ส่วนหนึ่งของบทละครเวที ท้าทายความคิด ในท่ามกลางความจริงของชีวิต เส้นด้ายในความคิด A Thread in the Dark ผลงานประพันธ์ของ Hella Hasse

เส้นด้ายในความมืด

A Thread in the Dark 

 

ให้ข้าอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเจ็บปวด

ในโลกที่ความจริงมีความหมาย  

บทละครเวทีท้าทายความคิด

เรื่อง

เส้นด้ายในความมืด  

บทคัดย่อ

จากเอกสารแนะนำการแสดงละครเวที

24 26 มิถุนายน และ 1 3 กรกฎาคม 2548

เส้นด้ายในความมืดA Thread in the Dark  

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สถาบันอาศรมศิลป์ มูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ และ หอศิลป์ตาดู โดยการสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม นำเสนอละครเวทีเพื่อคนหนุ่มสาวผู้แสวงหาความจริง ด้วยเรื่องราวอันเข้มข้นจากบทละคร ของนักเขียนชาวเนเธอร์แลนด์ ผู้เกิดและเติบโตที่ประเทศอินโดนีเซีย  

เฮลลา ฮาสเสะ (Hella Hasse) เกิดที่เมืองจาการ์ตา ในปี ค.ศ. 1904 ใช้ชีวิตอยู่แถบหมู่เกาะอินเดียตะวันออกของฮอลันดา ฝึกฝนด้านการละครและเขียนบทละคร มีผลงานนิยายขนาดสั้น อัตชีวประวัติ บทความ บทกวี ที่ได้รับรางวัลทางวรรณกรรมมากมาย บทละครเรื่อง เส้นด้ายในความมืด (A Thread in the Dark) ได้รับรางวัล Visser Neerlandia  เมื่อ ปี ค.ศ.1962 และนำออกแสดงอย่างแพร่หลายในประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี ค.ศ.1945 เส้นด้ายในความมืด ถูกแปลเป็นภาษาอินโดนีเซีย แสดง ณ เมืองยอร์คจาการ์ตา บนเกาะชวา โดยใช้รูปแบบตามขนบบาหลี  

จากเทพปกรณัมกรีก เรื่องราวของปีศาจมิโนทอร์ในถ้ำอันลึกลับ ทุกปีกษัตริย์มีนอสแห่งเกาะครีท จะต้องจัดส่งชายหญิง 7 คู่สู่เครื่องเซ่นสังเวยมิโนทอร์ กระทั่งถึงคราวของ เธเอซุส โอรสองค์เดียวแห่งเอเธนส์ ซึ่งตกอยู่ภายใต้การปกครองของครีท ประกาศจะเอาชนะปีศาจร้าย โดยมีอารีอาดเน ราชธิดาแห่งกษัตริย์มีนอส ผู้ไม่กลัวในอำนาจของมิโนทอร์ ลักลอบนำเส้นด้ายให้เธเอซุสหลุดรอดจากความมืดภายในถ้ำปีศาจ เหตุการณ์จากนั้นนำผู้ชมไปสู่สาระอันเข้มข้นว่าด้วย ความจริง ความกลัว อำนาจ อิสรภาพ และความรัก  

ด้วยฝีมือการแปลบทละคร โดย ศรวณีย์ สุขุมวาท แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกำกับการแสดงของ พนิดา ฐปนางกูร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยนักแสดงหนุ่มสาวที่ผ่านบทอันหลากหลายบนเวทีละคร  การร่ายรำ และขับร้องประสานเสียงสดๆ บนเวที โดย T U Chorus ทำให้ เส้นด้ายในความมืด เป็นอีกหนึ่งละครเวทีที่ท้าทายความคิด และทิศทางศิลปะการแสดงในสังคมไทย    

