ก้าวสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่กว่า
ก้าวสู่ก้าว เราก้าวไป ในทางฝันก้าวสู่วัน ข้างหน้า อย่างสดใสก้าวน้อยน้อย ค่อยก้าว จงก้าวไปสู่ก้าวที่ ยิ่งใหญ่ ไม่ไกลเกิน.วันนั้น...วันที่เท้าน้อยๆ ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนอย่างหวาดหวั่น ระแวงสายตาดวงน้อยๆ มองผ่านม่านน้ำตาใสเรียกร้องหาที่พักพิงใจยามหวาดหวั่นสองมือน้อยไขว่คว้าเอามือแม่มาอิงใจ แต่แรงน้อยๆ ก็สู้แรงผู้ใหญ่ใช่ไหวใจคิดแต่สงสัย ทำไมต้องพรากเราออกจากกันทำไมต้องมีคนแปลกหน้ามาเอาตัวเราไปต่อหน้าต่อตาคนที่เรารักแล้วทำไมคนที่เราคุ้นเคยถึงปล่อยมือเราไปกับคนอื่นได้อย่างง่ายดายความคิดในสมองน้อยๆ ที่คิดไปต่างๆ นานาสำหรับเจ้าตัวน้อยที่ไม่เคยรับรู้การพลัดพราก หรือ ไม่ได้เรียนรู้ ปลูกฝังใส่ข้อมูลแห่งโลกกว้างอันสวยงามว่าน่าค้นหาเพียงไรย่อมต้องใช้เวลาในการปรับตัวปรับใจไม่มากก็น้อยนี่เป็นเพียงก้าวแรก นั่นคือก้าวออกจากโลกของตนเองสู่โลกที่กว้างกว่า การพลัดพราก จึงเป็นบทเรียนที่จะสอนให้เด็กๆ รับรู้ว่าเราต้องมีการพบและมีการจากและเมื่อจากเราก็จากไปเพื่อค้นพบกับสิ่งที่ดีกว่า เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องเรียนคนแปลกหน้าตัวเล็กๆ มากมายรวมตัวกัน บ้างก็วิ่ง บ้างก็เล่น บ้างก็ส่งเสียงอย่างสนุกสนานปะปนกับเสียงร้องไห้ของเจ้าตัวเล็กที่ต้องการเวลาทำใจ ไม่แปลกเลยที่เขาว่าเด็กๆ ใสซื่อบริสุทธิ์ เพราะเมื่อหันหน้าเข้าหากัน สายตา แห่งความซื่อ และใจใสสะอาดก็เชื่อมความสัมพันธ์ สร้างความคุ้นเคยต่อกันอย่างง่ายดาย ไม่ต้องถามชื่อว่าเธอชื่ออะไรเพียงแค่เราพูดภาษาเดียวกัน เข้าใจกัน เราก็สานสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ กันต่อไปได้แล้วผ่านวันเป็นสัปดาห์จนความคุ้นเคยงอกงามขึ้น เหมือนต้นไม้อ่อนกำลังแตกใบงดงามผุดออกจากเปลือกเมล็ด แผ่กลีบบางๆ ออกรับแสงตะวันครู เริ่มมีบทบาทในการสรรสร้างมากขึ้นเมื่อเจ้าตัวน้อยเริ่มยอมรับให้ครูเดินเข้าสู่ประตูหัวใจหน้าที่ของความเป็นครูก็เริ่มขึ้นเดี๋ยวนั้น คำอบรม สั่งสอน ชี้แนะในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเองพร้อมกับเพื่อนๆ ก็เริ่มขึ้น เริ่มจากการจดจำสัญลักษณ์ประจำตัวของตนเองเพื่อไม่ให้การใช้ของใช้ส่วนตัวปะปนกับเพื่อนแล้ว ก็ยังต้องเรียนรู้การรอคอยวินัยในการฟัง การยืน การทำความเคารพผู้ใหญ่ และการช่วยเหลือตนเองเมื่อต้องเข้าห้องน้ำจากสัปดาห์เป็นเดือน ความสัมพันธ์แนบแน่น ขึ้น ก้าวน้อยๆ มั่นคงขึ้น ด้วยความวางใจโรงเรียนเป็นเสมือนบ้านหลังที่สอง