ขอเชิญร่วมงาน “แฟนพันธุ์แท้ต้นส้มแสนรัก”
ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ร่วมกับ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จะจัดงานเปิดตัวหนังสือ และมีการเสวนาในหัวข้อ “แฟนพันธุ์แท้ต้นส้มแสนรัก” รำลึกถึงคุณมัทนี เกษกมล ผู้ค้นพบ เพื่อนำเสนอหนังสือ “ต้นส้มแสนรัก” ที่บอกเล่าถึงชีวิตของ เซเซ่ เด็กชายตัวน้อยกับจินตนาการที่กว้างไกลสุดกู่ ผู้มีความอ่อนไหวในการมองชีวิตผ่านความคิดและการกระทำอันบริสุทธิ์ โดยผ่านสำนวนแปลของ คุณมัทนี เกษกมล
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม 2550 เวลา 13.30-15.30 น.
ร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ชั้น 7 มาบุญครองเซ็นเตอร์
กำหนดการ
13.30 – 14.00 น.ลงทะเบียน รับของที่ระลึก / ชา – กาแฟ อาหารว่าง
14.00 – 15.15 น.เสวนาในหัวข้อ “แฟนพันธุ์แท้ต้นส้มแสนรัก” รำลึกถึงคุณมัทนี เกษกมล ผู้ค้นพบ
โดย
คุณรสนา โตสิตระกูล นักพูด นักวิจารณ์
อาจารย์ฐนธัช กองทอง นักวิจารณ์ และผู้สอนวรรณกรรม
ดร.มัทนา เกษกมล พี่สาวผู้ผูกพันกับคุณมัทนี เกษกมล
คุณศรีนวล ก้อนศิลา ผู้ดำเนินการเสวนา
15.15 – 15.30 น.ตอบข้อซักถามสื่อมวลชน
15.30 น.ปิดงาน
เพื่อเป็นการรำลึกถึง คุณมัทนี เกษกมล ผู้ล่วงลับไปสู่สัมปรายภพ แต่แฟนพันธุ์แท้ในวงวรรณกรรม ยังคงซาบซึ้งรสแห่งภาษาในสำนวนแปลของ คุณมัทนี เกษกมล ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ กับ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ใคร่ขอเรียนเชิญทุกท่านได้มาร่วมงานเพื่อ รำลึกถึงคุณมัทนี เกษกมล ผู้ค้นพบ “ต้นส้มแสนรัก”
</span>
สวัสดีค่ะ คุณKati
" ต้นส้มแสนรัก " เป็นหนังสือที่เยียวยาหัวใจที่บอบช้ำได้ดีเหลือเกิน ดิฉันรัก "วิธีมองโลก และ ความเข้าใจชีวิต" ที่ผู้เขียนถ่ายทอดผ่านตัวละครเอก เซเซ่ เด็กชายน้อยๆที่ผ่านความทุกข์ซึ่งกรีดซ้ำบนหัวใจครั้งแล้วครั้งเล่า คุณมัทนี เกษกมล ก็ช่างแปลได้งดงามเหลือเกิน
สมัยยังเล็ก ดิฉันนั่งอ่านเรื่องนี้ในห้องสมุด โดยนั่งแอบอยู่ที่พื้นระหว่างชั้นหนังสือด้านหลังสุด แล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านรวดเดียวจบ.... ลืมเข้าเรียนไปสองวิชา คือไม่ได้ตั้งใจโดดเรียนเลย ด้วยความสัตย์จริง
ตอนเข้าเรียนวิชาถัดมา เพื่อนไม่ยอมนั่งใกล้ดิฉัน... เพราะคิดว่าดิฉันเป็นตาแดง : )
การที่เราได้เข้าใจชีวิตของใครสักคน ไม่ได้แปลว่าเราต้องเป็นอย่างที่เขาเป็น แต่การที่เราได้สัมผัส ได้รู้ ได้เห็น ได้เข้าใจ ว่าเขาคิดอะไร ทำไมเขาจึงคิดอย่างนั้น และอะไรทำให้เขาทำเช่นนั้น ทำให้เราจำลองความเข้าใจชีวิตได้........ด้วยการเรียนรู้จากชีวิตของผู้อื่น........