มิโนทอร์มีอำนาจเหนือทุกสิ่ง เหนือครีท เหนือครอบครัว

เหนือการงานและเหนือความคิด มันเป็นผู้ให้และผู้รับ

เป็นทั้งการเริ่มต้นและจุดจบ ข้าไม่แปลกใจเลยที่ชาวครีทต่างกลัวความเงียบ

กลัวการอยู่ตามลำพัง และกลัวการคิด การคิดเป็นอันตราย

เพราะการคิดนำไปสู่การตั้งคำถาม งานรื่นเริงบันเทิง ไม่ทำให้คนคิด

ครีทจึงมีงานเฉลิมฉลองตลอดเวลา  

กษัตริย์มีนอสสร้างมิโนทอร์ขึ้นมา เพื่ออำนาจ

อำนาจที่จะจัดการโลกให้อยู่ใต้อุ้งมือด้วยลมปาก

แล้วผู้คนก็ยอมรับสภาพเช่นนั้น พวกเขาต่างลืมเลือนว่าเขาสามารถที่จะคิดได้

พวกเขายอมแลกความคิดกับความฝันที่ไร้สาระ คำโป้ปดมดเท็จ

ความรุ่งเรืองของแผ่นดินจึงอิงแอบอยุ่กับความรุนแรงและหลอกลวง 

บางส่วนจากบทละคร 

อิสรภาพจากความกลัว 

กษัตริย์มีนอส

ดูไปรอบๆสิ ทุกคนต่างเกรงกลัวมิโนทอร์ เกรงกลัวข้า  ไม่ว่าจะเงียบๆ หรือเปิดเผย เราจึงไม่มีวันพ่ายแพ้ ใครก็ตามที่รู้จักใช้ความกลัวเป็นอาวุธ ใครผู้นั้นย่อมครองโลก 

อารีอาดเน

เทพที่ดำรงอยู่ด้วยการสร้างความกลัว  มิอาจเป็นเทพเจ้าที่แท้จริง อารีอาดเนท่านทำให้ทุกคนหวาดกลัวถึงเพียงนี้ 

กษัตริย์มีนอส

ไม่เลย ลูกเอ๋ย พวกเขาทำตัวเองต่างหาก พวกเขาสร้างมิโนทอร์ ให้ร่างกายใหญ่โตด้วยจินตนาการของเขาเอง โดยแรงผลักของทุกคนที่มีความกลัว และความเกลียดชัง พวกเขาพร้อมจะกำจัดความกลัวนี้ด้วยการสังเวยเหยื่อที่เป็นมนุษย์ 

อารีอาดเน

มีใครบ้างที่ต้องการอยู่กับความกลัว 

เฟดรา

ใช่ ไม่มีใครอยากจะอยู่กับความกลัวหรอก แต่บางทีเราก็ได้ประโยชน์จากความกลัวของคนอื่น 

เธเซอุส

กษัตริย์จะทำหน้าที่สำเร็จได้อย่างไร หากเราไม่มีสถานะกึ่งเทพกึ่งมนุษย์ กษัตริย์จะล้มลงไม่ได้ตราบใดที่ดำรงสถานะผู้เหนือมนุษย์ อำนาจของกษัตริย์ขึ้นอยู่กับศรัทธาของประชาชน และจะไม่มีวันล่มสลาย 

อารีอาดเน

ท่านพูดเหมือนพ่อข้า อำนาจ อำนาจ อำนาจ 

เธเซอุส

กษัตริย์มีนอสใช้อำนาจสยบให้โลกหวาดกลัว ข้าอยากใช้อำนาจเพื่อสันติภาพ 

อารีอาดเน

พ่อคิดว่าจำเป็นต้องสร้างปีศาจขึ้นมาเพื่อจะดำรงอำนาจของตนอยู่ในเมืองครีท ท่านกำลังเล่นบทฆ่าปีศาจเพื่อดำรงความชอบธรรมในการปกครองเอเธนส์ ทั้งสองคนต่างต้องการความยิ่งใหญ่กว่าที่เป็นจริงๆ โดยอาศัยสิ่งที่ไม่มีตัวตนมาช่วย 

เธเซอุส

ในฐานะผู้ปกครองและผู้นำ ข้าจะต้องเลือกทำในสิ่งที่ประชาชนของข้าอยากเห็น มากกว่าสิ่งที่เจ้าอยากให้เป็น เพราะความจริงของเจ้าอาจไม่ใช่ความจริงของคนอื่นๆ 

อารีอาดเน

จำเป็นนักหรือที่จะต้องคิดเช่นนั้น 

เธเซอุส

หากไม่คิดอย่างนั้น ก็คงไม่มีอำนาจใดอำนาจหนึ่งปกครองอยู่ได้ 

อารีอาดเน

นั่นเป็นการทำลายสิ่งที่เรียกว่า อำนาจ มากกว่า 

เธเซอุส

เจ้านี่ถ้าไม่โง่ ก็อันตรายมาก 

เธเซอุส

แต่ข้าไม่ได้ขออะไรเจ้ามากไปกว่าขอให้เจ้านิ่งเสีย 

อารีอาดเน

การนิ่งเงียบคือการสมยอม 

อารีอาดเน

เราทุกคนมีความสามารถเปลี่ยนตัวเองให้เติบโตสง่างามกว่าเดิม มันยากและต้องอุทิศตน ต้องรู้จักการยอมสละ แต่นี่คือชีวิต สิ่งนี้เท่านั้นที่เรียกว่าชีวิต  

พันธนาการแห่งความจริง 

อารีอาดเน 

ข้าถูกละทิ้ง เพราะปรารถนาความจริง 

เทพไดโอนีซุส

ความจริงคือสิ่งสมมติที่มนุษย์สร้างขึ้น สำหรับหมู่เทพแล้ว ไม่มีอะไรจริง ไม่มีอะไรไม่จริง ทุกสิ่งหลอมรวมเป็นหนึ่ง มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่สร้างสิ่งหนึ่ง เพื่อเป็นคู่ตรงข้ามอีกสิ่งหนึ่ง ความมืด กับความสว่าง ความเลวร้ายกับความดีงาม ล้วนแล้วแต่สิ่งสมมติ มาร่วมดื่มเทวเมรัย และสวมใส่พัสตราภรณ์แห่งข้า ปลดปล่อยตัวตนจากโลกสมมติของเจ้า แล้วก้าวสู่ดินแดนแห่งการหลุดพ้น 

เทพไดโอนีซุส

จงก้าวข้ามพรมแดนมนุษย์ มาสู่แสงสว่างแห่งเทพ แล้วความแตกต่างแห่งเราจักมลาย และสิ่งสมมติที่เจ้าเรียกว่าความจริง ก็จะไร้ซึ่งความหมาย 

อารีอาดเน

ถ้าเช่นนั้น ข้าจะขออยู่ที่นี่ ให้ข้าอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเจ็บปวด อยู่ในโลกที่ความจริงมีความหมาย 

เทพไดโอนีซุส

ไม่มีใคร ณ ที่นี้ ทุกคนได้โบยบินจากเจ้าไป โบยบินไปพร้อมกับสิ่งที่เจ้าเรียกว่า ความจริง 

อารีอาดเน

อย่าพยายามชักจูงข้า ข้าไม่ต้องการ 

เทพไดโอนีซุส

ไม่มีหนทางอื่นใด ไม่มีทางสายกลางเรืองรอง ระหว่างเทพกับมนุษย์ 

อารีอาดเน

มีสิ ที่ที่ทั้งสองโลกบรรจบกันนั่นไง 

เทพไดโอนีซุส

จ้าปรารถนาจะเดินบนเส้นบรรจบนั้นหรือ นั่นมันยิ่งกว่าความทระนงเสียอีก มันคือการท้าทายธรรมชาติอันเป็นนิรันดร์ 

อารีอาดเน

ข้าขอท้าทาย ข้ามีชีวิตอยู่เพื่อความจริง และสิ่งนี้เท่านั้น ที่ยังทำให้ข้าเป็นมนุษย์ 

เทพไดโอนีซุส

แล้วมนุษย์จะเป็นอะไรได้ หากต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และไร้ซึ่งมนุษย์ผู้อื่นๆ คิดสิ.. ความตาย...