Self - Organized Teamwork training คือ แนวทางการสอนแบบใหม่ที่ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ครูเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวก (moderator / facilitator)ในการเรียนรู้ของผู้เรียนแทนการเรียนการสอนแบบเดิมที่ครูเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้เป็นผู้ให้และผู้ป้อนความรู้ (Lecturer) แก่ผู้เรียนเพียงผู้เดียว
แนวความคิดของการเรียนการสอนแบบจัดการกันเองโดยกลุ่มผู้เรียนส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในสมรรถภาพทั้ง 3 ด้าน
✓ วิชาชีพ ✓ สังคม ✓ ตนเอง
เปลี่ยนบทบาทของครูจากการสอนแบบ “ผู้ป้อน” มาเป็นแบบ “ผู้อำนวยความสะดวก” แก่ผู้เรียนเพิ่มสมรรถภาพในการเรียนรู้ในอนาคต มากกว่าการนำเสนอ หรือท่องจำความรู้ทางเทคนิคที่มีอยู่นำตัวอย่างหรืองานจริงมาใช้ในบทเรียนเพื่อท้าทายผู้เรียนมากกว่าการเรียนเนื้อหาทั้งหมดที่มีอยู่ในตำราให้ผู้เรียนได้แก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเอง และกลุ่มผู้เรียน รวมทั้งการประเมินผล ตนเอง และกลุ่มแหล่งข้อมูลมิใช่จากอาจารย์ ตำราหรือสื่อการสอนที่ผู้สอนจัดให้เท่านั้น การสอบยังคงสามารถใช้ตามแบบเดิมได้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ แต่ต้องเน้นงานจริง เนื้อหาสาระในการสอบต้องสอดคล้องกับงานจริง ๆในวิชาชีพนั้น ๆ
ขั้นตอนหลักของการเรียนรู้แบบ SOT
(Self - Organized Teamwork Training)
ขั้นที่ 1 การกำหนดงานหรือปัญหาที่ต้องการ
ขั้นที่ 2 การทำงานกลุ่มเพื่อหาคำตอบ / แผนการปฏิบัติงาน
ขั้นที่ 3 การประเมินผลและปรับปรุงแก้ไขคำตอบ / แผนการปฏิบัติงาน
ขั้นที่ 4 การนำแผนไปปฏิบัติ
ขั้นที่ 5 การประเมินผลขั้นสุดท้าย
รายละเอียดในแต่ละขั้นตอนของ SOT
ขั้นที่ 1 การกำหนดงานหรือปัญหาที่ต้องการ [รวมกลุ่มผู้เรียน]
♋ ครูกำหนดงานหรือปัญหาที่เหมาะสม
♋ ครูจัดเตรียมแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ให้พร้อม และแนะนำแหล่งข้อมูลตามความจำเป็น
♋ ให้ผู้เรียนทำความเข้าใจงานที่มอบหมาย และกำหนดเป็นวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมของผู้เรียนที่จำเป็นต้องใช้ทำงานนั้นให้สำเร็จ
♋ พิจารณาความรู้เดิมของนักเรียนที่มีอยู่แล้วในกลุ่มกับความรู้หรือทักษะใหม่ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานที่มอบหมาย
♋ ให้ผู้เรียนช่วยกันกำหนดเกณฑ์การพิจารณาผลงานโดยมีครูคอยช่วยกำกับดูแลความเหมาะสม
♋ ครูเป็นผู้วินิจฉัยในตอนท้ายว่างานที่มอบหมายให้เหมาะสมกับความรู้และทักษะของผู้เรียนตามที่ได้วางแผนบทเรียนมาหรือไม่
ขั้นที่ 2 การทำงานกลุ่มเพื่อหาคำตอบ [แยกกลุ่มทำงาน]
♋ กลุ่มผู้เรียนแยกการทำงานเป็นกลุ่ม (กลุ่มละ ประมาณ 3-5คน)
♋ ผู้สอนคอยให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นถ้าผู้เรียนร้องขอระหว่างทำงานกลุ่ม
♋ ผู้สอนสามารถสังเกตุการณ์ดูพฤติกรรมของผู้เรียนในระหว่างการทำกิจกรรมกลุ่ม
ขั้นที่ 3 การประเมินผลและปรับปรุงแก้ไขคำตอบ [รวมกลุ่มผู้เรียน]
♋ ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานต่อกลุ่มรวม
♋ สร้างบรรยากาศให้ผู้เรียนเกิดการแข่งขันเพื่อตรวจสอบคุณภาพของผลงานระหว่างกลุ่มผู้เรียน
♋ ใช้เกณฑ์ประเมินผลงานเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของผลงานแต่ละกลุ่มโดยผู้เรียน
♋ ผู้สอนคอยควบคุมการประเมินผลระหว่างกลุ่มผู้เรียนและแทรกแซงตามความจำเป็น
โดยการถามคำถามในกรณีการนำเสนอไม่ชัดเจนและไม่มีกลุ่มผู้เรียนใดเห็นจุดอ่อนนั้น ๆ