.......แล้วย้อนมามองดูตัวเราเอง........
........เสียดายเหลือเกินค่ะคุณkati ดิฉันอยู่ต่างจังหวัด คงไม่ได้ไปร่วมงานนี้ ต้องอาศัยอ่านเอาทีหลังเช่นเคย
แต่ขอบพระคุณมากที่นำข่าวคราวมาเล่าสู่กันฟังเสมอๆนะคะ : )
การที่เราได้เข้าใจชีวิตของใครสักคน ไม่ได้แปลว่าเราต้องเป็นอย่างที่เขาเป็น แต่การที่เราได้สัมผัส ได้รู้ ได้เห็น ได้เข้าใจ ว่าเขาคิดอะไร ทำไมเขาจึงคิดอย่างนั้น และอะไรทำให้เขาทำเช่นนั้น ทำให้เราจำลองความเข้าใจชีวิตได้........ด้วยการเรียนรู้จากชีวิตของผู้อื่น........
ผมเชื่อว่า มุมมอง ของคนเรา และมนุษย์คนอื่น คือคำตอบในการแก้ปัญหา ที่เป็นความขัดแย้งอยู่ในปัจจุบันครับ
ถ้าเราเข้าใจในสิ่งที่เขาคิด เข้าใจในบรรยากาศแวดล้อมชีวิตเขา รับรู้ว่า ทำไมเขาจึงคิดเช่นนั้น เจ็บปวดอย่างไร เศร้าเพียงใด สุขใจเพราะเหตุใด แม้เราไม่ได้รับรู้เท่ากับที่เขาสัมผัส แต่ผมก็เชื่อว่า เราจะสามารถลดช่องว่าง จากสิ่งที่เรารับรุ้ได้มากครับ และสุดท้าย เราก็จะแก้ปัญหาจากความไม่เข้าใจเหล่านั้นได้
ผมเชื่อว่า หนทางนี้ คือหนทางในการก้าวผ่านอคติ และกำแพงที่ขวางกั้นเราไว้ครับ
ถ้ามีเรื่องราว และข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจ จะนำมาบอกกล่าวครับ
ขอบคุณมากครับ
เคยอ่านเรื่องนี้ตอนเรียน มหาวิทยาลัย ครั้งแรกที่อ่าน ชอบมากเลยค่ะ เพราะมันเรียกนำตาไปได้หลายลิตรเลย ไม่ว่าจะกลับไปอ่านกี่ครั้ง ดิฉันจะชอบอ่านเวลาที่รู้สึกท้อแท้ พอมาอ่านแล้วทำให้เรารู้กสงสาร เซเซ่ ทำให้มีกำลังใจงัยค่ะ มันเหมือนกับได้ระบายออกมา อ่านแล้วทำให้คิดว่า คนเขียนเขียนได้ดีมาก คนแปลก็ใช้ภาษาได้ตรงใจ เช่นตอนที่เซเซ่เปรียบน้องชายว่าเป็นเจ้าชาย แต่ตัวเองเป็นปีศศาจ รู้สึกสะเทือนใจจัง ยิ่งตอนที่ไปขัดรองเท้า เพื่อเอาเงินมาซื้อบุหรี่ให้พ่อแล้วยิ่งซึ่งน้ำตาไหล แล้วมาตอนที่ร้องเพลงแล้วโดนพ่อตี อีกตอนหลังจากโดนตีก็บอกกับเซเซ่ว่าตัวเองไม่มีพ่อ ยิ่งเรียกน้ำตาใหญ่เลย แต่ตอนที่โปรตุก้าโดนรถไฟชน รู้สึกสะเทือนใจมากเลยค่ะ และก็สงสารเจ้าหนูด้วย ยอมรับว่าโจเซ่ แต่งได้ดีมาก ขนาดเราซึ่งเคยผ่านความเป็นเด็กมาไม่กี่ปี ยังคิดไม่ถึงว่าตอนเด็กๆเรามีความคิดแบบเซเว๋บ้างไหม รู้สึดทึ่งที่เค้าดึงเอาความเป็นเด็กมาเขียนได้เหมือนกับตอนเขียนเค้าเป็นเซ่เซ่ตอนเด็กจริงๆ