our loss is our gain ขาดทุนคือกำไร

หลังจากบันทึกแรก ผ่านมาอีกเกือบเดือน อ่านเจอว่ามี Blog ร้างจำนวนมาก ไม่อยากให้ Blog ของผมเป็น Blog ร้าง ก็เลยพยายามเขียนบันทึกขึ้นมา
     วันนี้ให้อาหารแก่ดิน(ใส่ปุ๋ยยาง) (สำนวนของเกษตรกรรมธรรมชาติ) เพราะชาวเกษตรกรรมธรรมชาติ เขาเชื่อกันว่า เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช ก็แน่นอนว่าเป็นปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพ
     เป็นปุ๋ยที่ซื้อมาจากวัดป่ายาง ที่จริงทำเองก็เป็น แต่ว่าหากทำเอง คงต้องเสียค่าหมอมากกว่าค่าปุ๋ย หักกลบลบหนี้แล้ว ก็เลยซื้อมาใส่ดีกว่า ส่วนที่ทำเอาไว้บ้างก็เอาไปใส่ต้นอื่นๆ และเตรียมเอาไว้สำหรับ ทำนาบก อีกนิดหน่อย
     ตั้งแต่เริ่มทำปุ๋ยน้ำปุ๋ยแห้งชีวภาพ ก็เริ่มมีคนสนใจเดินเข้ามาสอบถามมั่ง แจกไปให้ทดลองมั่ง โดยเฉพาะปุ๋ยน้ำชีวภาพ ทุกคนตอบกลับมาว่า ได้ผลดี ปลูกพริก ก็ผลดก ปลูกผัก ผักก็งาม แถวบ้านผมดีหลายอย่าง โดยเฉพาะวัตถุดิบในการทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ เศษปลาก็มีตามตลาดนัด น้ำมะพร้าวก็มีให้ตามตลาดนัดอีก เศษผักที่แม่ค้าตัดแต่ง ก็มีอีก แม้กระทั่งกระดูกหมู ตามตลาดนัดก็มีให้อีก บางเจ้าก็ขาย กระดูกข้อแท่งละสองสามบาท บางเจ้าก็ให้ฟรีๆ ไม่เอาตัง แต่ผมก็เกรงใจแม่ค้า เอาแต่ของเขาอย่างเดียวก็น่าเกลียด เลยทำน้ำยาเอนกประสงค์ไปให้เป็นการแลกเปลี่ยน สัมพันธภาพระหว่างผู้ให้กับผู้รับก็ยั่งยืน หากรู้ว่าแม่ค้าพ่อค้าคนไหน ปลูกต้นไม้ดอกไม้ ก็เอาน้ำชีวภาพไปแลกกันอีก คนขายถังที่ผมซื้อมาทำน้ำหมัก ผมก็เอาน้ำหมักไปแจก จนกระทั่งแม่ค้าขายถังลดราคาให้เป็นพิเศษ สิ่งของที่เราให้เขาไป หากคิดเป็นเงินเป็นทองก็คงไม่กี่บาท ของที่ไปเอาของเขามา เขาก็จะทิ้ง เช่น น้ำมะพร้าว เศษผัก แต่ว่ากระดูกหมูนี่ขายได้
     ทำให้ผมนึกไปถึงคำของพระเจ้าอยู่หัว ที่ท่านเคยบอกว่า our loss is our gain ขาดทุนคือกำไร ผมไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อขาย แต่ทำขึ้นมาเพื่อใช้ บางครั้งก็เป็นการทำเพื่อทดลอง ให้ได้มาซึ่งความรู้ เมื่อรู้แล้วก็นำไปใช้ นำไปแนะนำคนอื่นๆ ให้ทั้งความรู้ ให้ทั้งปุ๋ย สิ่งที่ได้รับกลับมาคือสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน