เคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับตุ๊กตาห้อยใต้รถในบันทึกใครมีรถทำแบบนี้บ้าง เมื่อ 22 มีนาคม ซึ่งตอนนั้นงง งง ไม่รู้ว่าทำไปทำไม
หลังจากบันทึกแล้วก็มีคนเข้ามาแจมมากมาย บอกว่า
เพื่อความสวยความเท่นี้- - >มากสุด
บ้างว่าเกี่ยวกับความเชื่อ วิญญาน
บางคนบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องไฟดูด
หรือทำให้รู้ว่าจุดที่ใช้ผูกเชือกเพื่อลากรถอยู่ตรงไหน
อย่างไรก็ตามถ้าใครตามข่าวตอนนี้จะทราบว่า เขามีแจ้งเตือนแล้วค่ะให้เลิกทำ และสิ้นเดือนนี้ที่เชียงใหม่ก็จะจับและปรับหากมีใครฝ่าฝืนเหตุผลเพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุค่ะ
ความจริงเล็กๆ ก็น่ารักดีนะคะ แต่บางคนแบบว่าเหมือนเอาตู๊กตาที่ไว้กอดนอน(ตัวใหญ่)มาผูกไว้ หรือบางคนเริ่มหัวสร้างสรรค์กว่านั้นเคยเห็นในทีวีเอามือคนที่มีคราบเลือดประมาณนี้ยื่นออกมาจากกระโปรงท้ายรถ อย่างนี้คงเกินไปจริง ๆ ค่ะ
ยังไงใครที่ห้อยตุ๊กตาไว้ที่ใต้รถอย่าลืมเปลี่ยนมาตุ๊กตาหน้ารถแทนนะคะ

หลากหลายความคิดจริงไหมค่ะ สิ่งสำคัญขับรถอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยดีที่สุด และ แต่ตุ๊กตาท้ายรถเปลี่ยนได้ แต่เปลี่ยนตุ๊กตาหน้ารถบ่อยๆไม่ดีนะค่ะ จริงไหม เชิญเข้ามาคุย ที่นี้ นะค่ะ
ในเมื่อเราเป็นคนนับถือพุทธศาสนาทำไมต้องไปทำอะไรที่ดูแล้วก็น่าเศร้าใจจังเลยละ
ชีวิตหนอชีวิตมีอะไรอีกตั้งมากมายที่เข้ามาในชีวิตทำไมไม่หาที่พึ่งที่ดีกว่านี้หน่อย
สวัสดีค่ะ คุณพิชชา
ตุ๊กตาหน้ารถแบบผูกขาดใช่ไหมคะ
แถมมีตุ๊กตาแถมมาอีก 2 ถือว่าคุ้มค่าค่ะ
ตุ๊กตาใต้รถมาจากหนังเกาหลีหรือญี่ปุ่นจำไม่ได้
เป็นหนังผี ในหนังมีห้อยไว้ใต้ท้องรถ เพื่อกันผีมาเอาวิญญาณไป ให้เอาตุ๊กตาไปแทน
..
การจับข้อหาทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ก็ยังหาเหตุผลว่าทำให้เกิดอุบัติเหตุได้จริงแท้แค่ไหน แต่ถ้าตุ๊กตามีโลหะแล้วมีการลากจนเกิดประกายไฟ ละก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้
..
ตุ๊กตาหน้ารถ ของผู้หญิงเปลี่ยนบ่อยได้ แต่ของผู้ชายไม่จำเป็นอย่างเปลี่ยนครับ อิอิ
เมื่อวานดูข่าวจากทีวีครับ
ขนส่งเชียงใหม่เขาจับจริงเรื่องนี้ เพราะขัดต่อกฏหมายสักอย่าง ที่ห้ามมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อเติมออกมาจากนอกรถเพราะอาจมีผลทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
ในส่วนตัวคิดแบบนี้
มีอะไรแปลกๆดีนะคะ
^__^
สวัสดีค่ะ
เห็นแล้ว ไม่สวยตรงไหน วิทยุไปสัมภาษณ์ เขาบอกเป็นโชคลางที่ให้คุณ จะมีโชคดีค่ะ
ขอถอนใจค่ะ...เฮ้อ!!!
บ้าไปแล้ว ปัญญาอ่อนกันไปใหญ่
ห้ามนู่นห้ามนี่ ตำรวจมันมีปัญญาคิดได้แค่นี้เหรอ
ถ้าหากจะบอกว่ามันขัดต่อกฎหมายเนี่ย มันก็ขึ้นอยู่กับคนตีความ ถ้าจะตีความให้ผิด อะไรมันก็ผิดได้ทั้งนั้นแหละครับ สรุปคือไอ้คนตีความเนี่ย มันปัญญาอ่อน ไม่รู้จักไปตีความให้มันเกิดประโยชน์ เอาเรื่องไร้สารามาเป็นเรื่อง
แปลกดีแฮะ