♋ สรุปประเมินผลงานพร้อมข้อเสนอแนะแก้ไขร่วมกันระหว่างกลุ่มผู้เรียนและครู
♋ ถ้ามีการนำแผนงานปฏิบัติหรือมอบงานปฏิบัติใหม่ทำตามขั้นตอน1ใหม่
ขั้นที่ 4 การนำแผนไปปฏิบัติ [แยกการทำงานเป็นกลุ่มหรือรายบุคคล]
♋ การนำแผนการปฏิบัติงาน เช่นงานแก้ปัญหา (ซ่อมบำรุง) หรืองานผลิตไปปฏิบัติ
♋ ผู้สอนและผู้เรียนจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร
♋ ผู้สอนคอยสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน
♋ ผู้สอนให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นและระมัดระวังเกี่ยวกับอันตรายที่จะเกิดจากการปฏิบัติงาน
ขั้นที่ 5 การประเมินผลขั้นสุดท้าย [รวมกลุ่มผู้เรียน]
♋ นำเสนอผลงานโดยผู้เรียน
♋ ประเมินผลงานตามเกณฑ์ที่กำหนดร่วมกัน
♋ ข้อเสนอแนะและการปรับปรุงแก้ไข
เหตุผล 10 ประการที่สนับสนุนการนำวิธีการเรียนการสอนแบบจัดการกันเองโดยกลุ่มผู้เรียน (Self Organized Team Learning)
1.เพื่อลดช่องว่างความแตกต่างระหว่างโรงเรียนกับโรงงานหลักสูตรเน้นการจัดการเกี่ยวกับปัญหาเน้นตัวอย่างงานจริงในอุตสาหกรรมไม่ควรเน้นรายละเอียดทุกเรื่องในสาขาวิชานั้น
2.เพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการเรียนรู้ในอนาคตมากกว่าการนำเสนอความรู้เทคนิคที่มีอยู่
3.การนำงานจริงมาเรียนจะช่วยเพิ่มความท้าทายในการเรียนรู้ของผู้เรียน
4.เพื่อให้ผู้เรียนสามารถควบคุม และแก้ไขปัญหางานต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง และหรือทีมงานซึ่งต้องฝึกอย่างต่อเนื่อง
5.ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ป้อน (Lecturer) มาเป็นผู้อำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน (Facilitator / Moderator / Coach)
6.เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างครูกับนักเรียนให้น้อยลง
7.ครูที่มีจุดอ่อนทางด้านวิชาเทคนิค ยังคงสามารถทำหน้าที่ ที่ดีในการเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของนักเรียน
8. การนำปัญหาจริงในโรงงานมาเรียน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับสถานประกอบการดีขึ้น
9.การติดต่อระหว่างครูกับวิศวกรโรงงานในท้องถิ่นจะมีมากขึ้น
10. ผู้ประกอบการจะได้ผู้เรียนที่มีความสามารถสอดคล้องกับงานจริงมากขึ้น
สุดยอดของการสอนคือ “การสอนโดยไม่ต้องสอน” การให้การแนะนำน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นและการติดตามผลอย่างใกล้ชิด ผู้สอนสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุจุดมุ่งหมายโดยความสามารถของพวกเขาเอง
วิธีการเรียนการสอนแบบจัดการกันเองโดยกลุ่มผู้เรียน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูอ้อย แซ่เฮ · 30 มิ.ย. 2550
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ · 30 มิ.ย. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 30 มิ.ย. 2550
น.เมืองสรวง · 30 มิ.ย. 2550
Handy · 30 มิ.ย. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 30 มิ.ย. 2550
สพท.นม.1 · 30 มิ.ย. 2550
สวัสดีค่ะอาจารย์..วรรธนชัย ๏(。◕‿◕。)๏ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะสำหรับข้อมูล ขอใช้ในการเรียนวิชาจิตวิทยาสำหรับครูหน่อยค่ะ ช่วยได้มากเลยทีเดียว อนาคตเป็นครูอาจได้ใช้วิธีนี้ก็ได้ ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูลดีดี ตอนนี้หนูเรียนอยู่คณะศึกษาศษสตร์ชั้นปีที่ 3 แล้ว เมื่อจบการศึกษาไปและได้เป็นครู หนูจะนำความรู้และหลักการสอนที่ได้ในวันนี้ไปใช้นะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