วันนี้ช่วงเช้าถึงบ่าย ยูมิเข้าฟังแนวคิดทางมานุษยวิทยา โดยท่าน ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ท่านมาพูดที่คณะมนุษย์ ม.ทักษิณ จากการฟังผมจับประเด็นทางมานุษยวิทยาได้ว่า สายนี้เป็นวิชาเฉพาะทางเหมือนกับเป็นวิชาชายขอบ นักมานุษยวิทยาต้องลงไปสัมผัสกับวิถีชุมชน มองตามมุมมองของชุมชนนั้น ๆ หรือมองตามมุมของวิถีวัฒนธรรมนั้น ๆ
ไม่ใช่มุมมองของตัวเอง
ยกตัวอย่างเรื่อง โลกของคนไร้บ้าน ผู้วิจัยเรื่องนี้ต้องทำตัวเป็นคนไร้บ้านไปอยู่ไปกินนอนในสนามหลวงเหมือนคนไร้บ้านจริง ๆ แล้วนำมาทำวิทยานิพนธ์
เรื่องคนเลี้ยงช้าง คุณหมอที่ทำเรื่องนี้ต้องลงไปเดินทางร่วมกับคนเลี้ยงช้างไปในที่ต่าง ๆ แม้ที่กรุงเทพ ฯ เพือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเลี้ยงช้างจนสามารถมองในมุมมองของคนเลี้ยงช้างได้ เป็นต้น
เมื่อได้เรื่องแล้วนำมาถ่ายทอดเป็นวรรณกรรมผ่านสื่อสะท้อนภาพออกมาให้สังคได้รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น เราจะหาทางแก้ไขอย่างไร
คุณมีความเห็นอย่างไรในเรื่องนี้ครับ....
สวัสดีครับอาจารย์ ผมสุจิตฺโต ครับ เป็นความรู้อย่างยิ่งครับ ที่ได้เข้าฟังบรรยาย
สวัสดีครับอาจารย์ ที่เคารพ เป็นความรู้อย่างยิ่งครับที่ได้เข้าฟังบรรยาย เรื่องมานุษยวิทยา
ใช่แล้วครับอาจารย์ การที่จะทำอะไรสักอย่างต้องลงทุนลงแรงกับมันจริง งานสิ้นชิ้นโบแดงจึงจะสำเร็จครับ เหมือนกับคนเลี้ยงช้างนั้นแหละครับ เมื่อลงไปอยู่กับช้างแล้วคนเลี้ยงช้างก็จะสามารถรู้ภาษากันได้
สวัสดีครับ คุณสุจิตฺโต ก้านทอง
เหมือนการไปอยู่อินเดียก็ทำตัวเหมือนเขา กินอยู่ง่าย ๆ อย่างนั้นจะอยู่ได้นานนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ นม.
ถ้าเคยอยู่ในดงขมิ้นแล้วหลับตาก็เห็นหมดแล้วละ
หรืออยากบวชอีกก็สบาย ๆ นะครับ ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