มีแม่ที่น่ารักอีกหลายคนที่โรงเรียนและมีเพื่อนมากมายที่จะร่วมกิจกรรมด้วยกันกลีบใบแห่งการเรียนรู้แตกแขนงออกอีกเหมือนขุมทรัพย์ทางปัญญาที่กำลังเพิ่มพูนขึ้นผ่านการเรียนรู้การเล่น และสัมผัส อย่างมีความสุข ตอนนี้ หนูรู้ว่าเมื่อมาถึงโรงเรียนหนูต้องเดินเข้าห้องเรียนเอง ถอดรองเท้าและวางตรงสัญลักษณ์ของตนเองวางกระติกน้ำตรงชั้นวางของหนูและ หยิบการบ้านออกจากกระเป๋าพร้อมสัมภาระที่ต้องเอามาวางไว้ตามตำแหน่งที่มันควรอยู่ หนูมีระเบียบและมีวินัยในการดำเนินกิจวัตรของตนเองเป็นอย่างดี และที่สำคัญ หนูไม่ใช่เจ้าตัวน้อยที่บ้านอีกแล้วเพราะเมื่อถึงโรงเรียน หนูก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่มีความคิดมีความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยตนเอง ผ่านการชี้แนะจากครูที่บ้านหนูอาจจะเป็นเด็กตัวเล็กในสายตาพ่อแม่ ทำอะไรเชื่องช้าจนผู้ใหญ่อดรนทนรอไม่ไหวต้องทำให้แทนเสียเองทุกครั้งไป แต่ที่โรงเรียนหนูต้องทำด้วยตัวเองและหนูก็ทำได้เพื่อให้มีความพร้อมเหมือนกับเพื่อนๆ หนูรู้จักการรอคอยมีวินัยและกล้าคิดกล้าแสดงออก พัฒนาการต่างๆ ก้าวไปตามลำดับที่ศักยภาพของหนูควรจะเป็นไปด้วยการเอาใจใส่ในการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ของพ่อแม่ และครูก้าวที่สองแห่งการเรียนรู้ เป็นก้าวที่ต้องใช้เวลาในการส่งเสริมการรับรู้อย่างสม่ำเสมอต้องก้าวอย่างมั่นคง หนักแน่น และอดทน เพื่อก้าวที่จะดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นแต่ละย่างก้าวต้องใช้ใจของพ่อแม่ และครูในการผลักดันให้ลูกก้าวไปด้วยความเชื่อมั่นและ มั่นใจในจุดหมายปลายทางที่จะไปให้ถึง ก้าวสุดท้าย คือก้าวที่ยิ่งใหญ่จากชีวิตน้อยๆ ที่ผ่านการเรียนรู้มามากมาย ตั้งแต่ก้าวแรกจวบจนก้าวนี้โลกที่ว่ากว้างที่แท้ก็อยู่เพียงแค่เอื้อม หากแต่หนูคิดจะไขว่คว้า หรือค้นหาสิ่งเหล่านั้นให้พบ ด้วยการสนับสนุนจากคนรอบข้างแล้วหนูก็พร้อมที่จะก้าวไปอย่างมั่นคง พร้อมที่จะก้าวผ่านอุปสรรคและปัญหาด้วยตัวเองอย่างเข้มแข็ง และคุณจะรู้ว่า ก้าวที่ยิ่งใหญ่ของหนูนั้นไม่ยากสำหรับมนุษย์ตัวเล็กๆ เช่นหนูเลย.“เด็กๆ จะก้าวสู่โลกที่กว้างไกลด้วยหัวใจที่พร้อมจาก...
ความรักความอบอุ่น (affection)
ความเข้าใจ (understanding)
ความมั่นคงทางใจ (security)
ระเบียบวินัย (discipline)
ความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของสังคม (achievement and social acceptance)”

จ๊ะเอ๋...จัดหน้าแปลกๆไปนะคะ
ตัดคำ ตัดความอ่ะค่ะ คนแก่อ่านแล้วตาลาย อิอิ
แต่เข้ามาดูรูปหลานสาว อิอิ ลูกใครหนอพ่แม่ช่างปั้น เนอะ