ผมเป็นคนหนึ่งที่สับสนกับคำว่า วิจัยเชิงปริมาณกับวิจัยเชิงคุณภาพ ครั้งแรกของการวิจัยหลังจากการสำเร็จการศึกษาป.โทมา คือทำวิจัยเชิงปริมาณ แล้วก็ได้รับคำแนะนำจากหลายท่านว่า ใช้ประโยชน์ได้น้อยบ้าง ตอนนั้นผมแย้งกลับไปเหมือนกันครับว่า บางทีข้อมูลเชิงปริมาณสามารถนำเสนอภาพรวมได้ดี และนำไปเป็นข้อมูลพื้นฐานของการวิจัยเชิงคุณภาพได้

ยอมรับว่า ตอนนั้นความชัดเจนของการวิจัยสองประเภทนี้ผมน้อยมาก และจากคำแนะนำของหลายๆ ท่าน ผมเลยตั้งใจว่าจะวิจัยเชิงคุณภาพสักครั้งหนึ่ง และสุดท้ายการทำวิจัยเชิงคุณภาพของผมก็เริ่มเมื่อสี่ปีก่อน เป็นการวิจัยอนาคตศาสตร์ ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังทำไม่เสร็จเลยครับ และผมก็เห็นความแตกต่างของการทำวิจัยสองประเภทนี้ดีขึ้น เมื่อสองวันที่ผ่านมานั่นเรียนวิชาการวิจัยเชิงคุณภาพทางศึกษาศาสตร์ ก็เห็นภาพของการวิจัยเชิงคุณภาพชัดขึ้น เมื่อเอามาเปรียบเทียบกับตัวเองที่ได้ทำงานวิจัยมาทั้งสองชนิด

อะไรคือการวิจัยเชิงคุณภาพ

อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ต้องทำความเข้าใจครับ คำว่า "คุณภาพ (Qualitative)" ก็คือ คุณภาพนั้นแหละครับ ง่ายๆ คือ "ไม่ใช่เน้นที่ปริมาณ"  แต่เนื่องจาก คำว่า คุณภาพเมื่อนำไปใช้ในบริบทที่แตกต่างกันความหมายมันก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นนักวิชาการทางด้านวิจัยเชิงคุณภาพจึงยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าอะไรคือสาระสำคัญของการวิจัยเชิงคุณภาพ เนื่องจากการวิจัยเชิงคุณภาพมีความหลากหลายมาก

สำหรับ เนลสันและคณะ (1992:4) ให้คำนิยามไว้ว่า การวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการวิจัยร่วมสาขา (interdisciplinary) เป็นการวิจัยที่ตัดข้ามหมวดวิชา (crossuts) ระหว่างมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศาสตร์กายภาพ การวิจัยเชิงคุณภาพเป็นหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกัน มีจุดสนใจที่หลากหลายกระบวนทัศน์ (multimethod value) แม้ว่าบางท่านผูกพันกับควมเข้าใจในเชิงตีความประสบการณ์ของมนุษย์

เดนซิ่นและลินคอร์น (Denzin and Lindcoin,1998) ให้ความหมายไว้ว่า การวิจัยเชิงคุณภาพ เป็นสาขาของการศึกษาค้นคว้าในตัวของมันเอง ตัดไขว้วิชาและแขนงของสาขาวิชาต่างๆ และเนื้อหาสาระ การวิจัยเชิงคุณภาพแวดล้อมไปด้วยหมูมวลศัพท์ แนวคิดและข้อสมมุติต่างๆ สิ่งเหล่านั้นยังรวมถึงประเพณีนิยมที่เกี่ยวข้องกับปฏิฐานนิยม หลังปฏิฐานนิยม และความหลากหลายของทัศนคติ

อะไรคือลักษณะสำคัญของการวิจัยเชิงคุณภาพ?

เพื่อให้เรามีความชัดเจนเกี่ยวกับการวิจัยเชิงคุณภาพมากยิ่งขึ้น จึงขอนำเสนอลักษณะสำคัญของมัน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับงานวิจัยที่ทำอยู่ว่า เข้าข่ายหรือไม่ ดังนี้

  1. เน้นการมองปรากฏการณ์ให้เห็นภาพรวม โดยมองจากหลายแง่มุม  ในการวิจัยเชิงคุณภาพต้องศึกษาจากหลายแง่มุมและหลายทฤษฏี ไม่ยึดเอาทฤษฏีหรือหลักการใดหลักการหนึ่งมาเป็นตัวตัดสิน และจะต้องไม่มองปรากฏการณ์เป็นเสี่ยวๆ หรือด้านเดียวแต่ต้องมองให้เต็มรูป ง่ายๆ คือ ต้องไม่ใช่แบบตาบอดคลำช้าง
  2. เป็นการศึกษาติดตามระยะยาวและเจาะลึก เพื่อให้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์สังคมซึ่งมีความเป็นพลวัต
  3. ศึกษาปรากฏการณ์ตามสภาพแวดล้อมธรรมชาติ คือ การวิจัยเชิงคุณภาพต้องศึกษาสิ่งดังกล่าวในสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง คือ ไม่ใช่เป็นการทดลอง หรือสมมุติเหตุการณ์ขึ้น แต่จะต้องอยู่ในเหตุการณ์จริง สถานการณ์จริงๆ
  4. คำนึงวามเป็นมนุษย์ของผู้ถูกวิจัย ต้องคำนึงว่า ผู้ถูกวิจัยคือมนุษย์ ผู้วิจัยต้องเข้าไปในฐานะที่เหมาะสม และกลมกลืนกับผู้ถูกวิจัย และให้ผู้ถูกวิจัยเป็นตัวของเขาเองมากที่สุด
  5. ใช้การพรรณาและการวิเคราะห์แบบอุปนัย คือ ในการทำการศึกษา เพื่อให้เห็นภาพรวม ผู้วิจัยจะต้องให้รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพทั่วไปโดยนำเสนอในรูปแบบของการพรรณา เช่น ที่ๆ ทำการศึกษานั้นมีลักษณะภูมิประเทศเป็นอย่างใช้ ประชาชนใช้ชีวิตกันอย่างไร  และในการวิเคราะห์ผู้วิจัยจะต้องใช้วิธีการตีความสร้างข้อสรุปแบบอุปนัย (induction) เป็นสำคัญ คือ นำข้อมูลเชิงรูปธรรมย่อยๆ หลายๆ กรณี มาสรุปเป็นข้อสรุปเชิงนามธรรม โดยพิจารณาจากลักษณะร่วมที่พบในการวิจัย แน่นอนครับการวิจัยเชิงคุณภาพไม่เน้นตัวเลขครับ
  6. เน้นปัจจัยหรือตัวแปรด้านความรู้สึกนึกคิด จิตใจ ความหมาย เป็นสำคัญ

จากลักษณะสำคัญของการวิจัยเชิงคุณภาพ จะทำให้หลายท่านสามารถแยกได้ว่าอะไรคือการวิจัยเชิงคุณภาพและอะไรคือการวิจัยเชิงปริมาณ