำให้ความอหังการของตัวตนค่อยๆลดลงทีละเล็กละน้อย

       ตัวตนที่จางเบานั้นทำให้เรารู้สึกอ่อนน้อม ถ่อมตนไม่ใช่เฉพาะต่อคนอื่น แต่เราจะอ่อนน้อมกับตัวเอง ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองได้ง่ายกว่าเดิม ร้องไห้เมื่ออยากร้องไห้ พักผ่อนเมื่อร่างกายและจิตใจเหนื่อยล้า รักษาเยียวยาเมื่อรู้สึกเจ็บป่วย เพราะที่ผ่านมา การร้องไห้ การพักผ่อน การรักษาเยียวยา ทำให้เรารู้สึกอ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง จะรู้สึกผิดหรือรู้สึกแย่เมื่อเราแสดงความอ่อนแอ เราไม่อยากให้เป็นแบบนี้ หากลองคิดเสียใหม่ ทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะอ่อนแอหรือเข้มแข็ง ก็คือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ต้องยอมรับมันและแสดงออกมาด้วยความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เป็นการไม่โกหกตัวเองและผู้อื่น

      ถ้าเจ้าความอ่อนแอมันโผล่ขึ้นมาอีกครั้งใด โปรดอย่าผลักใส บอกปัด หรือเก็บกดมันไว้อีกเลย ช่วยปลดปล่อยให้มันได้รับอิสรภาพจากกรงขังที่ตัวเราสร้างเอาไว้ ให้มันแสดงออกมาอย่งเต็มที่ กอดรับและเฝ้าดู การกลับกลายและแปรเปลี่ยนของมัน ในวันที่เราอ่อนแอ

                                                           ขอขอบคุณท่านที่ติดตามอ่าน

                                                            ขอขอบคุณ คุณเทียนบุญ

ที่เขียนบทความนี้ มันมีประโยชน์มากสำหรับเราและหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆด้วย